ประสบการณ์จากการทำงานกับแพลตฟอร์มชอปปิ้งในไทยอย่างลาซาด้า บวกกับความหลงใหลในงานดีไซน์
ได้กลายเป็นแรงส่งให้ นพวรรณ นุกูลอุดมพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง Hoolana ตัดสินใจเริ่ม “คิด” และ “พัฒนา” แพลตฟอร์มการซื้อขายสินค้าในรูปแบบที่ต่างไปจากเดิม
"อีคอมเมิร์ซ ในไทยส่วนใหญ่เป็นการซื้อขายสินค้าแฟชั่น แบรนด์เนม อิเล็กทรอนิกส์ และอื่นๆ แต่แพลตฟอร์มที่ทำขึ้นหวังจะให้เป็นชุมชนสำหรับคนที่รักงานแฮนด์เมดและวินเทจขึ้นในไทย"
ส่วนหนึ่งมาจากประสบการณ์ที่ทำงานร่วมกับอีคอมเมิร์ชในไทย 3 บริษัท ทำให้ นพวรรณ พบว่า มีทั้งปัญหา และโอกาส
"ตอนนั้นหนึ่งในงานที่รับผิดชอบจะเป็นการมองหาร้านค้าที่น่าสนใจขึ้นมาอยู่บนแฟลตฟอร์ม ทำให้ได้เจอกับร้านค้าที่ทำสินค้างานดีไซน์ที่น่าสนใจเยอะมาก
แต่ก็ไม่สามารถขึ้นมาขายได้เพราะไม่ใช่ในแบบที่แพลตฟอร์มนั้นต้องการ นอกจากนี้ยังพบปัญหาอื่นๆ ของอีคอมเมิร์ช เช่นการจัดส่ง การชำระเงิน รวมถึง การไม่มีช่องทางไว้พูดคุยระหว่างร้านค้ากับผู้ซื้อ"
สิ่งที่คิดว่า(น่าจะ) เป็นปัญหา และ อันไหนที่เป็น “โอกาส” นพวรรณ นำมาเป็นส่วนสำคัญของการสร้างแพลตฟอร์มนี้ให้เกิดขึ้น เริ่มตั้งแต่การเก็บค่าเช่าเดือนละ 10 ดอลลาร์หรือ 350 บาท โดยมองเป้าหมายไปที่ร้านค้าที่เปิดขายสินค้าอยู่แล้วแต่ทำการตลาดออฟไลน์เป็นหลัก เช่น ร้านค้า
จำนวนมากที่จำหน่ายอยู่ในจตุจักร
ด้วยตัวเลขของค่าใช้จ่ายการเปิดร้าน นพวรรณ บอกเป็นจำนวนที่ไม่สูงนักสำหรับราคานี้เมื่อเทียบกับการซื้อแอดในเฟซบุ๊ค
การเปิดช่องทางให้ Chat คุยกันระหว่างร้านค้ากับผู้ซื้อ ซึ่งเว็บไซต์ซื้อขายอื่นๆ เพื่อสร้างความสะดวกสบายและโอกาสการขายที่เพิ่มขึ้นให้กับร้านค้า
การสร้างฟอรั่มสำหรับพูดคุยและฝากร้าน รวมถึงกิจกรรมส่งเสริมการขายอื่นๆ เช่น เวิร์คชอปทำงาน D.I.Y และการทำเรื่องอีเมล์ มาร์เก็ตติ้ง เป็นต้น
"การสร้าง User experience มีความสำคัญอย่างมาก ซึ่งนับจากที่เริ่มต้นไอเดียมาจนถึงพัฒนาเป็นแพลตฟอร์มในช่วง 8 เดือน จะเน้นเรื่องการสร้างกิจกรรมร่วมกัน
ระหว่างร้านค้า พาร์ทเนอร์ที่เข้าร่วม ผู้จัดงานออแกไนซ์ที่เน้นการจัดงานตลาดนัดรวมผลงานดีไซน์ ไปจนถึงแกลลอรี ภาพที่วาดจากฝีมือคนรุ่นใหม่
โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในช่วงคริสมาสต์ปีนี้"
โอกาสสำหรับ Hoolana ที่ นพวรรณ มองไว้คือ แพลตฟอร์มที่เป็นชุมชนของคนรักงานดีไซน์ และมาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิส สำหรับการสนับสนุนเพื่อสร้าง Ecosystem
นี้ให้เกิดขึ้น
จากการวิจัยมาพบว่ามีร้านค้าที่ขายงานแฮนด์เมดมากถึง 4.5 แสนร้านค้า ที่ทำงานแฮดเมด ตกแต่งบ้าน งานไม้ รูปภาพ ทำให้มองว่ายังมีโอกาสอีกมากที่รออยู่
"ที่ผ่านมาจะเห็นว่ามีการจัดงานสินค้าตามห้างต่างๆ แพลตฟอร์มของเราจะพัฒนาให้เหมือนกับการจองตั๋วหนัง ร้านค้ากดจองแล้วก็ออกตั๋ว คอนเซ็ปต์เหมือนตลาดนัด
