วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TMB - ถือ

กำไรปี 59 ลดลง 12%YoYคาดพลิกเติบโต 19% ในปีนี้

ประเด็นสำคัญในการลงทุน:

- กำไรปี 59ลดลง12%YoYแต่ดีกว่าคาด10% : TMBแจ้งกำไรสุทธิปี 59 เท่ากับ 8,826ล้านบาทลดลง 12%YoY จากการตั้งสำรองหนี้สูญเพิ่มขึ้นถึง 58%YoYด้วย credit cost ที่เพิ่มขึ้นสู่ 146 bps จากระดับ 94 bps ในปี 58ในการรองรับ write off เพิ่มเติมโดยมี NIM ปรับดีขึ้นเป็น 3.17% จาก 3.02% ในปี 58 เนื่องจากค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยลดลงจากกลยุทธ์การย้ายเงินฝากไปสู่การลงทุนในกองทุนรวมทำให้ยอดเงินฝากที่ลดลง 52% ช่วยลดต้นทุนเงินฝาก38 bpsเหลือ 1.45% จาก 1.83% ในปี 58หากพิจารณาถึงกำไรจากการดำเนินงานก่อนหักสำรอง (PPOP)อยู่ที่ 1.87 หมื่นล้านบาทเพิ่มขึ้น 10%ส่วนกำไรที่ดีกว่าที่ฝ่ายวิจัยคาด 10%เนืองจากสำรองหนี้สูญและรายได้ค่าธรรมเนียมสูงกว่าสมมติฐานของฝ่ายวิจัย

- คุณภาพสินทรัพย์ดีขึ้นต่อเนื่อง : การปล่อยสินเชื่อปี59เพิ่มขึ้น2.2% YTD ส่วนสินเชื่อคุณภาพเติบโต 2.8%YTD จากการเติบโตของสินเชื่อรายย่อยเป็นหลักโดยเฉพาะสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยด้านคุณภาพสินทรัพย์ปรับดีขึ้นต่อเนื่องจากการเร่งแก้ไขปัญหาทำให้NPL เกิดใหม่ลดลงประกอบกับการ write off จำนวน 2.22พันล้านบาทส่งผลให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (NPL) ลดลง 14%YoY และอัตราส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมลดเหลือ 2.5% จาก 3% ณ ปลายปี 58 ทั้งนี้ การตั้งสำรองส่วนเพิ่มทำให้อัตราส่วนสำรองหนี้สูญต่อ NPL(Coverage Ratio) ยังอยู่ในระดับสูงที่ 143% เทียบกับ 142% ณ ปลายปี 58

- ปี 60 เดินหน้าต่อเรื่องการเติบโตทั้งปริมาณและคุณภาพ : ปี 60ผู้บริหารตั้งเป้าการเติบโตของสินเชื่อ 8-10% จากมุมมองด้านเศรษฐกิจที่จะฟื้นตัวต่อเนื่องในปีนี้ และลูกค้ากลุ่ม SME ปีนี้น่าจะเติบโตดีกว่าปีก่อนจากฐานการเติบโตหดตัวโดยยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อรวมทั้งตั้งเป้ารักษาระดับ NIM ที่ราว 3.2 – 3.3% ใกล้เคียงกับปี 59 เป้าการเติบโตของรายได้ค่าธรรมเนียมราว 10-20% ซึ่งเป็นการเติบโตที่สูงจากฐานที่ต่ำในอดีต ด้านคุณภาพสินทรัพย์คาดจะปรับดีขึ้นต่อเนื่องและทำให้คาดว่าจะมีระดับ %NPL ลดลงอีกจากระดับ 2.5% ณ ปลายปี 59

- ปรับคาดการณ์กำไรสุทธิปี 60เพิ่มขึ้น 10% : เพื่อสะท้อนถึงความระมัดระวังในการตั้งสำรองหนี้สูญในระดับสูงต่อเนื่องจากปี 59 ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 60 ใหม่จึงได้ปรับเพิ่มสมมติฐานสำรองหนี้สูญจากเดิม7.5 พันล้านบาทเป็น 8 พันล้านบาทใกล้เคียงกับปี 59 บนสมมติฐานการเติบโตของสินเชื่อที่เพิ่มขึ้นจาก 4% เป็น 6% ส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิใหม่ปี 60 เพิ่มขึ้น10% เป็น9.8 พันล้านบาทพลิกกลับมาเติบโต 19%

- ปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ” เป็น “ถือ”ราคาเหมาะสม 2.53 บาท : ปัจจัยพื้นฐานของธนาคารดีขึ้นเป็นลำดับจากความสามารถในการทำกำไรที่เพิ่มขึ้นและคุณภาพสินทรัพย์ที่ดีขึ้นต่อเนื่องฐานะเงินกองทุนยังแข็งแกร่งโดยมีอัตราส่วนเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (CAR) = 18.1% เงินกองทุนชั้นที่ 1 (Tier I) = 12.8% ราคาเหมาะสมปี 60ซึ่งอิงProspect PBV ที่ระดับ 1.2 เท่าKe =13%ได้เท่ากับ2.53 บาทซึ่งมี upside จากราคาล่าสุดไม่ถึง10%โดยปรับคำแนะนำจาก “ซื้อ”เป็น “ถือ”