วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

คอร์ปอเรทหั่นเดินทางฉุด‘ทัวร์ในประเทศ’ร่วง

ปี 2559 ธุรกิจนำเที่ยวภายในประเทศ เป็นกลุ่มต้องเผชิญความกดดันจากสถานการณ์รอบด้าน

โดยเฉพาะพฤติกรรมนักท่องเที่ยวที่เริ่มเปลี่ยนไปสู่ “การเดินทางด้วยตัวเอง” (FIT) มากขึ้น พึ่งพาบริษัททัวร์ลดลง อันเป็นกระแสหลักของการเดินทางทั่วโลกที่เกิดขึ้น ไม่เฉพาะในไทยเท่านั้น

ภูริวัจน์ ลิ้มถาวรรัตน์ นายกสมาคมธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศ (สทน.) กล่าวว่า ไตรมาสสุดท้ายของปี 2559 บรรยากาศการท่องเที่ยวในไทยซบเซาลงอย่างมาก เนื่องจากประชาชนอยู่ในภาวะโศกเศร้าและถวายอาลัยต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 13 ต.ค. บริษัทและหน่วยงานต่างชะลอกิจกรรมการเดินทางเพื่อให้เหมาะสมกับสถานการณ์และภาวะอารมณ์ของคนไทยทั้งประเทศ ทำให้ตลาดเที่ยวในประเทศ 3 เดือนส่งท้ายปีอ่อนตัวลง 40-50%

สาเหตุที่อัตราลดลงสูงกว่าธุรกิจอื่นๆ เนื่องจากปัจจุบันลูกค้าหลักของบริษัททัวร์ในประเทศ 80-90% เป็นลูกค้ากลุ่มคอร์ปอเรทจัดกรุ๊ปเหมาเพื่อศึกษาดูงานหรือท่องเที่ยวเพื่อเป็นรางวัล เหลือนักท่องเที่ยวเพียง 10-20% เท่านั้น 

เมื่อกลุ่มคอร์ปอเรทชะลอแผนการเดินทางจึงกระทบต่อวงการนำเที่ยวในประเทศทั้งหมดที่ปัจจุบันเหลือผู้ประกอบการที่เป็นผู้ผลิตโปรแกรมทัวร์ในตลาดอยู่เพียง 30-40 บริษัท ที่จดทะเบียนสมาชิกกับ สทน.กว่า 300 ราย เป็นธุรกิจที่รับช่วงการขายต่อ เช่น นำโปรแกรมที่ผลิตออกมาไปขายทัวร์หน้าร้านและส่งต่อลูกค้ากลับมาให้บริษัทหลัก อีกส่วนหนึ่งไม่ได้ทำเฉพาะทัวร์ในประเทศแต่ขยายไลน์ธุรกิจทำทัวร์นำคนไทยไปเที่ยวต่างประเทศ (เอาท์บาวด์) ด้วย เนื่องจากตลาดดังกล่าวยังมีความต้องการของลูกค้าที่ช่วยประคองธุรกิจไปได้

“ตลาดในประเทศดีมาตลอด 3 ไตรมาสแรก อัตราการจองทัวร์ 70-80% โดยเฉพาะเดือน ม.ค.ที่คิกออฟด้วยการจัดประชุมสัมมนาในประเทศอย่างคึกคัก แต่ธุรกิจทัวร์เข้าใจในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นไตรมาสสุดท้ายต้องปรับแผนหันไปนำเสนอโปรแกรมเส้นทางตามรอยพระราชดำริที่มีการสอบถามเข้ามาทดแทนโปรแกรมเดิมอย่างต่อเนื่อง”

เมื่อประเมินภาพรวมของทัวร์ในประเทศปี 2559 มูลค่าการซื้อขายและลูกค้าลดลงประมาณ 10% เชื่อว่าปี 2560 จะทยอยฟื้นตัวกลับมาดีกว่าปกติ ซึ่งเดือน ธ.ค.ที่ผ่านมา เริ่มเห็นสัญญาณการสอบถามหรือจองโปรแกรมเดินทางล่วงหน้าสำหรับไตรมาส 1 เข้ามาแล้ว เชื่อว่าหน่วยงานต่างๆ จะทยอยใช้งบประมาณที่ชะลอมาจากปีก่อน 

