วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

สร้างแบรนด์เพิ่มมูลค่าอาหารไทยบุกตลาดโลก

อุตสาหกรรมอาหารของไทยเป็นหนึ่งฟันเฟืองขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สร้างรายได้ให้ประเทศไทยมากกว่า 2.4 หมื่นล้านดอลลาร์ หรือ 8 แสนล้านบาท ปีที่ผ่านมา

ไทยเป็นประเทศอันดับ 1 ส่งออกสินค้าอาหารไปยังกลุ่มประเทศอาเซียน และอันดับ 12 ที่ส่งออกสินค้าอาหารไปทั่วโลก โดยสินค้าอาหารของไทยหลายรายการ มีมูลค่าการส่งออกอยู่ใน 5 อันดับแรกในตลาดโลก อาทิ ข้าว ไก่แปรรูป อาหารทะเลกระป๋องและแปรรูป กุ้งแช่แข็งและแปรรูป และเครื่องปรุงรส ด้วยจุดแข็งด้านวัตถุดิบที่หลากหลายผู้ประกอบการในภาคการผลิตมีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในการนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในทุกห่วงโซ่ของอุตสาหกรรมอาหาร

ภูษิต ศศิธรานนท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็กซ์โปลิงค์ โกลบอล เน็ทเวอร์ค จำกัด ผู้แทนโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมอาหารต้องมุ่งพัฒนาสินค้าอย่างต่อเนื่องและส่งออกสินค้าในรูปแบบ “สินค้าสำเร็จรูป”และ “สร้างแบรนด์สินค้าไทย” ในตลาดโลกมากขึ้น โดยสามารถพัฒนาได้หลากหลายทั้งตัวสินค้า นวัตกรรม บรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้สินค้าส่งออกของไทย นำสู่รายได้และส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มขึ้นในตลาดโลกจาก 2% ในปัจจุบัน

อย่างไรก็ดี ไทยนับเป็นเวทีสำคัญทางด้านอาหารที่มีศักยภาพจะผลักดันให้เป็นศูนย์กลางการวิจัยพัฒนาและนวัตกรรมสำหรับอุตสาหกรรมอาหารโลก โดยมีการจัดงานแสดงสินค้าอาหารครบวงจรที่สุดในเอเชียผ่านงาน ไทยเฟ็กซ์-เวิลด์ ออฟ ฟู้ด เอเชีย 2017 (THAIFEX- World of Food Asia 2017) ภายใต้ความร่วมมือระหว่าง กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ หอการค้าไทย และโคโลญเมสเซ่ ประเทศเยอรมนี

การจัดงานไทยเฟ็กซ์ฯ จัดระหว่างวันที่ 31 พ.ค.-4 มิ.ย.นี้ ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ลงทุนกว่า 300 ล้านบาท พร้อมใช้งบการตลาด 20-25 ล้านบาท ประชาสัมพันธ์งาน โดยมีพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการสินค้าอาหาร 11 กลุ่มที่เป็นเทรนด์อาหารโลก คาดมีผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอาหารเข้าร่วม 2,000 ราย จาก 40 ประเทศทั่วโลก ตั้งเป้าผู้เข้าชมงานกว่า 1.5 แสนราย

ภูษิต กล่าวถึงเทรนด์อาหารทั่วโลกที่มาแรงด้วยว่า มีหลากหลายโดยหนึ่งในนั้น คือ “ฟังก์ชั่นนอลฟู้ด” ซึ่งผู้ประกอบการจะต้องจับเทรนด์อาหารเพื่อพัฒนาให้ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค

กลินท์ สารสิน รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า อุตสาหกรรมอาหารเป็นอุตสาหกรรมพื้นฐานในการสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ผลผลิตต่างๆ จากภาคเกษตรกรรม ประมง ปศุสัตว์ ฯลฯ ซึ่งมีอุปสรรคสำคัญ คือ ผู้ประกอบการอาหารของไทยจำนวนมาก ยังประสบปัญหาเรื่องการสร้างนวัตกรรม ทำให้มูลค่าจากการขายสินค้าไม่มากเท่าที่ควรจะเป็น

“การส่งออกอาหารในรูปของวัตถุดิบ ไม่ทำให้อุตสาหกรรมอาหารของไทยเติบโตได้อย่างก้าวกระโดด ดังนั้นการสร้างนวัตกรรมที่อาศัยการวิจัยและพัฒนา จำเป็นอย่างยิ่งที่ทุกภาคส่วนต้องช่วยกันส่งเสริมเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้าและบริการ ซึ่งบางสินค้าเพิ่มมูลค่าได้เป็น 100 เท่า”

ง านไทยเฟ็กซ์ฯ จะเป็นเวทีพัฒนาศักยภาพผู้ประกอบการด้านอาหาร โดยเฉพาะ “เอสเอ็มอี” จะได้เรียนรู้รูปแบบธุรกิจ เทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ๆ จากต่างประเทศที่มาร่วมออกบูธ นำไปต่อยอดและพัฒนาธุรกิจได้ ทั้งมีโอกาสพบปะคู่ค้าเพื่อสร้างช่องทางการตลาดทั้งในและต่างประเทศ มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์และเทคโนโลยีให้ผู้ประกอบการจากทั่วโลก ปีนี้มีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วม 700 ราย เป็นเอสเอ็มอี 520 ราย มีรายใหม่อีก 180 ราย เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 38%

มาเธียส คุปเปอร์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โคโลญเมสเซ่ จำกัด กล่าวเสริมว่า ไทย ได้รับความสนใจจากนักลงทุนต่างประเทศ ด้วยสภาพทางภูมิศาสตร์่ใกล้ประเทศในแถบอินโดจีน

“ไทยเปรียบเสมือนประตูของผู้ส่งออกและผู้นำเข้าอุตสาหกรรมอาหารจากทั่วโลก”

ผู้เข้าชมงานไทยเฟ็กซ์ฯ จะมีโอกาสเข้าถึงตลาดที่เกิดใหม่ในแถบอินโดจีน อาทิ กัมพูชา ลาว พม่า ฯลฯ ผลักดันอุตสาหกรรมอาหารไทยเติบโตในภูมิภาคเอเชียและตลาดโลกได้อย่างต่อเนื่องตามกลยุทธ์ “ครัวไทยสู่ครัวโลก : Kitchen of the World”