วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘รพ.ธนบุรี’ ชี้ต้นทุนซื้อกิจการสูงขึ้น

"รพ.ธนบุรี"ชี้ต้นทุนซื้อกิจการสูงขึ้น มุ่งธุรกิจรับบริหารรพ. หนุนอัตรากำไร เดินหน้าเข้าตลาดไตรมาส2 นำเงินขยายเมดิคอลซิตี้ 

‘ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป’ มองต้นทุนซื้อกิจการโรงพยาบาลสูงขึ้น เน้นเพิ่มสัดส่วนรายได้จากการรับบริหารโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ จ่อระดมทุนเข้าเทรดภายในไตรมาส 2 ปี60 นำเงินส่วนหนึ่งขยายเมดิคอลซิตี้ ซึ่งวางงบลงทุนไว้ 4.8 พันล้านบาท พร้อมขยายการให้บริการของโรงพยาบาลเดิม ขณะที่ ‘รพ.ราชพฤกษ์’ เปิดเทรดวันแรก เพิ่มขึ้น 25%

นายบุญ วนาสิน ประธานกรรมการ บริษัท ธนบุรี เฮลท์แคร์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) THG เปิดเผยว่า การขยายธุรกิจโรงพยาบาลในปัจจุบันด้วยวิธีการเข้าซื้อกิจการจากโรงพยาบาลรายเล็กจะทำได้ยากมากขึ้น เนื่องจากต้นทุนในการเข้าซื้อมีแนวโน้มสูงขึ้น เพราะผู้ประกอบการแต่ละแห่งน่าจะเห็นแล้วว่าปัจจุบันโรงพยาบาลที่ขนาดไม่ใหญ่มากก็สามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ได้ และนักลงทุนก็ให้มูลค่าค่อนข้างสูง พิจารณาจากค่าพีอีของหุ้นกลุ่มโรงพยาบาลที่ 30-40 เท่า

ขณะเดียวกันอัตรากำไรของการดำเนินธุรกิจโรงพยาบาลไม่ได้สูงมากนัก หากดูจากกำไรจากการให้บริการรักษาเป็นหลัก ฉะนั้นบริษัทจึงหันไปมุ่งเน้นด้านการรับบริหารงาน และให้บริการด้านสุขภาพอื่นๆ เพิ่มเติม โดยอีก 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้ามีสัดส่วนรายได้จากการรับบริหารโรงพยาบาลเพิ่มเป็น 50% จากปัจจุบันมีเพียงกว่า 6%

“การขยายธุรกิจของบริษัทหลังจากนี้จะเน้นไปที่การรับบริหารงานมากขึ้น เพราะใช้เงินลงทุนต่ำกว่า และจะเน้นการบริหารงานให้มีประสิทธิภาพ มากกว่าการขึ้นค่ารักษาพยาบาล อย่างการรับบริหารงานโรงพยาบาลทั้งในและต่างประเทศ จะช่วยหนุนให้อัตรากำไรของบริษัทสูงขึ้น”

พร้อมกันนี้บริษัทมีแผนจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยภายในไตรมาส 2 นี้ โดยจะเสนอขายหุ้นไอพีโอ จำนวนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น หรือ 10% ของหุ้นทั้งหมด

เงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้น จะนำไปชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน ลงทุนโครงการในอนาคต เช่น โครงการ medical city รังสิต ซึ่งเป็นโครงการสำหรับดูแลผู้สูงอายุครบวงจร ซึ่งตั้งงบลงทุนไว้ 4.8 พันล้านบาท รวมถึงการลงทุนเพื่อเพิ่มขีดความสามารถการให้บริการผู้ป่วยของโรงพยาบาลธนบุรีและโรงพยาบาลธนบุรี 2 ตั้งงบลงทุนรวมไว้ประมาณ 1.5 พันล้านบาท

แนวโน้มรายได้ปีนี้น่าจะเติบโตมากกว่าค่าเฉลี่ย 6.3% ในช่วง 3 ปีก่อน เนื่องจากการเน้นการรับจ้างบริหารโรงพยาบาลต่างประเทศมากขึ้น ขณะที่ผลการดำเนินงานในปี 2558 มีรายได้ 5,786.67 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 551.83 ล้านบาท และงวด 9 เดือนแรกของปี 2559 มีรายได้รวม 4,661.24 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากปีก่อน8.67 %และมีกำไรสุทธิ 405.05 ล้านบาทเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 16.26 % และมีอัตราหนี้สินต่อทุน 0.98 เท่า

“สาเหตุสำคัญที่บริษัทเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ เพราะต้องการสร้างความน่าเชื่อถือและความโปร่งใสให้กับบริษัท ขณะเดียวกันยังช่วยลดต้นทุนทางการเงินด้วย และยังเป็นการเปิดโอกาสให้กับบริษัทในการขยายกิจการไปยังต่างประเทศได้ง่ายมากขึ้นจากการเป็นที่รู้จัก และมีข้อมูลที่ให้นักลงทุนสามารถเข้าถึงได้ผ่านตลาดหลักทรัพย์”