วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ททท.โหมอีเวนท์เอ็นเตอร์เทนต์ปลุกเที่ยวไทย

ททท.เตรียมบูมเอ็นเตอร์เทนเมนต์หนุนท่องเที่ยว ดึงศิลปินต่างชาติสร้างฐานแฟนคลับตามรอย หลังพบคอนเสิร์ตโคลด์เพลย์ โกยต่างชาติกว่า 3 หมื่นคนแห่ชม

นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า หลังจากที่ให้ความร่วมมือสนับสนุนวงโคลด์เพลย์จากอังกฤษจัดคอนเสิร์ต “อะ เฮด ฟูล ออฟ ดรีมส์ ทัวร์” ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 7 เม.ย.ที่ผ่านมา โดยบริษัท บีอีซี-เทโร เอ็นเตอร์เทนเม้นท์ จำกัด (มหาชน) ผู้จัดงาน แจ้งโควต้าการจำหน่ายบัตรให้กับผู้ชมต่างประเทศกว่า 3 หมื่นที่นั่ง ซึ่งถือว่าได้ทั้งจำนวนนักท่องเที่ยวและตรงกับกลุ่มเป้าหมายของ ททท.ที่วางกลยุทธ์เจาะตลาดคุณภาพ เนื่องจากพบว่า ผู้ชมส่วนใหญ่ไม่ได้มาเพื่อการดูคอนเสิร์ตเท่านั้น แต่ถือโอกาสใช้ช่วงเวลาว่างก่อนและหลังคอนเสิร์ต เดินทางท่องเที่ยวในประเทศไทยด้วย

ทั้งนี้ ที่ผ่านมาการเลือกเข้าสนับสนุนจะวางกลยุทธ์ในการเลือกคอนเสิร์ตระดับโลกที่มีฐานความนิยมสูง และมีผู้ชมที่จะติดตามมาแน่นอน รวมถึงพิจารณาร่วมกับแผนการทัวร์คอนเสิร์ตในภูมิภาคทั้งหมด เช่น ในการจัดทัวร์ของโคลด์เพลย์ในครั้งนี้ มีการเลือกประเทศเพื่อนบ้านในไทยแค่ มะนิลา และ สิงคโปร์ เท่านั้น ทำให้เป็นโอกาสในการดึงดูดผู้ชมจากกลุ่มประเทศอาเซียนได้และเอเชียใต้อีกจำนวนมาก

โดยไทยมีจุดแข็งเหนือ 2 ประเทศ เรื่องการมีแหล่งท่องเที่ยวหลากหลาย, ที่พักคุณภาพสูงในราคาที่จับจ่ายได้ ช่วยต่อยอดให้คนตัดสินใจเดินทางมาสูง ซึ่งครั้งนี้พบว่ามี 6 ประเทศ ที่เดินทางเข้ามา ได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย, เวียดนาม, ศรีลังกา, บังคลาเทศ, อินเดีย และสิงคโปร์ ตามรอยเข้ามามากที่สุด ขณะที่ตลาดตะวันตก ถือโอกาสเดินทางมาชมคอนเสิร์ต ต่อเนื่องด้วยการเที่ยวเทศกาลสงกรานต์สัปดาห์นี้ในไทยทันที

นอกจากนั้น ประโยชน์ทางอ้อมของการจัดคอนเสิร์ตระดับโลกที่สำคัญ คือ การสร้างภาพลักษณ์ด้านความปลอดภัย โดยเฉพาะการเป็นคอนเสิร์ตกลางแจ้งจากศิลปินดัง โดยครั้งนี้มีการรายงานตัวเลขเบื้องต้นว่า มียอดจำหน่ายบัตรกว่า 6.7 หมื่นใบ ดังนั้น จึงถือเป็นการแสดงความพร้อมของไทยในการรองรับมหกรรมบันเทิงขนาดใหญ่ได้ และหลังจากนี้ จะรอการประเมินตัวเลขจากผู้จัดงานอีกครั้งว่า มีชาวไทย, ชาวต่างชาติ และชาวต่างชาติที่พำนักในไทย (expat) เข้ามาอย่างไร เพื่อเป็นข้อมูลในการสนับสนุนให้ตรงกลุ่มเป้าหมายต่อไป

