วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คาดมูลค่าซื้อขายหุ้น 'วูบ'

"มูลค่าซื้อขายหุ้น"วูบ โบรกประเมินเม.ย.ลดลง 50%

ภาพรวมการลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยเฉพาะช่วงเดือนเม.ย.-พ.ค.ของทุกปี มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในตลาดหุ้นไทยจะลดลงต่อเนื่อง และในปีนี้ก็เช่นกัน

ข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์ ระบุว่าในปี 2560 มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันในแต่ละเดือนได้ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง เริ่มจากเดือนม.ค. มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของตลาดหุ้นไทยอยู่ที่ 55,366.99 ล้านบาท เดือนก.พ.อยู่ที่ 49,516.49 ล้านบาท เดือนมี.ค. อยู่ที่ 41,249.48 ล้านบาท เดือนเม.ย. ระหว่างวันที่ 1-5 เม.ย.อยู่ที่ 34,228.96 ล้านบาท 

บล.เอเซียพลัสระบุว่าในเดือน เม.ย. แม้จะมีวันเปิดทำการน้อย เนื่องจากมีวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ติดต่อกันหลายวัน รวมทั้งมูลค่าการซื้อขายต่อวันที่ค่อนข้างเบาบาง เห็นได้ชัดเจนจากข้อมูลการซื้อขายในอดีต 10 ปีที่ผ่านมา (พ.ศ. 2550-2559) ปรากฏว่า เดือน เม.ย. มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่เพียง 2.95 หมื่นล้านบาทเท่านั้น เรียกได้ว่าน้อยสุดเป็นลำดับที่ 2 ของปีรองจากเดือน ธ.ค. ที่อยู่ที่ 2.92 หมื่นล้านบาท

อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาเชิงปริมาณในช่วงเดียวกันกลับพบว่า เดือน เม.ย. ดัชนีตลาดให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงถึงกว่า 3% ด้วยความน่าจะเป็นกว่า 80% นับว่าเป็นผลตอบแทนดีที่สุดเป็นลำดับที่ 2 ของปี รองจากเดือน ก.พ. ที่ให้ผลตอบแทนเฉลี่ย 3.5% ด้วยความน่าจะเป็น 80% (แต่ในเดือน ก.พ. ปีนี้ ดัชนีหุ้นไทยปรับลดลงเล็กน้อย 1.1% ซึ่งเป็นจังหวะที่ตลาดหุ้นไทยกำลังปรับฐาน) โดยเหตุผลหลักน่าจะมาจากแรงซื้อต่างชาติ ที่มักซื้อสุทธิในเดือน เม.ย. เฉลี่ยกว่า 3.26 พันล้านบาท ด้วยความน่าจะเป็น 60%

บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) ระบุว่าเข้าใกล้เทศกาลหยุดยาว ตลาดหุ้นไทยที่ขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ ผนวกกับปริมาณการซื้อขายลดลงต่อเนื่อง โดยค่าเฉลี่ยปัจจุบันจะอยู่ที่ 4.8 หมื่นล้านบาท เนื่องจากเข้าใกล้เทศกาลสงกรานต์ ยิ่งทำให้การเคลื่อนไหวของดัชนีอยู่ในกรอบจำกัด ทางฝ่ายวิจัยคาดตลาดจะกลับมาคึกคักอีกครั้งหลังผ่านพ้นช่วงวันหยุดยาว พร้อมกับการลุ้นผลประกอบการของกลุ่มธนาคารที่จะเป็นแรงผลักดันการเคลื่อนไหวของดัชนีต่อไปได้

บล.ฟินันเซียไซรัส ประเมินว่า มุมมองตลาดหุ้นเดือนเม.ย. แม้ว่าปริมาณการซื้อขายจะเบาบางเพราะติดวันหยุดยาว แต่เชื่อกระแสเงินทุนต่างชาติที่ไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย บวกกับการเก็งกำไรผลประกอบการ จะผลักดันดัชนีหุ้นไทยให้กลับไปทดสอบ 1600 จุดอีกครั้ง และหากเห็นภาพการปรับประมาณการขึ้น มีโอกาสที่ดัชนีจะทะลุ 1600 จุดขึ้นในระยะถัดไป สถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา พบว่าดัชนีจะให้ผลตอบแทนเฉลี่ย เพิ่มขึ้น 3% ปีที่ให้ผลตอบแทนเป็นลบมีเพียง 2 ใน 10 ครั้ง นักลงทุนต่างชาติมีสถานะซื้อ ส่วนการเลือกตั้งในฝรั่งเศสปลายเดือน ยิ่งทำให้โฟลว์ไม่มีทางเลือกมาก

บล.ทิสโก้ ประเมินว่าหากมองไปข้างหน้าในเดือน เม.ย. นี้ มองกระแสเงินทุนต่างชาติยังมีแนวโน้มเป็นบวกต่อเนื่องจากตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวขึ้นน้อย เพียงเพิ่ม 2% ในปีนี้เมื่อเทียบกับปีก่อนและตลาดหุ้นพัฒนาแล้ว (DM) และตลาดหุ้นเกิดใหม่ (EM) ในภูมิภาคเอเชียที่ปรับตัวขึ้นเท่ากันที่เฉลี่ยราว 6% ขณะที่เงินบาทยังแกว่งในทิศทางแข็งค่าจากสิ้นปีที่แล้ว ขณะที่ คาดการณ์กำไรไตรมาสปีนี้ของหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์โดยรวมจะออกมาโตระดับ 2 หลัก เพิ่มขึ้น 12% จากงวดเดียวกันปีก่อนและทรงตัวโต 4% จากไตรมาส 4 ปีก่อน ซึ่งถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี น่าจะช่วยปลุกแรงซื้อในตลาดได้ รวมทั้งตามสถิติย้อนหลัง 5 ปีที่ผ่านมา จะพบว่า นักลงทุนต่างชาติมักมีสถานะ Long S50 Futures ในเดือน เม.ย. ของทุกปี โดยมีระดับความเชื่อมั่น 100% เต็ม

ถึงแม้ภาพรวมมอง SET Index เดือน เม.ย. มีโอกาสขยับขึ้น แต่ก็มีโอกาสปรับตัวขึ้นที่จำกัดเช่นกัน โดยไม่น่าจะไปไกลกว่าระดับ 1600 จุดมากนัก จากการขึ้น XD ในเดือน เม.ย.-พ.ค. ถ่วง SET Index ปรับลงรวม 16 จุดโดยปริยาย ประเด็นหุ้นน่าสนใจในช่วง 1-2 เดือนข้างหน้า เน้นหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาสแรกปีนี้จะออกมาดี