วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

SAMTEL - ซื้อ

งานประมูลโครงการภาครัฐเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน

ประเด็นการลงทุน

เรามีความเชื่อมั่นในหุ้น SAMTEL มากที่สุดถ้าเปรียบเทียบกับหุ้นบริษัทอื่นๆ ในกลุ่ม SAMART ทั้งหมดและยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” สำหรับหุ้น SAMTEL เนื่องจากการเปิดประมูลงานโครงการภาครัฐที่เพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดตั้งแต่ไตรมาส 4/59 เป็นต้นมา การเปิดประมูลงานโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐมีแนวโน้มที่จะเริ่มต้นตั้งแต่ไตรมาส 2/60 ไปจนถึงช่วงครึ่งหลังของปี 2560 เราเชื่อว่า SAMTEL มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นผู้ชนะการประมูลงานโครงการใหม่ของหน่วยงานภาครัฐ เนื่องจากงานประมูลส่วนใหญ่เป็นการเปิดประมูลงานใหม่ที่ต่อเนื่องจากงานเดิม ดังนั้น โอกาสที่ SAMTEL จะชนะการประมูลจึงมีสูงมากเนื่องจากประวัติการ
ทำงานจากงานโครงการเดิม เราคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มฟื้นตัว และกำไรหลักมีแนวโน้มเติบโตเท่าตัวสำหรับในปี 2560 จากที่ลดลงไปต่ำสุดในปี 2559 ราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 15 บาทสะท้อนอัตราส่วน PER ที่ 24.8 เท่า (หรือคิดเป็นส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ +0.6 เหนือค่าเฉลี่ยอัตราส่วน PER ระยะยาวของหุ้นซึ่งอยู่ที่ 17.2 เท่า)

การฟื้นตัวของมูลค่างานโครงการใหม่และงานที่รอรับรู้เป็นรายได้ในปี 2560

เนื่องจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณงานโครงการภาครัฐในปี 2560 เราเริ่มเห็นการเปิดประมูลงานโครงการของหน่วยงานภาครัฐหรือรัฐวิสาหกิจที่เพิ่มมากขึ้นตั้งแต่ไตรมาส 4/59 และแนวโน้มดังกล่าวจะยังคงต่อเนื่องไปยังไตรมาส 1/60 โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเซ็นสัญญางานโครงการใหม่มูลค่า 1.3 หมื่นล้านบาทในปี 2560 (เพิ่มขึ้น 86% จากงานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญา 7 พันล้านบาทในปี 2559) ซึ่งจะรวมงานโครงการขนาดใหญ่ของหน่วยงานภาครัฐ/หน่วยงานรัฐวิสาหกิจจำนวน 5 โครงการ (โดยแต่ละโครงการมีมูลค่า 2-4 พันล้านบาท) บริษัทตั้งเป้ามูลค่างานโครงการที่รอรับรู้เป็นรายได้ (backlog) มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดไปอยู่ที่อย่างน้อย 1 หมื่นล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 (เพิ่มขึ้น 14% จาก 8.77 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2559) เราเชื่อว่ามูลค่างานโครงการใหม่ที่เซ็นสัญญาผ่านจุดต่ำสุด
ไปแล้วในไตรมาส 3/59 (จำนวน 707 ล้านบาท) ก่อนที่จะเติบโตก้าวกระโดดในไตรมาส 4/59 (จำนวน 4.7 พันล้านบาท) และแนวโน้มดังกล่าวคาดว่าจะต่อเนื่องไปยังครึ่งแรกของปี 2560 (จำนวน 4-6 พันล้านบาท) เราคาดว่ากำไรหลักได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 3/59 และปรับตัวดีขึ้น ตั้งแต่ไตรมาส 4/59 ไปจนถึงตลอดทั้งปี 2560

มูลค่างานโครงการใหม่มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดดในไตรมาส 2/60