“แม้ว่าทัวร์คอนเสิร์ตจากศิลปินต่างประเทศจะมาจัดในประเทศเพื่อนบ้านด้วย แต่ไทยมีจุดแข็งด้านความน่าสนใจของแหล่งท่องเที่ยวและกิจกรรมที่เป็นทางเลือกได้มากกว่า จึงทำให้ตลาดอาเซียนพร้อมเลือกมาชมคอนเสิร์ตศิลปินโปรดที่ไทยมากกว่า”

ขณะที่นายกนต์ธีร์ ชาติกุล ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมอัล มีรอซ กล่าวว่าเนื่องจากโรงแรมตั้งอยู่ย่านรามคำแหง ใกล้กับสนามราชมังคลากีฬาสถาน ทำให้ห้องพักทั้ง 242 ห้อง มีลูกค้าต่างชาติจองเข้ามาจำนวนมาก โดยมีสัดส่วนถึง 60% เข้าพักเพื่อจุดประสงค์การชมคอนเสิร์ตได้สะดวกโดยเฉพาะ ส่งผลให้อัตราเข้าพักเฉลี่ยตั้งแต่วันที่ 6-8 เม.ย. ที่ผ่านมา สูงถึง 95% มากกว่าค่าเฉลี่ยของทั้งเดือน เม.ย.ซึ่งอยู่ที่ราว 90%

ตลาดหลักที่เดินทางเข้ามาในช่วงคอนเสิร์ตได้แก่ อินโดนีเซีย, มาเลเซีย และสิงคโปร์ และทั้งหมดเป็นนักท่องเที่ยวเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) ที่จองห้องพักเข้ามาเองผ่านระบบออนไลน์ มีกำลังจับจ่ายสูงกว่าเมื่อเทียบกับลูกค้าจากชาติเดียวกัน ที่มาในรูปแบบกรุ๊ปทัวร์ในช่วงเวลาอื่นๆ โดยราคาขายปกติอยู่ที่ 4,000-5,000 บาท แต่สำหรับคนที่มาจองในวินาทีสุดท้าย ราคาปรับสูงขึ้นถึง 5,000-6,000 บาท ซึ่งลูกค้าก็พร้อมจับจ่าย เนื่องจากเป็นตัวเลือกโรงแรมระดับ 5 ดาวเพียงแห่งเดียวในย่านดังกล่าว และเป็นโรงแรมฮาลาล 100% ทำให้ตรงกับความต้องการโดยตรงของลูกค้าจากอาเซียนที่เป็นชาวมุสลิม

ด้านนางสาวสุปราณี ป้องปัด ผู้อำนวยการฝ่ายโฆษณาและประชาสัมพันธ์ กล่าวว่า ก่อนการตัดสินใจสนับสนุนการแสดงด้านบันเทิงระดับโลก จะขอทราบแผนจากผู้จัดล่วงหน้าก่อนให้นานที่สุด เช่น ครั้งนี้มีการทำงานร่วมกับบีอีซี เทโร ก่อนคอนเสิร์ตเริ่มราว 6 เดือน โดยประเมินความคุ้มค่าจากคาดการณ์ทางการตลาดว่าจะสร้างผลกระทบให้ชาวต่างชาติเข้ามาเที่ยวไทยได้อย่างมีนัยสำคัญหรือไม่ ซึ่งพิจารณาได้จากโควตาการจำหน่ายบัตรสำหรับต่างชาติ และ ททท.วางเงื่อนไขว่าผู้จัดจะต้องทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ สร้างการรับรู้ให้กับกลุ่มเป้าหมายเดินทางเข้ามาให้มากที่สุด ดังนั้น จึงไม่ใช่การสนับสนุนทุกคอนเสิร์ต แต่จะเลือกที่มีประสิทธิผลในการดึงตลาดต่างประเทศและแผนการชัดเจนเท่านั้น

