วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

"เชื่อมั่นเอสเอ็มอี"ปี59ทรงตัว-ลุ้นต่อปีนี้หวังปัจจัยบวกหนุน

ทีเอ็มบี เผยความเชื่อมั่นของธุรกิจเอสเอ็มอีปลายปี59ยังทรงตัวหวัง"อีคอมเมิร์ซ-ราคาสินค้าเกษตร-ลงทุนภาครัฐ" หนุนเชื่อมั่นผู้ประกอบการฟื้นปีนี้

นายเบญจรงค์ สุวรรณคีรี หัวหน้านักวิเคราะห์ ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจ ทีเอ็มบี เปิดเผย “ดัชนีความเชื่อมั่นผู้ประกอบการขนาดย่อม-ทีเอ็มบี” (TMB-SME Sentiment Index) ไตรมาส 4 ปี 2559 จากความเห็นของผู้ประกอบการเอสเอ็มอี 1,318 รายทั่วประเทศ สำรวจโดยศูนย์บริหารความสัมพันธ์ลูกค้าเอสเอ็มอี (RMC) ทีเอ็มบี พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการอยู่ที่ 40.0 ต่ำกว่าระดับ 41.9 ในไตรมาสก่อนเล็กน้อย

ผู้ประกอบการเอสเอ็มอี มองเศรษฐกิจปลายปี 2559 ยังซึม เหตุเพราะรายได้ภาคเกษตรโดยรวมหดตัว จากปัญหาที่เกิดกับพืชหลักบางรายการ คือ ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อในภาคเหนือและอีสาน 

"เราเห็นทิศทางการฟื้นตัวของเศรษฐกิจภาคใต้อย่างต่อเนื่อง สอดคล้องกับทิศทางของราคายางพารา ปาล์มน้ำมัน และกุ้งขาว ที่ปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่กลางปีเป็นต้นมา ส่งผลให้การจับจ่ายใช้สอยในพื้นที่มีความคึกคักมากขึ้นโดยเฉพาะในหมวดของการซื้อรถยนต์นั่ง และรถจักรยานยนต์ แม้ช่วงปลายปีอาจชะงักไปบ้างจากภาวะน้ำท่วม” นายเบญจรงค์ กล่าว

นอกจากนี้ ผลการสำรวจจากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทั่วประเทศ พบว่า กว่า 56% มีความกังวลในการดำเนินธุรกิจ ลดลงอย่างต่อเนื่องจากไตรมาส 2 ปี 2557 ที่ 72% สะท้อนให้เห็นว่าเอสเอ็มอี สามารถปรับตัวต่อสภาวะความท้าทายต่างๆ ที่เข้ามาทดสอบได้ดีขึ้น

กลุ่มที่ยังกังวลในการประกอบธุรกิจส่วนใหญ่ 66.2% มองปัญหาเศรษฐกิจในประเทศ กำลังซื้อที่ฟื้นตัวอย่างช้าๆ และภาวะการแข่งขันรุนแรงจากจำนวนคู่แข่งที่เพิ่มขึ้นและคู่แข่งรายใหญ่ที่มีสายป่านยาวกว่าเป็นประเด็นหลักกระทบความสามารถและโอกาสในการประกอบกิจการ

สำหรับปัจจัยกังวลอันดับรองนั้น แตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่ โดยปัญหาสภาพคล่อง เป็นอุปสรรคที่สร้างความกังวลให้กับผู้ประกอบการในพื้นที่ กรุงเทพฯ ปริมณฑล ภาคกลาง และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 

ขณะที่การขาดแคลนแรงงานทักษะ ส่งผลต่อความกังวลกับการดำเนินธุรกิจในภาคตะวันออก ในขณะที่ปัญหาภัยธรรมชาติสะท้อนความกังวลของชาวใต้มากกว่าภูมิภาคอื่นๆ ทำให้ผู้ประกอบการยังมองไปในทิศทางเดียวกันว่าความเชื่อมั่นในอนาคตมีแนวโน้มลดตัวลง

ขณะเดียวกัน มองว่า นอกจากอีคอมเมิร์ซ (E-Commerce) ที่เป็นเครื่องมือหนุนรายได้ของเอสเอ็มอีแล้ว ราคาพืชเศรษฐกิจหลัก ได้แก่ ยางพารา ปาล์มน้ำมัน อ้อย ยังปรับตัวสูงขึ้นหนุนให้กำลังซื้อในภูมิภาคฟื้นตัว ดังเห็นได้จากตัวเลขการบริโภคภาคเอกชน ในส่วนสินค้าคงทนของผู้มีรายได้น้อยขยายตัวได้ต่อเนื่อง 

นอกจากนั้นยังมีงบลงทุนประจำปีของภาครัฐ 5.5 แสนล้าน งบก่อสร้างเครือข่ายคมนาคมพื้นฐานซึ่งเป็นโครงการใหม่ที่จะอัดฉีดเม็ดเงินกว่า 1.9 แสนล้านกระจายไปตามภูมิภาคต่างๆ โดยคาดว่าจะลงสู่พื้นที่ภาคใต้ 13% ภาคเหนือ 19% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 22% และอีก 45% สู่ภาคกลางและภาคตะวันออก สมทบกับงบประมาณเพิ่มเติมประจำปี 1.2 แสนล้านสำหรับโครงการพัฒนา 18 กลุ่มจังหวัดตามแนวทางประชารัฐ ซึ่งหากสามารถเร่งรัดให้เบิกจ่ายในภาพรวมได้ถึง 65-70% ตามเป้าหมาย จะเป็นฟันเฟืองหลักช่วยเติมเม็ดเงินสู่ระบบและดันให้กำลังซื้อของภาคเอกชนฟื้นตัว ส่งผลบวกต่อผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้โดยตรง

“ภาพรวมปีนี้ สะท้อนให้เห็นว่าเศรษฐกิจของประเทศเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น ราคาสินค้าเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้นและงบลงทุนจากภาครัฐถือเป็นปัจจัยหลักกระตุ้นการบริโภคภาคเอกชนในระดับท้องถิ่น ดังนั้นปัญหารุมเร้าเอสเอ็มอีในปีที่ผ่าน น่าจะกำลังผ่านพ้นไป ทั้งนี้ผู้ประกอบการต้องไม่อยู่เฉยและเร่งปรับกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจให้สอดคล้องเทรนด์ใหม่ๆ ที่จะเป็นความหวังของเศรษฐกิจในปีนี้”