บริษัทคาดว่าจะทำการเซ็นมูลค่างานโครงการใหม่ 2 พันล้านบาทในช่วงไตรมาส 1/60 (งานโครงการขนาดใหญ่ 2 โครงการซึ่งมีมูลค่า 930 ล้านบาทต่อโครงการ) มูลค่างานโครงการใหม่อีก 6 พันล้านบาทในไตรมาส 2/60 (งานโครงการขนาดใหญ่ 3 โครงการซึ่งได้แก่ 2.6 พันล้านบาท 2 พันล้านบาท และ 1.5 พันล้านบาท) จำนวน 4 พันล้านบาทในไตรมาส 3/60 (งานโครงการขนาดใหญ่ 1 โครงการมูลค่า 3.5 พันล้านบาท) และ จำนวน 2 พันล้านบาทในไตรมาส 4/60 (งานโครงการขนาดใหญ่ 1 โครงการมูลค่า 1.4 พันล้านบาท) เราใช้สมมติฐานอย่างอนุรักษ์นิยมว่ามูลค่างานใหญ่ที่จะเซ็นสัญญาในปี 2560 มีแนวโน้มอยู่ที่ 9 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 29% YoY) ส่งผลให้มูลค่างานในมือที่รอรับรู้เป็นรายได้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นไปอยู่ที่ 9 พันล้านบาท ณ สิ้นปี 2560 (เพิ่มขึ้น 8% YoY) ทั้งนี้ภายในไตรมาส 2/60 เราคาดว่าบริษัทจะทำการยื่นประมูลงานโครงการของหน่วยงานภาครัฐแห่งหนึ่งมูลค่า 2.6 พันล้านบาทในวันที่ 30 มี.ค. และ คาดว่าจะประกาศรายชื่อผู้ชนะสำหรับงานโครงการนี้ในเดือนเม.ย. 2560 ในขณะเดียวกันการเปิดประมูลงานโครงการภาครัฐอีกหนึ่งโครงการซึ่งมีมูลค่า 1.5 พันล้านบาทคาดว่าจะเริ่มในเดือนเม.ย. 2560 เช่นกัน

สัดส่วนรายได้จากงานประจำในรูปงานบริการมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในระยะยาว

บริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในปี 2560 เนื่องจากสัดส่วนรายได้จากงานประจำในรูปของงานบริการ (recurring services) ที่เพิ่มสูงขึ้นเมื่อเทียบกับสัดส่วนรายได้จากงานขายแบบครบวงจร (turnkey) โดยบริษัทตั้งเป้าที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากงานประจำให้ขึ้นไปอยู่ที่ 50% (ของรายได้รวม) ในปี 2561 จาก ณ ปัจจุบันซึ่งอยู่ที่ 30% ทั้งนี้อัตรากำไรขั้นต้นของงานโครงการที่เน้นบริการอยู่ที่ประมาณ 18-20% ซึ่งสูงกว่างานโครงการที่เน้นการขายแบบครบวงจรซึ่งอยู่ที่ประมาณ 8-10% งานโครงการติดตั้งระบบตรวจสอบและคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า (APPS) ซึ่งบริษัทชนะการประมูลไปแล้วในปี 2558 แสดงให้เห็นถึงตัวเลขจำนวนผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้นและอัตรากำไรขั้นต้นที่ปรับตัวสูงขึ้นอย่างชัดเจนในไตรมาส 1/60 บริษัทตั้งเป้ารายได้รวมที่ 9 พันล้านบาทในปี 2560 เพิ่มขึ้น 57% YoY และอัตรากำไรสุทธิที่ 5-6% ในปี 2560 (เพิ่มขึ่นจาก 3.2% ในปี 2559) เราใช้สมมติฐานอย่างอนุรักษ์นิยมสำหรับรายได้รวมในปี 2560 ที่ 6.75 พันล้านบาท (เพิ่มขึ้น 18% YoY) และอัตรากำไรสุทธิที่ 5.5% สำหรับในปี 2560 เราคาดว่ากำไรหลักปี 2560 มีแนวโน้มเติบโตก้าวกระโดด 100% เนื่องจากการฟื้นตัวกลับมาของรายได้และอัตรากำไรขั้นต้น