วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘กสิกร’ ลุ้นภาคก่อสร้างดันสินเชื่อเอสเอ็มอี

"‘กสิกร"ลุ้นภาคก่อสร้าง ดันสินเชื่อ"เอสเอ็มอี" วางเป้าปีนี้โต 4-6%

กสิกรไทย วางเป้าสินเชื่อเอสเอ็มอีปีนี้โต 4-6% มองกลุ่มก่อสร้างหนุนตลาดสินเชื่อขยายตัวได้ในอีก 4-5 ปีข้างหน้า เหตุได้อานิสงส์จากลงทุนภาครัฐ แต่ห่วงปัญหาแรงงานขาดแคลน ทำต้นทุนพุ่ง

นายสุรัตน์ ลีลาทวีวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธนาคารตั้งเป้ารักษาผู้นำตลาดสินเชื่อผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) โดยปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตสินเชื่อในส่วนดังกล่าวประมาณ 4-6 % หรือคิดเป็นเม็ดเงินสินเชื่อปล่อยใหม่ 4 หมื่นล้านบาท จากสินเชื่อคงค้างในกลุ่มเอสเอ็มอี ณ สิ้นปี2559 อยู่ที่ 6.57 แสนล้านบาท

ธนาคารประเมินว่าสินเชื่อเอสเอ็มอีจะเติบโตเฉลี่ยเดือนละ 0.5% หรือไตรมาสละ 1.5% แม้ว่าในช่วงเดือนม.ค.จะขยายตัวในระดับต่ำหรือค่อนข้างทรงตัว แต่ก็มีสัญญาณดีขึ้นในช่วงเดือนก.พ. โดยเฉพาะกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง ที่จะมีการเติบโตจากเม็ดเงินลงทุนโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐ

“ภาคก่อสร้าง จะเป็นตลาดที่สำคัญในปีนี้ และต่อเนื่องไปอีก 4-5 ปีข้างหน้า จากโครงการลงทุนของภาครัฐ อย่างไรก็ตามการเติบโตของภาคก่อสร้าง จะโตมากที่ผู้รับเหมารายใหญ่ ส่วนก่อสร้างที่เป็นเอสเอ็มอีจะโตตามท้องถิ่นมากกว่า ทั้งกลุ่มที่รับงานรัฐโดยตรง และรับงานต่อจากผู้ประกอบการรายใหญ่อีกที อย่างไรก็ตามยังมีประเด็นที่ต้องติดตาม คือปัญหาการขาดแคลนแรงงานในกลุ่มผู้รับเหมา ซึ่งจะเป็นปัญหาหลัก ที่จะกระทบต่อต้นทุน”

นอกจากกลุ่มก่อสร้างแล้ว อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ในส่วนของผู้ประกอบการร้านค้า และร้านอาหารก็มีแนวโน้มเติบโตตามอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมอีคอมเมอร์ซ รายเล็กๆ เห็นได้จากการใช้โมบายแบงก์กิ้ง ส่วนภาคการเกษตรมีแนวโน้มดีขึ้นเป็นบางกลุ่ม เช่น ยางพารา ตามสถานการณ์ราคาน้ำมันในตลาดโลกที่ปรับขึ้น ส่วนภาคเกษตรในพื้นที่ภาคอีสาน เหนือ และกลาง ที่เพาะปลูกข้าว และมัน ยังไม่ดีขึ้น

นายสุรัตน์ กล่าวต่อว่า ส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้(เอ็นพีแอล) ธนาคารประเมินว่ายังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และ จะขึ้นไปในระดับสูงสุดในปลายปีนี้ โดยสิ้นปี 2559 เอ็นพีแอล อยู่ที่ 4.87% ซึ่งปีนี้ธนาคารจะควบคุมไม่ให้เกิน 5% โดยเอ็นพีแอล ที่เพิ่มขึ้นมาจากลูกค้าเก่าที่มีปัญหาในช่วงเศรษฐกิจซบเซาที่ผ่านมา

“เอ็นพีแอลยังมีแนวโน้มปรับขึ้นอยู่ โดยมาจากกลุ่มการค้า เพราะกำลังซื้อหดหายไป ซึ่งเป็นผลมาจากปัญหาเศรษฐกิจชะลอตัวในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ปีนี้คาดว่าจะดีขึ้นมาบ้าง เพราะรัฐอัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบมากขึ้น”

สำหรับค่าธรรมเนียมปีนี้ธนาคารตั้งเป้าเติบโต 4-5% จากปี2559 ที่เติบ โต 1-2% โดยธนาคารจะเน้นลูกค้าเอสเอ็มอีขนาดใหญ่มากขึ้น แม้จะได้ค่าธรรมเนียมที่ลดลงแต่ก็ถือว่ายังมีช่องว่าง(สเปรด) ที่ให้ผลตอบแทนในระดับสูงเมื่อเทียบกับความเสี่ยงที่ต้องแบกรับ