ราคาน้ำมันดิบคาดจะทรงตัว หลังยังได้รับแรงกดดันจากสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐ ที่อยู่ในระดับสูง
ไทยออยล์คาดราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์นี้จะเคลื่อนไหวที่กรอบ 51 -56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวที่กรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
แนวโน้มสถานการณ์ราคาน้ำมันดิบ ( 6-10 มี.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้คาดจะเคลื่อนไหวในกรอบจำกัด หลังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์จากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่ปรับตัวลดลงในช่วงโรงกลั่นปิดซ่อมบำรุงและการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น หลังผู้ผลิตเพิ่มปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมับดิบขึ้นต่อเนื่องมาอยู่ที่ระดับ 602 แท่น ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 2 ปี อย่างไรก็ตาม ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากผู้ผลิตในกลุ่มโอเปคที่คาดว่าจะปรับลดกำลังการผลิตอย่างต่อเนื่องตามข้อตกลงที่ได้ตกลงไว้ก่อนหน้านี้
ปัจจัยสำคัญที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์นี้:
- การผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตของกลุ่มโอเปคคาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่องจากการที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิรักจะทำการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบและซาอุดิอาระเบียที่ยังคงกำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยผลสำรวจของสำนักข่าวรอยเตอร์ คาดในเดือน ก.พ. 60 กลุ่มโอเปคจะสามารถปรับลดกำลังการผลิตลงได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 94 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับ 93 เนื่องจากซาอุดิอาระเบียลดกำลังการผลิตมาอยู่ที่ระดับ 9.8 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งลดลงกว่า 744,000 บาร์เรลต่อวันจากระดับการผลิตอ้างอิง มากกว่าระดับที่ตกลงไว้ที่ 486,000 บาร์เรลต่อวัน และอิรักที่ปรับลดกำลังการผลิตลงจากการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบ
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะยังคงอยู่ในระดับสูงต่อเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงการปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาลของโรงกลั่นและปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงกว่าระดับ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล มาสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 520.18 ล้านบาร์เรล
- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียว่าจะปรับลดลงตามที่ได้ตกลงไว้หรือไม่ หลังรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคาดในเดือน ก.พ. 60 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียจะทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าปริมาณการผลิตในเดือน ก.พ. จะปรับลดลงมากกว่าเดือน ม.ค. อย่างไรก็ตาม คาดปริมาณการผลิตจะปรับลดลง 200,000 และ 300,000 บาร์เรลต่อวัน ตามลำดับในเดือน มี.ค. และ เม.ย. 60
- ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง หลังผู้ผลิตน้ำมันดิบจากชั้นดินดาน (Shale Oil) ในสหรัฐ เริ่มผลิตน้ำมันดิบเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากราคาน้ำมันดิบ ณ ปัจจุบันสูงกว่าต้นทุนการผลิต Shale oil ในบางแหล่ง โดยเฉพาะแหล่งผลิต Permian ที่มีต้นทุนการผลิตต่ำกว่าแหล่งอื่นๆ นอกจากนี้ Baker Hughes รายงานปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบสหรัฐ ปรับเพิ่มขึ้น 5 แท่น มาอยู่ที่ 602 แท่น ซึ่งเป็นการปรับเพิ่มขึ้น 6 สัปดาห์ติดต่อกัน
- ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าติดตามในสัปดาห์นี้ ได้แก่ GDP ไตรมาส 4/59 ยูโรโซน ดัชนีราคาผู้ผลิตและผู้บริโภคจีน ยอดค้าปลีกจีน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมจีน การจ้างงานนอกภาคเกษตร และอัตราการว่างงานสหรัฐ
สรุปสถานการณ์ราคาน้ำมันในสัปดาห์ที่ผ่านมา (27 ก.พ. – 3 มี.ค. 60)
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสในสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับลดลง 0.66 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 53.33 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ในขณะที่ ราคาน้ำมันดิบเบรนท์ปรับลดลง 0.09 ดอลลาร์ มาอยู่ที่ 55.90 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล ส่วนราคาน้ำมันดิบดูไบ ปิดเฉลี่ยอยู่ที่ 53.60 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล หลังได้รับแรงหนุนจากข่าวการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปค โดยตัวเลขปริมาณการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือน ก.พ. 60 รายงานโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ปรับลดลงราว 1.098 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งหมายความว่าผู้ผลิตกลุ่มโอเปคสามารถลดกำลังการผลิตลงประมาณ 94% ของข้อตกลง นอกจากนี้ อิรักและสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ซึ่งเป็นประเทศที่ทำตามข้อตกลงได้น้อยในเดือนม.ค. ให้คำมั่นว่าจะปรับลดกำลังการผลิตให้มากขึ้น อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจากปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ที่ปรับเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ รวมถึงจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบที่ปรับเพิ่มขึ้น หลังราคาน้ำมันดิบทรงตัวในระดับสูง
--------------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