นอกจากนั้น ททท.อยู่ระหว่างการเจรจากับกลุ่มบริษัทบันเทิงชั้นนำของเกาหลีใต้ เพื่อใช้กลยุทธ์ด้านบันเทิงมาต่อยอดด้านการท่องเที่ยว วางกลุ่มเป้าหมายนำฐานแฟนคลับเคป๊อบที่มีอยู่ทั่วเอเชียตามรอยศิลปินมาเที่ยวไทย โดยบริษัทดังกล่าว เป็นผู้ผลิตคอนเทนท์บันเทิงอันดับ 1 ของเกาหลีใต้ ในแง่ของจำนวนชั่วโมงออกอากาศมากที่สุด มีสถานีโทรทัศน์ในเกาหลีใต้ 3 ช่องหลัก และมีสถานีในเอเชียตะวันออกและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวม 15 ช่อง มีประสบการณ์การจัดอีเวนท์ ประเภทงานประกาศรางวัลด้านดนตรีที่ได้รับความนิยมสูง มีการทำตลาดเข้มแข็งใน อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, มาเลเซีย และสิงคโปร์ รวมถึงแพร่ขยายไปไกลถึงตะวันออกกลาง

สำหรับแนวทางความร่วมมือ ททท.อยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการนำเนื้อหาประเทศไทย ไปเผยแพร่ในทุกช่องทางที่อยู่ในมือของบริษัทดังกล่าว ทั้งสื่อโทรทัศน์และออนไลน์ โดยจะเน้นให้เกิดการรับรู้ผ่านกิจกรรมของศิลปินและดารานักร้อง เช่น นำศิลปินไทยที่ไปสร้างชื่อเสียงในเกาหลีใต้ กลับมาถ่ายทำรายการท่องเที่ยวเข้าถึงสถานที่ใหม่ๆ ที่ต้องการโปรโมต เช่น 12 เมืองต้องห้ามพลาด และทำกิจกรรมประสบการณ์ท้องถิ่น (Local Experience) เพื่อทำให้เกิดการตามรอยไปยังสถานที่แปลกใหม่ ช่วยกระจายรายได้ท่องเที่ยวตามกลยุทธ์หลักของประเทศ โดยนำเพื่อนร่วมวงซึ่งเป็นบุคคลที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจ (Influencer) เข้ามาด้วย

ขณะเดียวกับสำนักงาน ททท.กรุงโซล จะร่วมมือในการคัดกรองศิลปินเกาหลีใต้ที่จะเข้าร่วมโครงการ โดยจะเลือกบุคคลที่ยังอยู่ในกระแสความนิยมทั้งในเกาหลีใต้และทวีปเอเชีย เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้ความคุ้มค่าในเชิงการโฆษณาประชาสัมพันธ์สูงสุด

อย่างไรก็ตาม จะต้องมีแผนการส่งเสริมให้รอบคอบว่า จะไม่เป็นการนำสื่อบันเทิงจากต่างประเทศมาจัดในไทยเพื่อขยายอิทธิพลทางวัฒนธรรมจับตลาดคนไทยเท่านั้น แต่จะเน้นให้ศิลปินเป็นตัวสื่อกระตุ้นการท่องเที่ยวให้ตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะโอกาสในการเจาะตลาดจีน ซึ่งนิยมความบันเทิงของเกาหลีใต้มาก แต่ปัจจุบันยังมีนโยบายขัดแย้งระหว่างประเทศ ทำให้ถูกตัดช่องทางการสื่อสารด้านบันเทิงทั้งหมด ดังนั้น หากศิลปินเกาหลีใต้มาไทย และหันมาใช้ช่องทางของไทยเข้าไปนำเสนอและแนะนำการท่องเที่ยวไทย จะทำให้เข้าถึงตลาดจีนได้มากขึ้นด้วย ซึ่งหากการเจรจาบรรลุเป้าหมาย อาจจะเริ่มดำเนินการได้ภายในครึ่งปีหลังของปี 2560 นี้