วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เมืองไทยประกันภัยตั้งเป้าพอร์ตลงทุนแตะหมื่นล้าน

“เมืองไทยประกันภัย” เผยปี 60 พอร์ตลงทุนแตะหมื่นล้าน ยึดหลักกระจายเสี่ยง พร้อมขยับลงทุนกองทุน"อินฟราฯ-รีท-หุ้นเซท50-เซท100“พื้นฐานดี”เพิ่ม

  สำหรับนโยบายการลงทุนของธุรกิจประกันโดยเฉพาะพอร์ตการลงทุน เนื่องจากมีเกณฑ์กำกับการลงทุนอย่างระมัดระวังและเข้มงวดดังนั้นการลงทุนจึงเน้นลงทุนผลิตภัณฑ์การเงินที่มีความเสี่ยงต่ำและต้องประเมินสถานการณ์ตลอดเวลา ซึ่งสอดคล้องนโยบายการลงทุนของเมืองไทยประกันภัย

นางปุณฑริกา ใบเงิน กรรมการรองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท เมืองไทยประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ดังนั้น บริษัทจึงให้ความสำคัญกับการเลือกลงทุน ที่ผ่านมาพอร์ตเมืองไทยประกันภัยจึงไม่ได้ลงทุนในตั๋วบีอี หรือหุ้นกู้นอนเรท เนื่องจากมีความเสี่ยงสูง และธุรกิจประกันจะไม่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การผิดนัดชำระหนี้ของตั๋วบีอี หรือหุ้นกู้เอกชนนอนเรท

นอกจากนี้ นโยบายพอร์ตการลงทุนของบริษัทในปัจจุบันบริษัท ให้ความสำคัญกับความระมัดระวังในการลงทุน ไม่หวือหวา และหากจะลงทุนสินทรัพย์เสี่ยงสูง จะเน้นลงทุนหุ้นในกลุ่มเซท 50 และกลุ่มเซท 100 หรือการลงทุนที่เป็นไปตามเกณฑ์ภายในที่ลงทุนในตราสารของบริษัทในเครือที่ถือหุ้นอยู่ ซึ่งการลงทุนดังกล่าวก็จะเป็นไปตามสัดส่วนในภาพรวม ขณะเดียวกันก็ต้องพิจารณาผู้ออกตราสารด้วยว่า มีการกระจุกตัวหรือไม่ เพราะต้องเน้นกระจายการลงทุนเป็นหลัก และเลือกลงทุนตราสารหนี้ เรตติ้งสูงสุด คือ พันธบัตรรัฐบาล หากเป็นหุ้นกู้เอกชน ต้องมีเรตติ้งระดับ A ขึ้นไปเท่านั้น

สำหรับกลยุทธ์การลงทุนของบริษัทปีนี้ นางปุณทริกา กล่าวด้วยว่า บริษัทยังลงทุนตามการเติบโตของธุรกิจ และมีความยืดหยุ่นดูแลได้ เน้นลงทุนในกองทุนอินฟราสตักเจอร์ฟันด์ และกองรีทเป็นหลัก เพราะเป็นการลงทุนที่มีสินทรัพย์รองรับชัดเจน และสามารถประเมินกระแสเงินที่ได้ในอนาคตได้ชัดเจน

"ทั้งนี้การเลือกลงทุนหุ้นในกลุ่มเซท 50 และเซท 100 ก็ต้องให้ความสำคัญว่า ต้องเป็นหุ้นพื้นฐานดีเท่านั้น ซึ่งเป็นบริษัทขนาดใหญ่ มีความมั่งคง จ่ายปันผลได้สม่ำเสมอ ซึ่งหุ้นกลุ่มดังกล่าวในปีนี้ยังมีแนวโน้มจ่ายปันผลดีขึ้นภายใต้โอกาสทางธุรกิจเข้าไปขยายการลงทุนในกลุ่มCLMV และตามแผนกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล"

สำหรับพอร์ตลงทุนของบริษัทปีนี้ยังเติบโตตามธุรกิจที่ 5-10% คิดเป็นเงินลงทุนในปี 2559 ประมาณ 10,000 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อนอยู่ที่ 9,000 ล้านบาท หรือคิดเป็นเงินลงทุนใหม่ประมาณ 500- 1,000 ล้านบาท สัดส่วนการลงทุนส่วนใหญ่เป็นตราสารหนี้ 50-60% หุ้น 20% กองทุนอสังหาฯและกองรีท 10% เงินฝาก 10% ผลตอบแทนคาดหวังปีนี้ยังใกล้เคียงกับ 2 ปีที่ผ่านที่ 3-5%

ก่อนหน้านี้ บริษัท ไทยสมุทรประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) ก็ให้ความสำคัญกับการปรับพอร์ตลงทุนปีนี้ของบริษัท โดยรอดูจังหวะลงทุนและเวลาที่เหมาะสมเพื่อปรับพอร์ต และให้น้ำหนัก หรือปัจจัยการลงทุน โดยเฉพาะทิศทางดอกเบี้ย ซึ่งเริ่มปรับตัวขึ้นชัดเจน จึงมีแผนเพิ่มสัดส่วนลงทุนในพันธบัตร และหุ้น

ปัจจุบันพอร์ตไทยสมุทรประกันชีวิต มีวงเงินลงทุนกว่า 90,000 ล้านบาท และยังคงสัดส่วนลงทุนพันธบัตร 40% หุ้นกู้กว่า 30% หุ้น 2-3% และอื่นๆ โดยจะรักษาผลตอบแทนการลงทุนให้อยู่ระดับ5.86%