วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

KKP - ซื้อ

อัตราปันผลตอบแทนสูงที่สุดในกลุ่ม

ประเด็นการลงทุน

เรายังคงประมาณการกำไรปี 2560 เดิมที่ 5.7 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 3% YoY (จากที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น 67% เมื่อปีที่แล้ว) แม้ว่าธุรกิจสินเชื่อเช่าซื้ออาจใช้เวลามากกว่าเดิมในการฟื้นตัวในครึ่งหลังปี 2560 แต่สินเชื่อบรรษัทจะเป็นตัวหนุนกำไร, รวมถึงการตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เบาลงและกำไรที่เพิ่มขึ้นจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ (SAM) ทั้งนี้ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมวาณิชธนกิจที่อาจปรับตัวเพิ่มขึ้นจากการเสนอขายหุ้นสามัญ (IPO) ในปีนี้และปีหน้า ปัจจุบัน KKP ซื้อขายอยู่ในระดับที่ถูก ด้วยค่า PBV อยู่ที่ 1.1 เท่าในปี 2560 กอปรกับคาดว่าจะมีอัตราปันผลอยู่ที่ 6.5% สำหรับปี 2560 ซึ่งสูงสุดในกลุ่มธนาคาร เรายังคงคำแนะนำ ซื้อ ในฐานะหุ้นปันผลสูง...

สินเชื่อปี 2560 เน้นสินเชื่อผลตอบแทนสูง...ชดเชยสินเชื่อที่โตไม่มากนัก

จากสินเชื่อที่หดตัวลง 1% ในปี 2559 เราคาดว่าสินเชื่อปี 2560 จะปรับตัวสูงขึ้น 6% ตามที่ธนาคารตั้งเป้าหมายไว้ที่มากกว่า 5% โดยสินเชื่อเช่าซื้อ (70% ของสินเชื่อรวม) ปรับตัวลดลง2.7% YoY ส่วนใหญ่มาจากยอดขายรถยนต์ใหม่ที่ปรับตัวลดลง 4% เราเชื่อว่า KKP จะเน้นสินเชื่อบริษัทและสินเชื่อเอสเอ็มอีมากขึ้นในปีนี้ เราคาดว่า KKP มีส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยที่ 4.4% สำหรับปี 2560 ซึ่งต่ำกว่าที่ธนาคารคาดไว้ที่ 4.7-4.9% และ 4.8% ในปีที่แล้ว เนื่องจากการแข่งขันของสินเชื่อที่สูงขึ้น, กำไรที่น้อยลงจากการปรับโครงสร้างหนี้เสียและแนวโน้มต้นทุนเงินทุนที่ปรับตัวสูงขึ้น อย่างไรก็ตาม KKP อาจมีอัพไซต์หากบริษัทสามารถรักษาส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย ปี 2560 ตามเป้าหมาย

การตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2560 ยังมีโอกาสปรับลง...อัพไซต์

เรามองว่า KKP จะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2560 เชิงอนุรักษ์นิยมแม้ว่าบริษัทจะสามารถหนุนให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้อยู่ที่ 110% ได้ ณ สิ้นปี 2559 เรามั่นใจว่า KKP จะตั้งสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯ ปี 2560 ที่ 2.6 พันล้านบาท คิดเป็นต้นทุนสำรองค่าเผื่อฯที่ 1.5% ของสินเชื่อรวม มากกว่า 1.4% เมื่อปีที่แล้วและสูงกว่าที่เป้าหมายของธนาคารที่ 1.2% ดังนั้นเราคาดหากธนาคาร สามารถสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯจะลดลงตามเป้าธนาคาร จะมีอัพไซด์ต่อประมาณการกำไรในปี 2560 เราคาดว่า KKP จะปรับสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มาอยู่ที่ 5.25% ณ สิ้นปี 2560 ซึ่งใกล้เคียงกับเป้าหมายของธนาคารที่ตำกว่า 5.20%.


SAM อาจมีศักยภาพในการเพิ่มอัพไซด์ กำไรปีนี้และปีหน้า

เราคาดว่าธุรกิจการซื้อหนี้เสียมาบริหาร (SAM) อาจส่งผลดีต่อรายได้ธนาคารจากการขายสินทรัพย์ค้ำประกันที่ติดมากับลูกหนี้ที่มีปัญหา และรายได้ดอกเบี้ยพิเศษจากการปรับโครงสร้างเงินลงทุนในลูกหนี้ให้เป็นลูกหนี้ปรับโครงสร้างของธนาคาร เราคาดว่า KKP จะรายงานรายได้ที่ 2.4 พันล้านบาท สังเกตว่าปีก่อน KKP บันทึกกำไรที่ 1.2 พันล้านบาท จากรายได้ในธุรกิจ SAM จำนวน 2.6 พันล้านบาท เรายังคงประมาณการกำไรยอดขายสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ที่ 500 ล้านบาทในปี 2560 และ 550 ล้านบาทในปั 2561  หาก KKP สามารถทำกำไรสูงกว่าประมาณการเรา.... เป็นอัพไซด์ต่อประมาณการกำไร KKP ในปีนี้และปี 2561 ปัจจุบัน KKP มีต้นทุนเงินลงทุนในลูกหนี้จำนวน 7.9 พันล้านบาท (มีราคาประเมินในตลาดจำนวน 1.6 หมื่นล้านบาท) และเราเชื่อว่าจะทำให้ KKP สามารถทำกำไรใน SAM ได้อีก 2-3 ปีข้างหน้า...