พิโกไฟแนนซ์เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญ ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ขณะนี้ มีผู้สนใจยื่นใบสมัครเข้ามาแล้ว 40 ราย อยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติ
รัฐบาล โดยกระทรวงการคลัง ตั้งเป้าล้างหนี้นอกระบบให้หมด ภายใต้โครงสร้างการแก้ไขปัญหาหลัก คือ ให้แบงก์รัฐเข้าไปสนับสนุนสินเชื่อ การอนุญาตให้ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อนอกระบบเข้ามาอยู่ในระบบอย่างถูกกฎหมาย และนำเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้ามาช่วยเจรจากับเจ้าหนี้ โดยปลายเดือนก.พ.นี้ กระทรวงการคลังร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะเปิดตัวโครงการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบอย่างเป็นทางการ
เมื่อครั้งที่ กระทรวงการคลังประกาศเชิญชวนให้ผู้มีรายได้น้อย มาลงทะเบียนเพื่อรับสวัสดิการรัฐ มีประชาชนผู้มีรายได้น้อย 8 ล้านคนมาลงทะเบียน ในจำนวนนี้ 1 ล้านราย ระบุถึงภาระหนี้นอกระบบ คิดเป็นมูลหนี้ 7-8 หมื่นล้านบาท ดังนั้นกระทรวงการคลังจึงตั้งเป้าล้างหนี้นอกระบบในจำนวนนี้ให้หมดภายในปีนี้
ช่องทางหลักที่ต้องการให้เป็นกำลังสำคัญในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ คือ ให้ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เข้าไปช่วยปล่อยสินเชื่อ ขณะนี้ได้เปิดหน่วยงานภายในองค์กร รองรับการแก้ไขปัญหาแล้ว แต่มียอดสินเชื่อปริมาณไม่มากนัก เพราะรอกระบวนการไกล่เกลี่ยหนี้
อีกช่องทางหนึ่ง คือ การเข้าถึงแหล่งทุนในระบบให้แก่ประชาชนรายย่อย จะป้องกันและแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบแก่ประชาชนด้วยในเวลาเดียวกัน โดยอนุญาตให้มีการประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อยประเภทใหม่ ได้แก่ สินเชื่อรายย่อยระดับจังหวัด หรือ สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ซึ่งผู้ประกอบธุรกิจสามารถปล่อยสินเชื่อได้รายละไม่เกิน 5 หมื่นบาท เรียกเก็บดอกเบี้ย ค่าปรับ ค่าบริการ และ ค่าธรรมเนียมใด ๆ ได้ไม่เกิน 36% ต่อปี
กระทรวงการคลัง ประกาศกำหนดให้การให้สินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ เป็นกิจการที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับกิจการธนาคาร ถือเป็นกิจการที่ต้องขออนุญาตต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ดังนั้น ผู้ที่ให้สินเชื่อแก่บุคคลอื่นเป็นทางการค้าปกติ โดยมีลักษณะสินเชื่อเข้าข่ายตามลักษณะของสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ต้องขออนุญาตประกอบธุรกิจให้ถูกต้อง และดำเนินงานตามเงื่อนไขต่างๆ ของกระทรวงการคลัง
โดยบริษัทที่ได้รับอนุญาต จะให้สินเชื่อได้เฉพาะพื้นที่จังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่เท่านั้น และลูกหนี้ต้องมีภูมิลำเนา หรือถิ่นที่อยู่ในจังหวัดเดียวกับจังหวัดที่สำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ เช่น บริษัท เอ จำกัด มีสำนักงานใหญ่ใน จ.นครพนม บริษัท เอ สามารถปล่อยสินเชื่อให้แก่ ลูกหนี้ที่อาศัยอยู่ใน จ.นครพนม เท่านั้น และบริษัท เอ ไม่สามารถขยายสาขาไปเปิดที่จังหวัดอื่นได้