แต่เป็นการจองบูธแทน ซึ่งเรา target คนที่จัดงานอีเวนท์ จัดตลาด ด้วย เนื่องจากมีคอนเน็คชั่นร้านค้ารายย่อยอยู่เป็นจำนวนมาก โดยเราจะทำหน้าที่ส่ง Mass marketing ให้
เช่น email marketing คูปองต่างๆ
รวมทั้ง การจัดอีเวนท์สอนทำเวิร์คชอปตามบริษั่ทต่างๆ เหมือนเป็นมาร์เก็ตติ้ง เซอร์วิสที่เราให้ เช่น สอนเย็บพวงกุญแจ สำหรับจัดขอบคุณลูกค้า โดยทีมและอุปกรณ์เราสนับสนุน
คนร่วมกิจกรรม 100 กว่าคน"
ในขั้นแรก Hoolana สร้างแพลตฟอร์มขึ้น 3 ภาษา ได้แก่ ไทย อังกฤษ จีน
“ลูกค้าเราเน้นที่เป็น international ไว้ตั้งแต่แรก ทำให้วางแพลตฟอร์มเอาไว้ 3 ภาษา โดยตลาดใหญ่สำหรับ Hoolana มองไว้ที่ Southeast Asia ในอนาคต”
วันนี้ เริ่มขยายความร่วมมือนอกจากในไทยที่ร่วมทำกิจกรรมการตลาดกับ Wishbeer ในช่วงคริสมาสตร์ พร้อมกับกำลังคุยอยู่กับมิวเซียมที่ฮ่องกง และญี่ปุ่น
ที่สนใจจะร่วมเป็นพาร์ทเนอร์"
ปัจจุบัน Hoolana มีร้านค้าเข้าร่วมแล้ว 300 รายและเตรียมขยายให้มากขึ้นในอนาคต เพราะปลายทางแล้ว นพวรรณ อยากจะเห็น Hoolana โดดเด่นและทรงพลังได้ในแบบ Etsy ที่เป็นอีคอมเมิร์ซด้านสินค้าแฮนด์เมดและดีไซน์
"ถ้ามองทั้งโลกนี้ อะเมซอนดังมาก แต่ถ้าเป็นงานแฮนด์เมดแล้วต้องยกให้ Etsy มาดูฝั่งเอเชีย อีคอมเมิร์ชก็คือ lazada แต่ในส่วน Etsy ในเอเชียแล้วเท่าที่มองมีสตาร์ทอัพแค่ 2-3 รายที่ทำในเรื่องนี้ เลยมองว่าเป็นโอกาสอีกมากสำหรับตลาดในฝั่งเอเชีย
ข้อดีของ Etsy ที่ นพวรรณ มองเห็นและยกให้เป็นต้นแบบก็คือ การทำงานที่สามารถสร้างการเติบโตได้อย่างรวดเร็วในช่วง 10 ปีมานี้ สาเหตุหลักน่าจะมาจากการเปิด international และมีทุกภาษา ให้คนที่ชื่นชอบสินค้าแฮนด์เมดได้เข้ามาซื้อ ทำให้คิดว่าไทยก็มีข้อดี โดยเฉพาะสินค้าดีไซน์สวยๆ ที่ตลาดจตุจักร ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากและสามารถดึงนักท่องเที่ยวเข้ามาช้อปได้มากถึง 3 แสนคน ถ้าเราสามารถให้คนต่างชาติมาจตุจักรได้โดยที่ไม่ต้องบินมาไทยก็เป็นการช่วยเพิ่มเม็ดเงินให้ประเทศด้วย"
แม้จะมาจากต่างสายงานและความถนัด แต่การรวมตัวกันของทีมก่อตั้งและพัฒนาก็มุ่งหวังให้ Hoolana ได้เป็นหนึ่งใน Community for Creative ในไทย
นพวรรณ นุกูลอุดมพาณิชย์ ผู้ก่อตั้ง รับหน้าที่ดูแลในภาพรวม งานวิจัย และสร้างความร่วมมือกับพันธมิตร ขณะเดียวกันก็ทำทางด้าน User Experience ไปด้วย
อีกหนึ่งคนในทีม พันธิตรา ปิลันธน์โอวาท ที่สร้างผลงานจากการการส่งแพลตฟอร์มเข้าประกวดและคว้ารางวัลมาจากหลายเวที ทำหน้าที่ดูแลทางด้านบัญชี การเงิน รวมถึงการสร้างโอกาสใหม่ให้กับ Hoolana ในอนาคตกับแพลตฟอร์มด้านเพย์เม้นท์
นอกจากนี้ยังมีอีก 2 โปรแกรมเมอร์ที่พัฒนาเว็บไซต์ให้เรียบง่ายแต่โดดเด่นเรื่องดีไซน์
"ทุกคนในทีมจะเก่งในแต่ละด้าน แต่ก็มองถึงโอกาสที่เป็นไปได้อีกเยอะในอนาคต ทำให้เราไม่อยากท้อ เพราะเราชอบตรงนี้ เรื่องงานดีไซน์" ผู้ก่อตั้ง กล่าว









