วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แบงก์-พลังงาน 'หนุนกำไรบจ.'

"แบงก์-พลังงาน" หนุนกำไรบจ. คาดไตรมาสแรกธนาคารรายงาน5.4หมื่นล้าน “เอเซียพลัส”หวังปีนี้โต8%ดันดัชนีแตะ1,620จุด

เอเซียพลัสคาดกลุ่มแบงก์กับพลังงาน จะช่วยหนุนกำไรบจ.ไตรมาสแรกใกล้เคียงกับงวดเดียวกันปีก่อนที่กำไรอยู่ที่2.26 แสนล้านบาท แจงกำไรแบงก์อยู่ที่ 5.4 หมื่นล้านและพลังงานอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท ส่งผลให้กำไรทั้งปีโต8%จาก9.03 แสนล้านบาท เป็น9.91แสนล้านบาทประเมินดัชนีสิ้นปี1,620 จุด หลังความเชื่อมั่นฟื้นตามแผนเลือกตั้งชัด

นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ สายงานวิจัย บริษัท หลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด กล่าวว่า ฝ่ายวิจัยประเมินดัชนีตลาดหุ้นไทยสิ้นปี2560 อยู่ที่ 1,620 จุด ในระดับพีอีเรโช 16 เท่า โดยกำไรบจ.ไตรมาส1/2560จะใกล้เคียงกับไตรมาส1/2559 ที่อยู่ 2.26 แสนล้านบาท นำโดยกลุ่มธนาคารที่คาดว่าจะทำกำไรไตรมาส 1/2560 ได้ 5.4 หมื่นล้านบาท ส่วนพลังงานคาดกำไรไตรมาส 1/2560 จะกลับมาปกติใน 5 หมื่นล้านบาท หลังไม่มีการบันทึกขาดทุนจากสต็อกน้ำมัน เพราะราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น

“คาดว่ากำไรบจ.ปีนี้จะเพิ่มขึ้นอยู่ที่9.91แสนล้านบาท จากปี 2559ที่ 9.03 แสนล้านบาท โดยสัดส่วนกำไรพลังงานจะกลับปกติ 25% ของกำไรทั้งหมด จากปี 2559 ที่มีสัดส่วน 10% หลังราคาน้ำมันปรับสูงขึ้น ส่วนกลุ่มแบงก์จะกลับมาโตอีกครั้ง เพราะสินเชื่อปีนี้เพิ่มขึ้น6% โดยสินเชื่อที่โดดเด่น คือ รายใหญ่ จากความต้องการใช้เงินหลังการออกหุ้นกู้ และตั๋วบีอีมีปัญหา และรายย่อยโดยเฉพาะเช่าซื้อ และบัตรเครดิต”

แนวโน้มตลาดหุ้นไทยครึ่งปีหลังคาดว่าจะดีกว่าครึ่งปีแรกจากความเชื่อมั่นนักลงทุนที่กลับมาจากความชัดเจนการเดินหน้าสู่กระบวนการเลือกตั้ง และเม็ดเงินการเบิกจ่ายของภาครัฐจะมากขึ้นครึ่งปีหลัง เพราะโครงการขนาดใหญ่จะเห็นได้ชัดในครึ่งปีหลัง ขณะที่กระแสเงินทุนอาจจะมีเข้ามาบางช่วง เพราะไทยเป็นประเทศที่เหมาะต่อการพักเงินและคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะทยอยขึ้นดอกเบี้ยครั้งละ 0.25-0.50% อีก 3 ครั้งในปีนี้ จากการประชุมที่เหลืออีก 6 ครั้ง

ขณะที่มองว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะเติบโตได้ 3.5%มีปัจจัยขับเคลื่อนมาจากการลงทุนภาครัฐ ขณะที่การบริโภคครัวเรือนทรงตัว และการส่งออกคาดว่าจะขยายตัวดีขึ้น แต่ยังมีความเสี่ยงจากนโยบายกีดกันการค้า

“แนวโน้มเงินทุนไตรมาส 2ปีนี้อาจเผชิญกับแรงกดดันจากสหรัฐเข้าสู่วงจรดอกเบี้ยขาขึ้น โดยรอบนี้ตลาดหุ้นไทยไม่น่าสนใจ หลังพีอีเรโชสูงถึง 16.5 เท่า และกำไรสุทธิต่อหุ้นปีนี้ต่ำ7.13% เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก และยังสอดคล้องกับสถิติ 10 ปีย้อนหลังพบว่าไตรมาส 2 ต่างชาติจะขายสุทธิหุ้นไทยเฉลี่ยกว่า 1.2 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการขายสุทธิถึง 7 ใน 10 ปี”

บล.ดีบีเอส(ประเทศไทย)ระบุว่า กลุ่มธนาคารพาณิชย์ คาดกำไรไตรมาสแรกปีนี้มีโอกาสเติบโตจากการตั้งสำรองฯลดลง และลูกค้ารายใหญ่และเอสเอ็มอีของธนาคารพาณิชย์เริ่มขยับ กู้ยืมเงินมากขึ้น โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน เนื่องจากการส่งออกปัจจุบันมีการฟื้นตัวดีขึ้น (มูลค่าส่งออกช่วงเดือนพ.ย.-ก.พ.ที่ไม่รวมทองคำเติบโตราว 8%จากปีก่อน) ซึ่งเอสเอ็มอี ส่วนใหญ่เน้นส่งออก ด้านเอ็นพีแอลเสถียรขึ้น และการมี Coverage Ratio ที่สูงของธนาคารเพราะตั้งสำรองค่าเผื่อฯไปมาในปี 2558-59 ก็ทำให้ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งตั้งสำรองค่าเผื่อฯเป็นเปอร์เซ็นต์ต่อสินเชื่อลดลงในปีนี้

ปัจจัยกระตุ้นผลประกอบการของกลุ่มธนาคารปี 2560-61 คือการฟื้นตัวของสินเชื่อและรายได้ค่าธรรมเนียม,ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น . ตั้งสำรองค่าเผื่อฯน้อยลง และการซื้อกิจการ