ไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2559 มาถึงแล้ว
ประเด็นการลงทุน
ราคาถ่านหินที่สูงขึ้น, อุปสงค์ถ่านหินและการใช้ไฟฟ้าที่เพิ่มมากขึ้นในช่วงฤดูหนาว กอปรกับการดำเนินงานโรงไฟฟ้าที่ดีขึ้นน่าจะส่งผลกำไรในไตรมาส 4/59 ทำสถิติสูงสุดในปีนี้ สำหรับ BANPU อย่างไรก็ตามเราคาดกำไรมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นอีกในไตรมาส1/60 ท่ามกลางราคาถ่านหินและอุปสงค์การใช้พลังงานไฟฟ้าที่สูง จากราคาถ่านหินที่มีความสมดุลมากขึ้นเราคาดกำไรปี 2560 จะกลับมาดีอีกครั้งในขณะที่เรามองว่ามูลค่าหุ้นปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนแนวโน้มดังกล่าวเข้าไปมากนัก
ไตรมาสที่ดีที่สุดของปี 2559 มาถึงแล้ว…
เราคาดไตรมาส4/59 จะเป็นไตรมาสที่ดีที่สุดสำหรับปี 2559 กำไรหลังหักภาษีสำหรับไตรมาส4/59 คาดอยู่ที่ 888 ล้านบาท พลิกกลับจากติดลบที่ 1,477 ล้านบาทในไตรมาส4/58 และเพิ่มขึ้นจากกำไร 70 ล้านบาทในไตรมาส3/59 ปัจจัยหลักที่หนุนไตรมาสนี้ คือ ราคาถ่านหินในปัจจุบันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปลายเดือนก.ย. ในขณะที่ปริมาณยอดขายยังคงปรับตัวสูงขึ้น เราคาดราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส4/59 ปรับตัวเพิ่มขึ้น 10% QoQ และ 2% YoY เนื่องจากมีสัญญาของบริษัทบางส่วนที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางราคาถ่านหินที่สูงขึ้น นอกจากนี้การดำเนินงานในโรงไฟฟ้าหงสา (โรงไฟฟ้า IPP ขนาด 1,878 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 40%) และ BLCP (โรงไฟฟ้า IPP ขนาด 1,340 เมกะวัตต์ บริษัทถือ 50%)ที่ดีขึ้น จากการหยุดซ่อมบำรุงโรงงานในไตรมาส3/59 น่าจะหนุนกำไรจากธุรกิจพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นทั้ง QoQ และ YoY
...และคาดว่ากำไรยังคงมีแนวโน้มดีต่อเนื่องในไตรมาส1/60
ราคาถ่านหินที่สูงขึ้นทำให้เราเชื่อว่ากำไรไตรมาส1/60 น่าจะยังคงดีต่อเนื่องมาตั้งแต่ไตรมาส4/59 เนื่องจากราคาถ่านหินของ NEWC Index ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันเฉลี่ยอยู่ที่ 85 เหรียญสหรัฐต่อตัน เทียบกับ 51 เหรียญสหรัฐต่อตันในไตรมาส1/59 ซึ่งปรับตัวเพิ่มขึ้น 67% YoY หากเรา มองว่าราคาขายเฉลี่ยของ BANPU เคลื่อนไหวใกล้เคียงกับทิศทางของราคา ถ่านหิน ราคาขายเฉลี่ยในไตรมาส1/60 ของ ITMG BU คาดว่าจะอยู่ที่ 51 เหรียญสหรัฐต่อตัน ลดลง 6% QoQ แต่เพิ่มขึ้น 5% YoY นอกจากนี้การดำเนินงานของ BPP คาดว่ายังคงน่าสนใจในไตรมาส1/60 ท่ามกลางอุปสงค์การใช้ไฟฟ้าที่สูงตามฤดูกาลในประเทศจีนและการดำเนินงานในโรงไฟฟ้าหงสาที่ดีขึ้นตั้งแต่ไตรมาส4/59 ส่งผลให้เราคาดกำไรไตรมาส 1/60 จะอยู่ที่ 1,623 ล้านบาท พลิกจากแดนลบที่ 184 ล้านบาทในไตรมาส 1/59 และ สูงกว่าตัวเลขในไตรมาส4/59
แนวโน้มถ่านหินที่น่าสนใจช่วยหนุนให้กำไรกลับมาเติบโต
ปี 2560 น่าจะเป็นปีที่ BANPU กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง ด้วยสมมติฐานราคาถ่านหินเฉลี่ยเต็ม ปีที่ 75 เหรียญสหรัฐต่อตัน กำไรจากธุรกิจถ่านหินน่าจะแสดงให้เห็นถึงการเติบโตที่น่าอัศจรรย์ ในขณะที่ธุรกิจพลังงานน่าจะเติบโตขึ้น YoY เราประมาณการกำไรปี 2560 ที่ 6,809 ล้านบาท และส่งผลให้บริษัทกลับไปสู่โหมดที่น่าตื่นตาตื่นใจอีกครั้ง ถึงแม้ธุรกิจถ่านหินของบริษัทจะมีสัญญาราคาถ่านหินคงที่เพียง 10% ของทั้งหมด ในขณะที่อีก 20% ผูกติดกับสัญญาดัชนีอ้างอิง แต่หากราคาถ่านหินเฉลี่ยเต็มปีสำหรับสัญญาถ่านหินที่เหลือสูงกว่าที่เราคาด อาจมีอัพไซต์ต่อประมาณการกำไรของเรา
มูลค่าหุ้นยังคงปรับตัวช้ากว่ากลุ่ม
แม้ว่าแนวโน้มถ่านหินจะน่าประทับใจ แต่ราคาหุ้นยังไม่ได้สะท้อนแนวโน้มการเติบโตของกำไรที่น่าสนใจเข้าไป จากสมมุติฐานกรณี bull-to-bear เราคาดราคาเป้าหมายด้วยวิธิคิดลดกระแสเงินสด (DCF) จะอยู่ระหว่าง 19.50 -26.50 บาทต่อหุ้น ซึ่งหมายถึงความเสี่ยงที่ราคาหุ้นปรับลดลงจากระดับปัจจุบันมีจำกัดแต่มีโอกาสปรับเพิ่มขึ้นอยู่มาก นอกจากนี้จากอัตรผลตอบแทนผู้ถือหุ้นที่มีแนวโน้มขยายตัว เราเชื่อว่าบริษัทสมควรซื้อขายที่ระดับ PBV/ROE ที่ใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 0.15 เท่า ซึ่งหมายถึงราคาหุ้นอย่างต่ำที่ 20.40 บาทต่อหุ้น อย่างไรก็ตามหากเราอ้างอิงสมมติฐานราคาถ่านหินที่ 75 เหรียญสหรัฐต่อตัน ราคาหุ้นที่เหมาะสมน่าจะอยู่ที่ 23 บาท