สำหรับคุณสมบัติผู้ยื่นขออนุญาตประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ได้แก่ คือ 1.เป็นนิติบุคคลประเภทห้างหุ้นส่วน บริษัทจำกัด หรือบริษัทมหาชนจำกัด 2.มีทุนจดทะเบียนซึ่งชำระแล้ว หรือเงินลงหุ้นตามแต่กรณี ซึ่งไม่ต่ำกว่า 5 ล้านบาท และ 3.ต้องไม่เป็นผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับ หรือผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อรายย่อย เพื่อการประกอบอาชีพ หรือ นาโนไฟแนนซ์
กฤษฎา จีนะวิจารณะ ผู้อำนวยการ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ระบุว่า พิโกไฟแนนซ์เป็นหนึ่งในช่องทางสำคัญ ที่เข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ซึ่งนับจากเปิดรับใบอนุญาตเมื่อต้นเดือนม.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้ มีผู้สนใจยื่นใบสมัครเข้ามาแล้ว 40 ราย โดยอยู่ระหว่างพิจารณาอนุมัติ และมีผู้สนใจขอใบสมัคร 300-400 ราย
“เราคาดว่า ยอดผู้สมัครให้บริการสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์จะทยอยเข้ามาเพิ่มขึ้น และ ตั้งเป้าหมายให้มีผู้ให้บริการทุกจังหวัดของประเทศ เพื่อเป็นหนึ่งในช่องทางในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ แต่ในระยะแรกอาจมีผู้สมัครเข้ามาไม่มากนัก เพราะเรามีเงื่อนไขในเรื่องการเขียนแผนธุรกิจ ซึ่งอาจเป็นเรื่องยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่เคยเขียน เราก็ได้ปรับปรุง โดยวางรูปแบบในการเขียนให้แก่ผู้สมัครแล้ว และต่อไป เราจะทำการประชาสัมพันธ์ให้มากขึ้น โดยที่ผ่านมา เราไปประชาสัมพันธ์ที่ภาคอีสาน ต่อไป เราจะไปภาคเหนือและภาคต่างๆ”
ดังนั้นผู้ที่ต้องการให้บริการสินเชื่อดังกล่าวสมัครเข้ามาเป็นผู้ให้บริการ และ เชิญชวนลูกหนี้นอกระบบเข้ามาใช้บริการสินเชื่อดังกล่าว โดยผู้ที่ให้บริการ โดยเฉพาะผู้ที่ให้บริการสินเชื่อนอกระบบอยู่แล้ว จะสามารถปล่อยสินเชื่อได้ถูกกฎหมาย ลูกค้าก็เป็นคนในพื้นที่ ให้มีหลักประกันหรือไม่มีก็ได้ และ สามารถคิดดอกเบี้ยได้สูงกว่าการกู้ยืมเงินทั่วไป
ส่วนกรณีของลูก สามารถกู้เงินในระบบได้ง่ายกว่าเดิม โปร่งใส เป็นธรรม และมีการกำกับดูแลโดยกระทรวงการคลัง สามารถกู้ไปใช้เพื่อการบริโภค หรือฉุกเฉิน และไม่ต้องเสียค่าดอกเบี้ยโหดๆ เมื่อจ่ายหนี้เงินต้นจะทยอยลดลงเรื่อยๆ
ก่อนหน้านี้ กระทรวงการคลังได้เปิดให้มีใบอนุญาตการประกอบธุรกิจสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบเช่นกัน แต่การให้บริการมีจำนวนไม่มากนัก และยังไม่ตอบโจทก์การแก้ไขปัญหา แม้จะให้วงเงินที่สูงถึง 1 แสนบาทต่อรายและสามารถให้บริการแบบไม่จำกัดพื้นที่ แต่เป็นสินเชื่อที่ให้เพื่อการประกอบอาชีพแบบไม่มีหลักประกัน ทำให้มีผู้เล่นในตลาดไม่มากนัก
ปัจจุบันผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ 23 บริษัท จากที่ได้รับอนุญาต 27 บริษัท และสถาบันการเงิน 1 แห่งที่เปิดให้บริการสินเชื่อดังกล่าว สิ้นธ.ค.2559 มีการให้สินเชื่อแล้ว 75,351 ราย เป็นวงเงิน 2,131.5 ล้านบาท มีวงเงินเฉลี่ย 28,287.5 บาทต่อราย และเดือนธ.ค.2559 มีการให้สินเชื่อ 9,205 ราย เป็นวงเงินรวม 304.1 ล้านบาท
แม้รัฐบาลแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบได้ตามเป้า 1 ล้านรายภายในปีนี้ แต่หากปัญหาความยากจนของประชาชนยังไม่หมดไป การเข้าถึงแหล่งทุนยังทำได้ไม่เต็มที่ ปัญหาหนี้นอกระบบจะเป็นปัญหาที่ทุกรัฐบาลต้องตามแก้ไขต่อไป









