วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ลุ้น‘สยามเจเนอรัล’ กลับเทรดเอ็มเอไอ1ก.พ.นี้ 

ลุ้น "สยามเจเนอรัล" กลับเทรดเอ็มเอไอ1ก.พ.นี้ ย้อนสถิติพบหุ้นกลับเข้าซื้อขายใหม่ มักราคาปรับตัว "โดดเด่น"

หลังจากที่ตลาดหลักทรัพย์ประกาศให้ สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง (SGF) เข้าข่ายต้องปรับปรุงฐานะการเงินและผลการดำเนินงาน และถูกพักการซื้อขาย ตั้งแต่ปี 2550 เพื่อเข้าแผนฟื้นฟูกิจการ

ล่าสุด SGF เตรียมพร้อมที่จะกลับเข้ามาทำการซื้อขายอีกครั้ง หลังจากได้รับอนุมัติจากตลาดหลักทรัพย์ และจะเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (MAI) วันที่ 1 ก.พ. นี้

การกลับมารอบ 10 ปี เป็นที่น่าจับตามองว่าบริษัทจะดำเนินไปอย่างไร ซึ่ง นสพ.กรุงเทพธุรกิจ ได้ติดต่อไปยัง ศุภอรรถ ตปนียากร ที่ปรึกษาประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามเจเนอรัลแฟคตอริ่ง จำกัด (มหาชน) SGF แต่บริษัทต้องการที่จะเปิดเผยแผนงานหลังจากเข้าซื้อขายเรียบร้อยแล้ว

บริษัทได้แจ้งแนวทางธุรกิจเบื้องต้นว่า บริษัทได้ฟื้นฟูกิจการ ปรับโครงสร้างธุรกิจ พัฒนาบุคลากร จนผลประกอบการสามารถกลับมามีกำไรสุทธิ ในส่วนของการดำเนินธุรกิจในปัจจุบันเน้นให้บริการสินเชื่อผู้ประกอบการรายใหญ่โดยมีหลักประกันสูง เกินมูลหนี้ไปมาก รวมทั้งเริ่มขยายชนิดสินเชื่อเข้าสู่ธุรกิจสินเชื่อรายย่อย โดยในปีนี้จะเริ่มเห็นแนวทางในการเติบโตของบริษัทในการรุกเข้าสู่การปล่อยสินเชื่อชนิดต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ซึ่งทีมบริหารเชื่อว่าจะแตกต่างจากคู่แข่งอย่างชัดเจน

ผลประกอบการที่ผ่านมา ปี 2557- 2558 มีรายได้รวม 50.34 ล้านบาท และ 60.16 ล้านบาท ตามลำดับ และมีกำไรสุทธิ 46.79 ล้านบาท และ 17.42 ล้านบาท ตามลำดับ ส่วน 9 เดือน ปี 2559 มีรายได้รวม 82.32 ล้านบาท และมีกำไรสุทธิ 45.8 ล้านบาท และบริษัทมีสัดส่วนหนี้ต่อทุนเพียง 0.03 เท่า มีทุนจดทะเบียน 6,550 ล้านบาท และมีส่วนของผู้ถือหุ้น 1,452.74 ล้านบาท

ส่วนโครงสร้างผู้ถือหุ้นเปลี่ยนแปลงไปค่อนข้างมาก ปรากฎว่ามีรายชื่อผู้ถือหุ้นอันดับ 1 อย่าง วิวัฒน์ วิฑูรย์เธียร อดีตเจ้าของและซีอีโอเอแคป แอ๊ดไวเซอรี่ อันดับ 2 คือ สมพงษ์ ชลคดีดำรงกุล หรือ “เสี่ยปู่” นักลงทุนรายใหญ่ อันดับ 8-11 ตระกูลทองแตง คนในตระกูล “วิชัย ทองแตง” ซึ่งนักลงทุนทั้งหมดนี้ต่างติด Silent Period กันคนละไม่น้อย ทำให้นักลงทุนอาจจะพออุ่นใจได้บ้างว่าจะไม่มีการเทขายของออกมาในช่วงแรก

บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) ให้ความเห็นว่า ผู้บริหาร SGF มั่นใจว่าไม่ทำให้ผู้ถือหุ้นผิดหวัง หลังฟื้นฟูกิจการ-ปรับโครงสร้างธุรกิจ ส่วนแผนงานปี2560จะเน้นขยายไลน์ตลาดสินเชื่อรายย่อย รองรับความต้องการของประชาชนกว่า 1 ใน 3 ของประเทศที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ เชื่อว่าจะช่วยหนุนธุรกิจโตก้าวกระโดด

ทั้งนี้ เมื่อดูสถิติของหุ้นที่เคยเข้าแผนฟื้นฟูกิจการและกลับเข้ามาซื้อขายอีกครั้ง ราคาหุ้นมักจะปรับตัวขึ้นได้อย่างโดดเด่นหากเทียบจากราคาปิดก่อนจะถูกพักการซื้อขาย ย้อนกลับไปเมื่อปี 2558มีหุ้นกลับเข้ามาซื้อขายอีกครั้งถึง3บริษัท ได้แก่ เอบิโก้ โฮลดิ้งส์ (ABICO) เปิดเทรดวันแรกที่ 19.1 บาท เพิ่มขึ้น 1,810% ก่อนจะลงไปปิดที่ 15.7 บาท พัฒน์กล (PK) เปิดเทรดวันแรก 5 บาท เพิ่มขึ้น 1,150% ก่อนจะลงมาปิดที่ 3.02 บาท ส่วน บิ๊ก คาเมร่า (BIG) เปิด 3.98 บาท ลดลง 20.4% ก่อนจะลงมาปิดที่ 2.24 บาท