ผู้ประกอบการวัสดุก่อสร้างชี้งานภาคเอกชนชะลอตัว "คอนกรีตชลบุรี" ปรับกลยุทธ์เน้นรับงานภาครัฐ ขณะ "สมาร์ทคอนกรีต" รับปีนี้ยังขาดทุน
นายอาทิตย์ ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัทผลิตภัณฑ์คอนกรีตชลบุรี จำกัด (มหาชน) CCP ระบุว่า อุตสาหกรรมก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างในปีนี้ งานส่วนมากจะมาจากภาครัฐ ซึ่งมีแผนการลงทุนออกมาต่อเนื่อง โดยสัดส่วนรายได้ของบริษัทในปีนี้จะมาจากภาครัฐ 80% สูงกว่าปีก่อน ที่จะอยู่แค่ 2 ใน 3 เท่านั้น ทั้งนี้เป็นผลจากงานภาครัฐออกมามากกว่าปกติ และงานเอกชนที่หดตัวลงไป จึงคาดว่าการลงทุนภาคเอกชนปีนี้จะแค่ทรงตัวจากปีก่อน
“รายได้ของบริษัทปีนี้จะยังเติบโตได้ราว 10% สู่ระดับ 2,550 ล้านบาท จากการเติบโตของงานรัฐ แต่ในแง่มาร์จินอาจจะยังไม่ได้กลับสู่ระดับปกติ ซึ่งจะมีอัตรากำไรขั้นต้นเกือบ 20% แต่ปัจจุบันเหลือเพียง 10% ต้นๆ เพราะภาครัฐสามารถต่อรองราคาได้ เนื่องจากงานภาคเอกชนหดหายไปมาก ทำให้ไม่มีคู่แข่งเข้ามา ขณะเดียวกันการแข่งขันของผู้ผลิตวัสดุก็ยังสูงอยู่ แต่ที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับปรุงการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพ และผลิตสินค้าใหม่ๆ เพื่อเจาะกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน ทำให้อัตรากำไรสุทธิปีนี้จะสูงกว่า 1%”
ทั้งนี้ บริษัทหวังว่างานลงทุนของเอกชนจะออกมามากขึ้นในช่วงไตรมาส 4/2560 เพราะรัฐบาลมีการลงทุนอย่างต่อเนื่อง และผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ก็อั้นโครงการต่างๆ เอาไว้พอสมควร หากงานภาคเอกชนฟื้นตัวกลับมาเมื่อใด อัตรากำไรของบริษัทจะสามารถปรับตัวดีขึ้นได้
ปัจจุบันบริษัทมีงานในมือประมาณ 2,500 ล้านบาท ทยอยรับรู้รายได้ในระยะเวลา 1 ปี 6 เดือนแบ่งเป็นการรับรู้รายได้ภายในปีนี้ 60-65% โดยบริษัทจะทยอยหางานเข้ามาเพิ่มอีกในอนาคต เพื่อรักษาระดับมูลค่างานในมือไว้ไม่ต่ำกว่า 2,000 ล้านบาท
ด้านนายรังสี ทีปกรสุขเกษม กรรมการผู้จัดการ บริษัท สมาร์ทคอนกรีต จำกัด (มหาชน) SMART เปิดเผยว่า ในปี 2560 คาดว่าบริษัทจะยังมีผลขาดทุนอยู่เช่นเดียวกับปี 2559 เพราะการลงทุนของผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ยังชะลอตัว แม้ปริมาณการขายจะยังเติบโตได้ราว 5% จากปีก่อน แต่ด้วยอัตราการใช้กำลังการผลิตที่ลดลงมาเหลือ 60% จะยังกดดันผลประกอบการ
“หากบริษัทจะมีกำไรคาดว่าจะต้องใช้กำลังการผลิตไปถึง 80% โดยปัจจุบันสัดส่วนลูกค้าหลักของบริษัทยังเป็นภาคเอกชน โดยคาดว่าจะเริ่มเห็นการลงทุนของภาคเอกชนมากขึ้นหลังผ่านไตรมาส 2/2560 ไปแล้ว ทั้งนี้บริษัทก็พยายามปรับตัวโดยการลดต้นทุนต่างๆ อาทิ เชื้อเพลิง โดยหาวัสดุอื่นมาทดแทน รวมถึงการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อาทิ วัสดุตกแต่ง รวมถึงขยายผลิตภัณฑ์เดิมให้ครอบคลุมการก่อสร้างที่หลากหลายขึ้น”









