ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังรัสเซียคงระดับการปรับลดการผลิตน้ำมันดิบและสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐ แตะระดับสูงสุดในประวัติการณ์
- ราคาน้ำมันดิบปรับลดลง หลังปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียในเดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไม่มีการปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมเมื่อเทียบกับเดือนก่อนหน้า ซึ่งลดลงประมาณ 100,000 บาร์เรลต่อวันจากระดับการผลิตเดือนตุลาคม 2559 และยังคงต่ำกว่าระดับที่ได้ทำข้อตกลงไว้ที่ 300,000 บาร์เรลต่อวัน
+ อย่างไรก็ดี Alexander Novak รัฐมนตรีกระทรวงพลังงานรัสเซียคาดการณ์ว่ารัสเซียจะปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงได้ 200,000 บาร์เรลต่อวันภายในไตรมาสที่ 1 ของปี 2560 แต่จะไม่ปรับลดกำลังการผลิตเพิ่มเติมมากกว่าที่ได้ตกลงหากประเทศนอกกลุ่มโอเปคประเทศอื่นไม่ปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบได้ตามที่ตกลงไว้
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 520.18 ล้านบาร์เรลในสัปดาห์ที่แล้ว โดยปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 8 สัปดาห์ติดต่อกัน
- นอกจากนี้ ค่าเงินดอลลาร์ที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินในตะกร้าส่งผลกดดันต่อผู้ซื้อในตลาดน้ำมันด้วยสกุลเงินอื่น โดยค่าเงินดอลลาร์ปรับตัวขึ้นสู่ระดับสูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์ หลังนักลงทุนได้รับแรงกระตุ้นจากการที่ธนาคารกลางสหรัฐ ออกมาแสดงสัญญาณการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ย
+ อย่างไรก็ตาม โอเปคยังคงทำตามข้อตกลงในการปรับลดกำลังการผลิต โดยปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบรวมกว่า 94% ในเดือนกุมภาพันธ์ โดยนักวิเคราะห์ยังคงคาดการณ์ว่าประเทศซาอุดิอาระเบียจะยังคงให้ความร่วมมือปรับลดกำลังการผลิตมากกว่าที่ได้ทำข้อตกลงไว้
ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงกดดันจากตลาดน้ำมันเบนซินสหรัฐ ที่ปรับตัวลดลง รวมไปถึงอุปทานในภูมิภาคเอเชียเหนือที่ยังคงอยู่ในระดับสูง อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันเบนซินยังมีแรงสนับสนุนจากปริมาณน้ำมันเบนซินคงคลังที่ตลาดสิงคโปร์ที่ปรับตัวลดลงต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์
ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวลดลงมากกว่าราคาน้ำมันดิบดูไบ เนื่องจากถูกกดดันด้วยอุปทานจากประเทศอินเดียและตะวันออกกลาง รวมไปถึงอุปสงค์จากประเทศอินโดนีเซียที่ปรับตัวลดลงและปริมาณน้ำมันดีเซลคงคลังที่ตลาดสิงคโปร์ที่ปรับเพิ่มขึ้น
ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์หน้า
ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
ปัจจัยที่น่าจับตามอง
- การผลิตน้ำมันดิบของผู้ผลิตของกลุ่มโอเปคคาดว่าจะปรับลดลงต่อเนื่องจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และอิรักที่จะมีการปิดซ่อมบำรุงของแหล่งผลิตน้ำมันดิบและซาอุดิอาระเบียที่ยังคงกำลังการผลิตอยู่ในระดับต่ำกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยผลสำรวจของสำนักข่าว Reuters คาดในเดือน ก.พ. 60 กลุ่มโอเปคจะสามารถปรับลดกำลังการผลิตลงได้เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ 94 เพิ่มขึ้นจากเดือนก่อนหน้าที่ระดับร้อยละ 93 ของข้อตกลง
- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ คาดจะยังคงอยู่ในสูงต่อเนื่องจากความต้องการใช้น้ำมันดิบที่มีแนวโน้มลดลงในช่วงการปิดซ่อมบำรุงตามฤดูกาลของโรงกลั่นตามและปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของสหรัฐ ที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาสูงกว่าระดับ 9 ล้านบาร์เรลต่อวัน โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 24 ก.พ. 60 ปรับเพิ่มขึ้น 1.5 ล้านบาร์เรล มาสู่ระดับสูงสุดในรอบประวัติการณ์ที่ 520.18 ล้านบาร์เรล
- จับตาปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียว่าจะปรับลดลงตามที่ได้ตกลงไว้หรือไม่ หลังรัฐมนตรีกระทรวงพลังงานคาดในเดือน ก.พ. 60 ปริมาณการผลิตน้ำมันดิบของรัสเซียจะทรงตัวจากเดือนก่อนหน้าอยู่ที่ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน ซึ่งสวนทางกับการคาดการณ์ก่อนหน้านี้ที่คาดว่าปริมาณการผลิตในเดือน ก.พ. จะปรับลดลงมากกว่าเดือน ม.ค. อย่างไรก็ตาม คาดปริมาณการผลิตจะปรับลดลง 200,000 และ 300,000 บาร์เรลต่อวัน ตามลำดับในเดือน มี.ค. และ เม.ย. 60
-----------------------------------
ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)
โทร.02-797-2999









