วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สิงห์ เดินเกมป้องตลาดโซดา อัดสินค้าเสิร์ฟทุกช่องทางจำหน่าย 

สิงห์ ขานรับนโยบาย "สันติ ภิรมย์ภักดี" รุกหนักธุรกิจอาหาร-เครื่องดื่ม ทั้งในและต่างประเทศ สพร้อมลุยตลาดโซดา กระจายสินค้า สกัดร็อกเมาเท็น

นายธิติพร ธรรมาภิมุขกุล ผู้อำนวยการกลุ่มการตลาด ธุรกิจอาหารและเครื่องดื่ม บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยว่า หลังจากคู่แข่งออกสินค้าใหม่โซดา ร็อคเมาเท็นมาทำตลาด ขณะนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อยอดขายของโซดาสิงห์แต่อย่างใด และสิงห์ยังครองตำแหน่งผู้นำตลาดด้วยส่วนแบ่งทางการตลาด 94% ขณะเดียวกัน บริษัทยังคงเดินหน้ารักษาตำแหน่งเบอร์ 1 อย่างต่อเนื่อง ด้วยการมุ่งกระจายสินค้าให้ครอบคลุมทุกช่องทางจำหน่าย และพยายามป้อนสินค้าให้เพียงพอต่อความต้องการของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง 

นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนในการรุกตลาดโซดาภายใต้แบรนด์ใหม่ "ลีโอ" ในเร็วๆนี้ หลังจากเลื่อนแผนในปีที่ผ่านมา เนื่องจากประเทศไทยเผชิญความสูญเสียครั้งใหญ่ 

สำหรับภาพรวมตลาดโซดาปีที่แล้ว มีการเติบโตค่อนข้างน้อย โดยมีปัจจัยจากภาวะเศรษฐกิจ และตลาดเหล้าสีที่หดตัวลง เนื่องจากผู้บริโภคหันไปดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ประเภทอื่น ประกอบกับช่วงปลายปีซึ่งเป็นฤดูกาลขาย(ไฮซีซั่น) มีปัจจัยภายในประเทศ ทำให้ช่องทางผับ บาร์ (ออนพรีมีส) หดตัวตัวลง 

"ตอนนี้ยังไม่เห็นผลกระทบด้านยอดขายแต่อย่างใด และจากการสำรวจตลาดก็พบว่า เมื่อผู้บริโภคเห็นโซดาสิงห์และของคู่แข่ง แบรนด์ของเราก็ยังถูกเลือกอยู่ แต่เราก็จะเน้นกระจายสินค้าให้มีจำหน่ายตลอด พยายามไม่ให้เกิดภาวะขาดตลาด เพื่อรักษาฐานไว้"

ที่ผ่านมา สิงห์ได้แตกไลน์และเปิดตัวสินค้าใหม่ในรอบ 18 ปี สำหรับแบรนด์ลีโอ ด้วยการปั้น “โซดาลีโอ” เข้าทำตลาด เพื่อต่อยอดความแข็งแกร่งของแบรนด์ โดยในปีแรกบริษัทตั้งเป้ามีส่วนแบ่งทางการตลาดที่ 5% จากตลาดเครื่องดื่มโซดาปี 2558 มีมูลค่า 7,500 ล้าน เติบโต3% 

สำหรับแผนการทำตลาดกลุ่มสินค้าไม่มีแอลกอฮอล์(นอนแอลกอฮอล์)ของสิงห์ในปีนี้ ยังเดินตามนโยบายนายสันติ ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด ที่ต้องการให้ขยายตลาด และสร้างการเติบโตให้ธุรกิจนอนแอลกอฮอล์มากขึ้น รวมถึงการบุกตลาดส่งออกไปยังต่างประเทศ ซึ่งมีโอกาสอยู่มาก จะเป็นตัวผลักดันให้ธุรกิจมีการเติบโตอย่างยั่งยืนระยะยาว 

นอกจากนี้ บริษัทจะมุ่งสร้างความสมดุลด้านสัดส่วนรายได้ระหว่างอาหารและเครื่องดื่มในอนาคตให้อยู่ที่ 70:30 โดยปัจจุบันรายได้หลักยังมาจากโซดาและน้ำดื่มตราสิงห์ 80% และอาหาร 20% จากภาพรวมยอดขาย 1.5 หมื่นล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของยอดขายบุญรอดฯ ซึ่งมากกว่า 1 แสนล้านบาท 

"สิงห์มีการขยายธุรกิจและทำตลาดอาหารและเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์มาเป็นเวลาประมาณ 10 ปีแล้ว และเติบโตต่อเนื่อง และบริษัทมีการแบ่งสินค้าออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มที่เป็นผู้นำตลาด เช่น น้ำดื่มสิงห์ โซดาสิงห์  กลุ่มสินค้าที่มีอัตราการเติบโตดีมาก เช่น มาชิตะ น้ำแร่เพอร์ร่า และกลุ่มสินค้าใหม่ที่จะสร้างการเติบโตในอนาคต เช่น ขนมข้าวอบกรอบแบรนด์ยูกิ เครื่องดื่มเกลือแร่ซันโว เป็นต้น และนโยบายของคุณสันติ ต้องการให้เราขยายธุรกิจนอนแอลกอฮอล์มากขึ้น รวมทั้งมุ่งทำตลาดส่งออก โดยการส่งออกนั้น จะทำตลาดและจำหน่ายผ่านทางบริษัท บุญรอดเทรดดิ้ง อินเตอร์เนชั่นแนล" 


ส่วนความคืบหน้าการทำตลาดน้ำส้มแบรนด์ Valensina ที่สิงห์ไปซื้อกิจการในประเทศเยอรมนี ล่าสุด ได้มีการส่งตัวแทนเข้าไปนั่งเป็นคณะกรรมการบริหาร(บอร์ด) เรียบร้อยแล้ว ส่วนด้านสินค้า ยังไม่มีแผนจะนำเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย เนื่องจากสินค้าส่วนใหญ่ยังเป็นน้ำส้มที่ต้องแช่เย็น (Chilled)


"การเข้าไปลงทุนไม่จำเป็นต้องนำสินค้าเข้ามาทำตลาดในประเทศไทย แต่เราสามารถต่อยอดขยายไปยังตลาดอื่นๆได้"