บาทเปิดตลาดที่ "35.02 บาทต่อดอลลาร์" นักลงทุนจับตาประชุมกนง. วันพุธนี้
บาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ 35.02บาทต่อดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นจากปิดตลาดสัปดาห์ก่อน จับตามกนง. จะเข้ามาดูแลบาทแข็งค่าหรือไม่ รวมถึงติดตามศก. จีนและเฟด
นายจิติพล พฤกษาเมธานันท์ นักกลยุทธ์ตลาดเงินตลาดทุน ธนาคารกรุงไทย เปิดเผยว่า ค่าเงินบาทเปิดตลาดเช้านี้ที่ระดับ 35.02 บาทต่อดอลลาร์แข็งค่าขึ้นจากระดับ 35.07 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงสิ้นสัปดาห์ก่อนจากตัวเลขการว่างงานที่ปรับตัวสูงขึ้นและค่าจ้างที่ปรับตัวขึ้นน้อยกว่าคาดในสหรัฐ
สัปดาห์นี้ต้องจับตาการประชุมของ กนง. ในวันพุธ แม้จะมองว่าธปท.จะยัง “คง” อัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.50% ต่อไป แต่ต้องดูว่าธปท.มีแนวโน้มที่จะเข้ามาดูแลค่าเงินบาทที่แข็งค่าช่วงนี้มากขึ้นหรือไม่
ขณะที่ตัวเลขเศรษฐกิจที่น่าสนใจ คือ การส่งออกของจีนที่คาดว่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกได้ 3.2% ซึ่งจะส่งผลบวกกับเศรษฐกิจเอเชีย ขณะที่ฝั่งอเมริกาจับตาการรายงานตัวเลขขาดดุลการค้าในวันอังคารที่ 7 (คาดจะขาดลุดการค้า 4.5 หมื่นล้านเหรียญในเดือนธันวาคม) ซึ่งอาจถูกหยิบขึ้นมาเป็นประเด็นการเมืองได้
ขณะที่การให้สัมภาษณ์ของคณะกรรมการเฟดในช่วงวันศุกร์ (Charles Evan เฟด Chicago) และเสาร์ (Stanley Fisher รองประธานเฟด) เป็นประเด็นที่ต้องติดตามว่าเฟดยังจะขึ้นดอกเบี้ยปีนี้ถึง 0.75% อย่างที่คาดไว้หรือไม่
กรอบค่าเงินในสัปดาห์นี้ที่ระดับ 34.80-35.30 บาทต่อดอลลาร์
มองกรอบค่าเงินระหว่างวันที่ระดับ 34.97-35.07 บาทต่อดอลลาร์
นางสาวกาญจนา โชคไพศาลศิลป์ ผู้บริหารงานวิจัย กลุ่มงานวิจัย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทแข็งค่าทดสอบระดับ 35.00 บาทต่อดอลลาร์ ในช่วงเช้าวันนี้ ยังคงแข็งค่าสุดรอบสองเดือนครึ่งเทียบกับระดับปิดตลาดปลายสัปดาห์ก่อนที่ 35.06 บาทต่อดอลลาร์
ท่ามกลางแรงขายเงินดอลลาร์ฯ ที่ยังคงมีต่อเนื่อง เพราะแม้ตัวเลขการจ้างงานอกภาคเกษตรของสหรัฐฯ จะเพิ่มขึ้นมากกว่าที่คาด (ตัวเลขการจ้างงานเดือนม.ค. เพิ่มขึ้น 227,000 ตำแหน่ง ตลาดคาดที่ 175,000 ตำแหน่ง) แต่ตัวเลขค่าจ้างที่ยังเพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาด ก็ทำให้ตลาดตีความว่า เฟดยังไม่มีความจำเป็นที่จะต้อง "เร่ง" ขึ้นดอกเบี้ยในรอบการประชุมใกล้ๆ นี้ ซึ่งทำให้คงต้องจับตากระแสเงินทุนเคลื่อนย้ายอย่างต่อเนื่องในวันนี้
สำหรับกรอบความเคลื่อนไหวของเงินบาทวันนี้คาดไว้ที่ 34.95-35.15 บาทต่อดอลลาร์









