วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'รมว.คลัง'ยันไร้แนวคิดปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม

"รมว.คลัง" เตรียมเปิดขาย "ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์" ภายใน 2-3 เดือน หลังยื่นไฟลิ่ง ก.ล.ต.แล้ว ยืนยันไม่มีแนวคิดปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่มในปีนี้

นายอภิศักดิ์ ตันติวรวงศ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยในปี 2560 มองว่าขยายตัวได้ดี จากการเดินหน้าลงทุนในโครงการโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ รวมถึงการเร่งสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างๆ ส่วนความคืบหน้าของการเปิดขายกองทุนโครงสร้างพื้นฐานเพื่อพัฒนาประเทศไทย หรือ ไทยแลนด์ฟิวเจอร์ฟันด์ มูลค่าประมาณ 40,000 ล้านบาท นั้น คาดว่าจะเปิดขายให้กับประชาชนเป็นครั้งแรกได้ใน 2-3 เดือนนี้

สำหรับเบื้องต้น ได้คัดเลือกโครงการลงทุนของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย หรือ กทพ. มาเป็นหลักทรัพย์ โดยเลือก 2 โครงการที่ดำเนินการแล้วเสร็จมาเปิดขายให้กับนักลงทุน เพื่อนำเงินที่ได้ไปลงทุนพัฒนาเส้นทางพระราม 3 ต่อไป โดยกระบวนการของกองทุนฯขณะนี้ได้ยื่นไฟลิ่งให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ ก.ล.ต. เรียบร้อยแล้ว

"มั่นใจว่ากองทุนโครงสร้างพื้นฐานจะได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นจำนวนมาก ด้วยการเสนออัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม โดยที่ปรึกษาได้คาดการณ์ประมาณที่ 7-8% เพราะขณะนี้อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งจะสร้างแรงจูงใจให้กับประชาชน และถือเป็นทางเลือกที่น่าสนใจในการลงทุน" นายอภิศักดิ์ กล่าว

ส่วนแนวโน้มของการจัดการเลือกตั้งของไทยนั้น คาดว่าจะเกิดขึ้นได้ในช่วงต้นปี 2561 ซึ่งมองว่ายังเป็นไปตามกระบวนการที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะมีการจัดการเลือกตั้งนั้น จะต้องดำเนินการในพระราชพิธีสำคัญ 2 พระราชพิธีด้วย ซึ่งจะมีช้าหรือเร็วนั้น จะต้องขึ้นอยู่กับพระราชวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม มองว่า การพยายามสร้างความชัดเจนต่างๆ รวมถึงการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ จะสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนได้มากขึ้น และในอนาคตจะทำให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงของกลุ่ม CLMV ได้ และภายหลังจากประเทศไทยได้ปฏิรูปแล้วเสร็จจะส่งผลให้เศรษฐกิจไทยขยายตัวได้อย่างมั่นคงต่อเนื่อง 10 ปีข้างหน้า

อย่างไรก็ตามถึงแม้เศรษฐกิจไทยจะมีแนวโน้มดีขึ้น แต่กระทรวงการคลังก็ยังไม่มีแนวคิดที่จะปรับขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ในปีนี้ เป็น 10 % จากปัจจุบันที่ 7% เพราะมองว่าการขึ้น VAT นั้นจะต้องขึ้นอยู่กับความพร้อมของเศรษฐกิจ และไม่ได้คำนึงถึงการเพิ่มรายได้เพิ่มเพียงอย่างเดียว ต้องมองถึงความเหมาะสมของเศรษฐกิจด้วยว่า หากขึ้นแล้วจะมีผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจหรือไม่ด้วย