กลต.จ้างที่ปรึกษานอก "รื้อก.ม." หวังช่วยเอกชนลดต้นทุนคาดสรุปต.ค.นี้
ก.ล.ต. เดินหน้าปรับปรุงกฎหมายทั้งหมด จ้างที่ปรึกษาต่างประเทศช่วยประเมิน หวังลดต้นทุนภาคธุรกิจ คาดเกณฑ์ไอพีโอใหม่เริ่มใช้ไม่เกิน 4 เดือน ด้านบริษัทขนาดกลาง ร้องเกณฑ์ซีจี โค้ดเพิ่มต้นทุนเพียบ
นายรพี สุจริตกุล เลขาธิการ สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เปิดเผยว่า สำนักงานก.ล.ต.อยู่ระหว่างการจ้างที่ปรึกษากฎหมายจากต่างประเทศ เพื่อทบทวนกฎเกณฑ์และกฎหมายทั้งหมด โดยคาดว่าจะได้ข้อสรุปในเดือนต.ค.นี้
“ก.ล.ต.ได้ว่าจ้างที่ปรึกษาทางกฎหมายต่างประเทศเพื่อทบทวนกฎหมายที่ใช้อยู่ปัจจุบัน ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของภาครัฐ และที่ผ่านมาธนาคารแห่งประเทศไทยได้ดำเนินการไปแล้วในฝั่งของก.ล.ต.คาดว่า จะได้ข้อสรุปในเดือนต.ค.นี้”
ทั้งนี้การดำเนินตามกฎหมายนั้น ถือเป็นต้นทุนหนึ่งของการทำธุรกิจ เช่นการขออนุญาตทำธุรกรรมต่างๆ หากดูแล้วไม่จำเป็นหรือเป็นอุปสรรคในการทำธุรกิจ ก.ล.ต.ก็จะปรับปรุงให้มีประสิทธิภาพและช่วยลดต้นทุนให้ภาคเอกชน"
กรณีการกำหนดการสัดส่วนจัดสรรหุ้นไอพีโอให้กับผู้มีอุปการคุณไม่เกิน 25% คาดว่าจะสามารถรับฟังความคิดเห็นได้ภายในเดือนหน้า และเมื่อได้รับความเห็นชอบของผู้ที่อยู่ในอุตสาหกรรมเชื่อว่าจะสามารถบังคับใช้ได้ภายใน 3-4 เดือนข้างหน้า สำหรับวัตถุประสงค์ของก.ล.ต.คือต้องการให้มีการกระจายหุ้นถึงมือนักลงทุนรายบุคคลมากขึ้น ส่วนความคืบหน้าของการแก้ไขพ.ร.บ.หลักทรัพย์ แก้ไขเพิ่มเติม ฉบับที่ 6 นั้น ปัจจุบันได้เสนอไปยังกระทรวงการคลังแล้ว และอยู่ระหว่างการพิจารณา
นายสมชัย ไทยสงวนวรกุล ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอส เอ็น ซี ฟอร์เมอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า สำหรับเกณฑ์หลักการบริหารกิจการที่ดี (CG CODE) ที่กำลังจะบังคับใช้นั้นคาดว่าจะเพิ่มต้นทุนสูงขึ้น เนื่องจากบุคลากรที่ตรงตามหลักเกณฑ์ซีจีโค้ดใหม่ ทั้ง 8 ข้อต้องมีความรู้และความสามารถมากขึ้น ค่าตอบแทนก็ต้องสูงขึ้นด้วย ทั้งนี้คณะกรรมการจะมีการประชุมเพียง 4 - 12 ครั้งต่อปี และไม่สามารถจะดำรงตำแหน่งบริหารบริษัทได้ในเวลาเดียวกัน
นอกจากนี้ ซีจีโค้ดฉบับใหม่กำหนดให้คณะกรรมการ ต้องมีบทบาทกำหนดนโยบายบริษัทจดทะเบียน ซึ่งมองว่าเป็นความเสี่ยง เพราะคณะกรรมการอิสระที่เชิญมาดำรงตำแหน่งนั้น ส่วนใหญ่จะไม่รู้จักวัฒนธรรมของบริษัท หากมาเป็นผู้กำหนดทิศทางอาจก่อให้เกิดปัญหาได้









