วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

SCB - ซื้อ

กำไรสุทธิปี 59 เพิ่มขึ้น 1% ปรับคาดการณ์กำไรปี 60 เพิ่มขึ้น 5%

ประเด็นสำคัญในการลงทุน :

- กำไรสุทธิปี 59 เพิ่มขึ้น 1%YoY ตามคาด : กำไรสุทธิปี 59 เท่ากับ 4.77 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 1% เนื่องจากรายได้ดอกเบี้ยสุทธิเพิ่มขึ้น 7% ตามการเติบโตของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้น 5.8% และส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยสุทธิ (NIM) ปรับดีขึ้นเป็น 3.27% จาก 3.18% ในปี 58 รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยลดลง 18% เนื่องจากกำไรจากเงินลงทุนลดลงถึง 73% จากที่มีการขายเงินลงทุนใน 3Q58 (ลดลง 4% หากไม่รวมรายการดังกล่าว) ขณะที่ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญลดลง 24% หลังจากลูกหนี้กลุ่ม SSI ที่มีสถานะเป็น NPL ปรับโครงสร้างหนี้ได้สำเร็จ

- สินเชื่อปี 59 เติบโต 5.8% ตามเป้า คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้น : ปลายปี 59 สินเชื่อเติบโตดีที่ 5.8% จากการปล่อยสินเชื่อกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่ (+10%) และสินเชื่อเคหะ คุณภาพสินทรัพย์ปรับดีขึ้น อัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมอยู่ที่ 2.67% จากระดับ 2.89% ณ ปลายปี 58 ส่งผลให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อ NPL (Coverage Ratio) เท่ากับ 134% เพิ่มขึ้นจากระดับ 110% ณ ปลายปี 59

- ปี 60 ตั้งเป้าสินเชื่อเติบโต 4-6% : ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อปีนี้ 4-6% โดยจะมุ่งเน้นปล่อยสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ เป้า NIM 3.1-3.3% เป้าการเติบโตของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยราว 3-4% จากกลยุทธ์ออกผลิตภัณฑ์ด้าน Wealth Management ให้กับลูกค้ารายย่อย โดยจะรักษา NPL ให้ต่ำกว่า 3% ทิศทางการตั้งสำรองหนี้เสียปีนี้น่าจะปรับตัวลดลงปีก่อนจากภาวะเศรษฐกิจปีนี้กลับมาดีขึ้นจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลส่งผลให้หนี้เสียกลับมามีคุณภาพมากขึ้น ด้านค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงครั้งใหญ่ในปีนี้โดยเฉพาะในด้านเทคโนโลยีแพลทฟอร์ม

- ปรับประมาณการกำไรปี 60 เพิ่มขึ้น 5% : สำหรับประมาณการกำไรปี 60 ด้วยสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อราว 4% ค่าใช้จ่ายสำรองหนี้สูญราว 2.2 หมื่นล้านบาทลดลง 2% ทำ.shประมาณการกำไรใหม่ปี 60 เพิ่มขึ้น 5% เป็น 5.17 หมื่นล้านบาทเติบโต 9% และคาดจะเติบโต 10% เป็น 5.67 หมื่นล้านบาทในปี 61

- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ปรับราคาเหมาะสมปี 60 เป็น 174 บาท  : ปัจจัยพื้นฐานในระยะยาวของ SCB ยังดีจากการเป็นแบงก์ขนาดใหญ่ที่จะได้รับประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปีนี้ ฐานะการเงินยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนทั้งหมดต่อสินทรัพย์เสี่ยงตามเกณฑ์ BIS ratio เท่ากับ 17.4% และมีเงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) เท่ากับ 14.5% จากประมาณกำไรสุทธิใหม่ปี 60 ทำให้ราคาเหมาะสมซึ่งอิง Prospect P/BV ที่ระดับ 1.6 เท่า Ke 10.7% ได้เท่ากับ 174 บาทจากเดิม 172 บาทยังสูงกว่าราคาปิดล่าสุด 14% จึงคงคำแนะนำ “ซื้อ”