วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

TFG - ซื้อ

สูตรพิเศษ MV3

ประเด็นการลงทุน

สูตร MV3 จะเป็นตัวขับเคลื่อนการเติบโตของ TFG ในปี 2560 และในระยะยาวซึ่งปัจจัยแต่ละตัวใน MV3 จะเป็นตัวแทนของกุญแจในการขับเคลื่อน โดย “M” เป็นตัวแทนของ Margin ซึ่งพยายามรักษาระดับในทุกสถานการณ์, “V” ตัวแรก คือ Volume โดยขยายกำลังการผลิตทั้งไก่และหมู, “V” ถัดมา แทน Velocity ความรวดเร็วในการผลักดันสินค้ามูลค่าเพิ่มเข้าสู่ตลาด และ “V” สุดท้าย คือ Value การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีมูลค่าสูง เพื่อที่จะสร้างฐานรายได้ของบริษัทให้แข็งแกร่ง เตรียมพร้อมเผชิญความเสี่ยงจากภาวะสิ่งแวดล้อมภายนอกในด้านความผันผวนของราคาไก่และหมู เราเชื่อว่าสูตร MV3 จะทำให้ TFG มีพื้นฐานแข็งแกร่งและจะสามารถยืนหยัดต่อความผันผวนต่างๆที่จะเข้ามาได้

ราคาหุ้น TFG ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่องแต่เราเชื่อว่ามีโอกาสที่จะปรับตัวได้ต่อหนุนโดย(โมเมนตัมกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งในปี 2560 เราปรับประมาณการกำไรขึ้น 20% ในปี 2560 สะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่สูงในไตรมาส 2/59 และ 3/59 ราคาเป้าหมายปรับขึ้นมา 21% ที่ 7.85 บาท และยังคงคำแนะนำ ซื้อ

ราคาไก่น่าจะฟื้นตัวในไม่ช้า

ราคาไก่ในประเทศน่าจะเริ่มฟื้นตัวในช่วงเดือน ม.ค. นี้จากช่วงฝนตกหนักที่หมดลงและอุปสงค์จากเทศกาลตรุษจีนที่จะเข้ามา และเรายังเชื่อว่าภาคการบริโภคน่าจะเริ่มฟื้นตัวในปีนี้ ซึ่งราคาไก่น่าจะเห็นจังหวะกลับขึ้นไปยืน 38-40 บาท/กก. ได้ ในทำนองเดียวกับราคาหมูที่น่าจะยืน 68-70 บาท/กก. ได้ ในฝั่งของต้นทุนน่าจะช่วยสนับสนุนอัตรากำไรของธุรกิจในปีนี้ เนื่องจากราคาข้าวโพดที่ยังอยู่ในระดับต่ำ และสำหรับราคาข้าวสาลีและกากถั่วเหลืองบริษัททำสัญญาไปจนถึงเดือน ก.ค. ทำให้ช่วยความกังวลในด้านต้นทุนได้

กำไรแข็งแกร่งต่อเนื่องในปี 2017

เราเชื่อว่าโมเมนตัมกำไรจะเติบโตต่อเนื่องในปี 2560 หนุนโดยปริมาณการผลิตที่เพิ่มขึ้น, การเพิ่มสัดส่วนของสินค้าที่มีมูลค่าสูงและ ราคาวัตถุดิบที่ยังคงต่ำ และยังมีโอกาสปรับประมาณการขึ้นอีกจากธุรกิจที่มีมูลค่าสูงทั้งการส่งออกไก่, ไส้กรอกไก่และ Food service เช่น ครัวการบินไทย, สินค้าปรุงสุก และการเติบโตจาก M&A

ปรับประมาณการกำไรขึ้นสะท้อนอัตรากำไรขั้นต้นที่แข็งแกร่ง

จากุมุมมองต้นทุนอาหารสัตว์ในปี 2560 ที่คาดจะทรงตัว-ลดลงเล็กน้อยจากปี 2559 ในส่วนของราคาข้าวโพด และในส่วนของวัตถุดิบนำเข้าทั้งกากถั่วเหลืองและข้าวสาลีคาดบริษัททำสัญญาระยะยาวจนถึงเดือน ก.ค. ทำให้ความเสี่ยงด้านนี้จำกัด อีกทั้งก่อนหน้านี้ประมาณการของเราค่อนข้างอยู่ในเชิงอนุรักษ์นิยมโดยคาดอัตรากำไรขั้นต้นปี 2560 ไว้เพียง 13.8% (9.7% สำหรับธุรกิจไก่และ 23.8% สำหรับธุรกิจหมู) ในขณะทีไตรมาส 2/59 และ 3/59 ทำอัตรากำไรขั้นต้นได้สูงถึง 15.8% และ 17.6% ซึ่งส่วนหนึ่งมาจากการบริหารจัดการต้นทุนที่เริ่มเห็นผล เรามีการปรับประมาณการอัตรากำไรขั้นต้นขึ้นมาที่ 15.5% (11% สำหรับธุรกิจไก่และ 27% สำหรับธุรกิจหมู) เพื่อสะท้อนมุมมองต้นทุนและอัตรากำไรขั้นต้นที่ยืนได้ในระดับสูงในไตรมาส 2/59-3/59 เราปรับกำไรหลักปี 2560 ขึ้น 20% มาอยู่ที่ 2.1 พันล้านบาทและปี 2561 ขึ้นมา 18% ที่ 2.3 พันล้านบาท (ใกล้เคียงตลาด)