“ถึงจะมีปัจจัยบวกรออยู่ในปีนี้ แต่ธุรกิจทัวร์ในประเทศยังต้องเสี่ยงกับการเป็นธุรกิจดาวร่วง เพราะกระแสการเดินทางผ่านบริษัทนำเที่ยวของนักท่องเที่ยวทั่วโลกและคนไทยที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง สวนทางกลุ่ม FIT ที่เติบโตขึ้น”

โดยมีสื่อออนไลน์ช่วยให้นักท่องเที่ยวเข้าถึงข้อมูลของแหล่งท่องเที่ยวและผู้ประกอบการที่พักต่างๆ โดยตรง ขณะที่กลุ่มคนรุ่นใหม่มองว่าการเดินทางด้วยตัวเอง เป็นความท้าทายและสนุกสนานมากกว่า หากธุรกิจทัวร์ในประเทศยังไม่ปรับตัว อาจต้องเผชิญภาวะถดถอยในระยะยาว

ภูริวัจน์ กล่าวว่า ปัจจุบันนักท่องเที่ยวทั่วไปเหลือสัดส่วนน้อยมาก มีเพียงกลุ่มเกษียณอายุและนักเรียนนักศึกษาที่ยังใช้บริการอยู่บ้าง ดังนั้น เพื่อสร้างทางเลือกและทางรอดให้กับตัวเอง สทน.จึงได้เริ่มวางแนวทางร่วมกับสมาชิกบริษัททัวร์ในการทำตลาดรูปแบบใหม่ นำเสนอโปรแกรม “ท่องเที่ยวชุมชน” มากขึ้น ที่ผ่านมาเริ่มจัดโรดโชว์แสวงหาความร่วมมือระดับจังหวัด นำร่อง 6 จังหวัด ได้แก่ ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ชุมพร เพชรบูรณ์ น่าน และมุกดาหาร เพื่อคัดสรรจังหวัดที่มีความพร้อมในการรองรับตลาดท่องเที่ยวมา “จับคู่ธุรกิจ” กับบริษัททัวร์ในประเทศ

การวางกลยุทธ์ดังกล่าว  ตอบโจทย์ลูกค้ากลุ่มคอร์ปอเรทที่เริ่มแสวงหาสินค้าการท่องเที่ยวนอกเหนือกระแสหลัก สามารถทำกิจกรรมซีเอสอาร์ได้ และยังช่วยสนับสนุนผู้ประกอบการชุมชนท้องถิ่นให้มีรายได้จากการท่องเที่ยว เป็นการกระจายผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ หากส่งเสริมตลาดนี้ให้ “แจ้งเกิด” ได้ตามเป้าหมาย จะทำให้ธุรกิจท่องเที่ยวภายในประเทศปีนี้พลิกฟื้นขึ้นมาได้ 30-50% 

“ทัวร์ในประเทศต้องปรับตัวให้รอดจากขาลง ซึ่งทุกบริษัทอยู่ในช่วงเตรียมความพร้อม นอกจากเบนเข็มเข้าหาการท่องเที่ยวชุมชนที่สอดคล้องกับนโยบายภาครัฐแล้ว การพ่วงโปรแกรมการขายเมืองตะเข็บชายแดนของไทยเข้ากับกลุ่มซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา, ลาว, เมียนมา, เวียดนาม) เป็นอีกสินค้าท่องเที่ยวที่น่าสนใจในการนำเสนอให้ลูกค้าคอร์ปอเรท หลักการ คือ ต้องมีการพักค้างคืนในไทยเป็นหลัก และพ่วงเส้นทางเพื่อนบ้านในทริปเดียวกันเพื่อเพิ่มแรงดึงดูดการตัดสินใจ”

ส่วนตลาดนักท่องเที่ยวทั่วไป บริษัทหลายแห่งมปรับตัวด้านต้นทุนดำเนินการ เช่น แทนที่จะใช้รถบัสขนาดใหญ่นำเที่ยว ก็มาใช้รถตู้หลายคันแทน เพื่อความคล่องตัวและยืดหยุ่นได้ตามปริมาณลูกค้าที่จองเข้ามา