ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่ม หลังการผลิตในลิเบียลดลงและความหวังที่จะขยายกรอบเวลาข้อตกลงลดการผลิต
+ ราคาน้ำมันดิบปรับเพิ่มขึ้นราวร้อยละ 2 หลังสถานการณ์ความไม่สงบในลิเบียยังคงรุนแรง ส่งผลกระทบต่อปริมาณการผลิตน้ำมันดิบ โดย National oil Corp (NOC) บริษัทน้ำมันของรัฐบาลลิเบีย รายงานว่ากลุ่มติดอาวุธปิดกั้นการผลิตที่แหล่งผลิตน้ำมันดิบ Sharara และWafa ทางตะวันตกของประเทศ ส่งผลให้กำลังผลิตลดลง 252,000 บาร์เรล หรือราว 1 ใน 3 ของปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบีย
+ รัฐมนตรีจากประเทศทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคได้ออกมาแสดงความต้องการการขยายกรอบเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบออกไปในช่วงครึ่งหลังของปี 2560 โดยนาย Bijan Zanganeh รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานของอิหร่าน กล่าวว่า การปรับลดกำลังการผลิตน่าจะได้รับการขยายเวลาออกไป แต่อย่างไรก็ตาม ยังต้องมีการประชุมเพื่อหาข้อตกลงอีกครั้งหนึ่ง นอกจากนี้ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคอย่าง อาเซอร์ไบจัน กล่าวว่าพร้อมที่จะขยายเวลาในการปรับลดกำลังการผลิตในช่วงครึ่งปีหลังเช่นกัน
- อย่างไรก็ตาม ภายหลังตลาดปิด ตลาดยังคงกังวลกับปริมาณน้ำมันดิบจากฝั่งสหรัฐ ที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยสถาบันปิโตรเลียมด้านพลังงานของสหรัฐ (API) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ สิ้นสุด ณ วันที่ 24 มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้น 1.9 ล้านบาร์เรล แตะระดับที่ 535.5 ล้านบาร์เรล มากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ที่ 1.4 ล้านบาร์เรล ขณะที่ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ณ จุดส่งมอบคุชชิ่ง โอกลาโฮมาปรับลดราว 576,000บาร์เรล
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังได้รับแรงหนุนจากความต้องการจากประเทศเวียดนามและเกาหลีใต้ อย่างไรก็ตาม ความต้องการน้ำมันเบนซินในจีนยังคงชะลอตัวส่งผลให้น้ำมันเบนซินคงคลังปรับเพิ่มราวร้อยละ 2 ในเดือน ก.พ.
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากยังมีแรงหนุนจากความต้องการจากศรีลังกา ปากีสถาน เวียดนามและอินโดนีเซีย อย่างไรก็ตาม อุปทานในภูมิภาคเอเชียที่ค่อนข้างสูงยังส่งผลกดดันตลาด
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 47-52 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 49-54 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- ติดตามการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปค โดยคาดการณ์ว่าผู้ผลิตในกลุ่มจะปรับลดปริมาณการผลิตอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้สูงที่ผู้ผลิตกลุ่มโอเปคจะขยายระยะเวลาการปรับลดกำลังการผลิตหลังจากเดือนมิ.ย. 60 หลังนาย Khalid al-Falih รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานซาอุดิอาระเบีย เผยว่า อาจมีการขยายระยะเวลาในการปรับลดกำลังการผลิต หากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังโลกยังอยู่สูงกว่าระดับเฉลี่ย 5 ปี อย่างไรก็ตาม กลุ่มโอเปคจะต้องได้รับความร่วมมือจากผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปคด้วยเช่นกัน
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดว่าจะกดดันราคาน้ำมันดิบต่อเนื่อง หลังปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ยังอยู่ในระดับสูงสุดในประวัติการณ์อย่างต่อเนื่อง โดยล่าสุดปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ รายงานโดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 17 มี.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 5.0 ล้านบาร์เรล มาสู่ระดับ 533.1 ล้านบาร์เรล เนื่องจากปริมาณการนำเข้าน้ำมันดิบยังอยู่ในระดับสูง ประกอบกับปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นราว 0.02 ล้านบาร์เรลต่อวัน มาสู่ระดับ 9.13 ล้านบาร์เรลต่อวัน
- ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของลิเบียมีแนวโน้มฟื้นตัว หลังจากสถานการณ์ความไม่สงบภายในประเทศที่พื้นที่ฝั่งตะวันออกเริ่มคลี่คลายลง ส่งผลให้กำลังการผลิตของลิเบียปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับ 700,000 บาร์เรลต่อวัน นอกจากนี้ บริษัทน้ำมันแห่งชาติของลิเบีย (NOC) ตั้งเป้าหมายที่จะเพิ่มปริมาณการผลิตของลิเบียไปสู่ระดับ 800,000 บาร์เรลต่อวัน ภายในเดือนเม.ย. 60
-------------------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









