วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

วิเคราะห์สถานการณ์ราคาน้ำมัน 7 กุมภาพันธ์ 2560

ราคาน้ำมันดิบปรับลด หลังอุปทานน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น

- ราคาน้ำมันดิบปรับลดในวันจันทร์ที่ผ่านมา หลังอุปทานน้ำมันดิบในสหรัฐ ยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยจำนวนแท่นขุดเจาะในสหรัฐ ที่รายงานโดย Baker Hughes สิ้นสุด ณ วันที่ 3 ก.พ. 60 ที่ผ่านมาได้ปรับตัวเพิ่มขึ้น 17 แท่นขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 583 แท่น โดยเป็นการปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 4 ติดต่อกันและเป็นระดับที่สูงสุดตั้งแต่เดือน ต.ค. 58 เป็นต้นมา ทั้งนี้นักวิเคราะห์ราคาน้ำมันส่วนใหญ่ ยังคงมองว่า ปริมาณแท่นขุดเจาะน้ำมันดิบในสหรัฐ จะยังคงมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นอีกในอนาคต

- นอกจากนี้ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงกดดันจาก สัญญา Long Position ที่อยู่ในระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงสิ้นเดือนม.ค. 60 ซึ่งหากราคาน้ำมันดิบไม่สามารถปรับตัวขึ้นไปได้ นักวิเคราะห์คาดว่าจะมีแรงขายทำกำไรออกมาได้ในอนาคตอันใกล้นี้

+ อย่างไรก็ดี ราคาน้ำมันดิบยังมีแรงหนุนจากความตึงเครียดครั้งใหม่ระหว่างสหรัฐ และอิหร่านซึ่งเป็นประเทศผู้ส่งออกน้ำมันดิบ เป็นอันดับที่สามของโลก หลังทางการสหรัฐ มีแนวโน้มที่จะสนับสนุนมาตรการคว่ำบาตรต่อประเทศอิหร่านจากการฝ่าฝืนข้อตกลงการทดลองขีปนาวุธ ถึงแม้ว่ามาตรการคว่ำบาตรของสหรัฐ จะไม่มีผลต่อกำลังการผลิตน้ำมันดิบของอิหร่าน แต่ความสัมพันธ์กับสหรัฐ จะส่งผลให้มีแรงกดดันต่อการส่งออกน้ำมันดิบของอิหร่านในอนาคต

+ ราคาน้ำมันดิบยังได้รับแรงหนุนจากข้อตกลงลดกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปคและผู้ผลิตน้ำมันดิบนอกกลุ่ม ซึ่งได้มีการปรับลดกำลังการผลิตลงตั้งแต่ต้นเดือน ม.ค. 60 เป็นต้นมา

ราคาน้ำมันเบนซิน ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางกับราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากราคา NYMEX RBOB ที่ปรับตัวสูงขึ้น ประกอบกับอุปสงค์เพิ่มเติมจากประเทศปากีสถาน อย่างไรก็ดีราคาน้ำมันเบนซินยังได้รับแรงกดดันจากแนวโน้มการนำเข้าน้ำมันเบนซินที่ลดลงในช่วงครึ่งหลังของปีในเวียดนาม

ราคาน้ำมันดีเซล ปรับตัวเพิ่มขึ้นสวนทางราคาน้ำมันดิบดูไบ หลังได้รับแรงหนุนจากอุปสงค์ในภูมิภาคที่ยังแข็งแกร่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศอินโดนีเซียที่วางแผนจะนำเข้าน้ำมันดีเซลเพิ่มขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์นี้

ไทยออยล์คาดการณ์ราคาน้ำมันดิบในสัปดาห์นี้

          ราคาน้ำมันดิบเวสต์เทกซัสเคลื่อนไหวในกรอบ 51-56 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

          ราคาน้ำมันดิบเบรนท์เคลื่อนไหวในกรอบ 53-58 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล

ปัจจัยที่น่าจับตามอง

- การปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตทั้งในและนอกกลุ่มโอเปคมีความเป็นไปได้มากขึ้น หลังผลสำรวจของ Reuters รายงานปริมาณการปรับลดกำลังการผลิตของผู้ผลิตกลุ่มโอเปคในเดือน ม.ค. 60 ปรับลดลงราว 0.958 ล้านบาร์เรลต่อวัน หรือคิดเป็น 82% เมื่อเทียบกับข้อตกลงปรับลดลงกำลังการผลิต 1.2 ล้านบาร์เรลต่อวัน นับว่าเป็นการปรับลดมากกว่าในอดีตที่สามารถปรับลดได้เพียง 60% ในปี 2552 ในขณะที่ ผู้ผลิตนอกกลุ่มโอเปครายใหญ่อย่างรัสเซียปรับลดกำลังการผลิตลงราว 0.1 ล้านบาร์เรลต่อวัน ในเดือนม.ค. 60 เมื่อเทียบกับกำลังการผลิตในเดือน ธ.ค. 59 มาสู่ระดับ 11.11 ล้านบาร์เรลต่อวัน

- จับตาสถานการณ์ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐ และ อิหร่านที่อาจช่วยหนุนราคาน้ำมันดิบ หลังอิหร่านออกมายืนยันว่าได้ทดสอบขีปนาวุธครั้งล่าสุด หลังนายโดนัล ทรัมป์ รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเป็นการกระทำที่สวนทางกับที่นายโดนัล ทรัมป์ ได้กล่าวไว้ในช่วงหาเสียง ว่าจะต่อต้านกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับขีปนาวุธของอิหร่าน นอกจากนี้ อิหร่านยังยืนยันว่าการทดสอบขีปนาวุธนั้นเป็นไปตามแผนของประเทศ และจะไม่ยอมให้ต่างชาติมาแทรกแซง

- ปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ มีแนวโน้มทรงตัวในระดับสูงต่อเนื่อง จากปริมาณการนำเข้าที่ปรับเพิ่มขึ้น ประกอบกับโรงกลั่นภายในประเทศปรับลดอัตราการกลั่น โดยสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานตัวเลขปริมาณน้ำมันดิบคงคลังสหรัฐ ประจำสัปดาห์สิ้นสุด ณ วันที่ 27 ม.ค. 60 ปรับเพิ่มขึ้นราว 6.47 ล้านบาร์เรล มาอยู่ที่ 494 ล้านบาร์เรล

                      -----------------------------------------------------

ที่มา : บริษัท ไทยออยล์ จำกัด (มหาชน)

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร.02-797-2999