วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

“ลาว”ขุมทรัพย์เศรษฐกิจ"เล็กพริกขี้หนู"

หลังเปิดเออีซี นักลงทุนไทยจำนวนไม่น้อยที่วางยุทธศาสตร์บุกอาเซียน โดยเฉพาะซีแอลเอ็มวี ก่อนขยายไปยังประเทศที่เป็นเกาะแก่ง อินโดนีเซีย สิงคโปร์

ในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี หลายคนให้น้ำหนักกับตลาดที่มีขนาดประชากรและพื้นที่ประเทศ“ใหญ่”เช่น เวียดนาม เพราะคุ้มค่ากับการลงทุน แม้กระทั่งประเทศเปิดใหม่อย่างเมียนมา ที่เกาะกุมตลาดได้ก่อนย่อมเป็นโอกาส

ทว่า หนึ่งในประเทศที่ทุนไทยมักมองข้าม คือ ลาว ด้วยขนาดประชากรเล็กราว 7 ล้านคน หรือเมื่อรวมกับนักท่องเที่ยวก็มีจำนวนราว10ล้านคน ยิ่งแยกย่อยเป็นระดับเมืองสำคัญ เช่น เวียงจันทน์มีประชากรราว8แสนคนเท่านั้น เมื่อไปมองด้านเศรษฐกิจ กำลังซื้อ รายได้ประชากรที่ต่ำ และระบบสาธารณูปโภคพื้นฐานที่ยังไม่พร้อมทำให้มีผลตตัดสินใจ“รอ”เข้าไปลงทุน

“สมบัติ สิริพรวิทยา” กรรมการผู้จัดการ บริษัท พัฒนาศูนย์เศรษฐกิจการค้าครบวงจรหนองจันทน์ตอนเหนือ จำกัด (North NongChan Complex Development Co.,Ltd.) ระบุว่า การทำธุรกิจที่ประเทศลาว มีความท้าทายสำคัญคือ เป็นตลาดที่มีโอกาสที่จะสร้างและการขยายธุรกิจได้ เพราะประเทศกำลังเจริญเติบโต แต่ยังไม่มีปัจจัยต่อการดำเนินธุรกิจมากนัก หากจะเข้าไปทำการค้าและลงทุนผู้ประกอบการจึงต้องเข้ามาสร้างโอกาส จึงจะได้โอกาส

“ที่นี่จะไม่มีโอกาสให้เราคว้า แต่ถ้าเรามาสร้างเอง ก็ได้เอง ถ้าที่นี่โอกาสเยอะ ตลาดคงเต็มไปด้วยคู่แข่ง และการไม่มีคู่แข่งเพราะทุกคนยังไม่เห็นโอกาส ซึ่งสิ่งนี้มีหลายมิติ คือสร้างโอกาสเองได้ หรือโอกาสมีอยู่แล้วให้เราเข้าไปคว้า และสุดท้ายมีคนหยิบยื่นให้ แต่การเป็นผู้นำ เป็นเจ้าตลาดเราต้องหาโอกาสและสร้างขึ้นมา จึงจะยั่งยืน”

ด้วยประเทศลาวมีการพัฒนาห้างค้าปลีกอยู่บ้าง แต่ไม่มากนัก และไม่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และความต้องการของผู้บริโภค ทำให้บริษัทพัฒนาศูนย์เศรษฐกิจการค้าครบวงจรหนองจันทน์ตอนเหนือจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทที่เกิดจากความร่วมมือกันระหว่าง กลุ่มบริษัทวิศวกรรมก่อสร้าง-ลงทุนต่างประเทศแขวงยูนนานจำกัด กับกลุ่มบริษัท กิตพงษ์ จำกัด ผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ถือหุ้นกันในสัดส่วน60:40%เข้ามายึดพื้นที่10ไร่ ในเมืองเวียงจันทน์ เป็นจุดกำเนิดของเมือง มาพัฒนาศูนย์การค้า“เวียงจันทน์เซ็นเตอร์” ให้เป็นห้างหรูที่ มีมาตรฐานที่สุดและเป็นห้างที่ลูกค้าชาวลาวต้องการมากที่สุด

เวียงจันทน์เซ็นเตอร์ ถือเป็นเมกะโปรเจคค้าปลีกในลาว มูลค่าลงทุนหลักพันล้านบาท แบ่งการลงทุนเป็น 3 เฟส 

เฟสแรก เป็นศูนย์การค้าและอาคารสำนักงานพื้นที่ราว1.2แสนตารางเมตร (ตร.ม.) ซึ่งก่อสร้างใกล้แล้วเสร็จ มีเพียงปรับปรุงร้านค้าภายในศูนย์เพิ่มเติมเล็กน้อย 

เฟสสอง จะเป็นการสร้างคอมมูนิตี้มอลล์เข้ามาเสริม และคอนโดมิเนียมหรู ลานจอดรถ ร้านอาหารริมทะเลสาบให้เป็นแม่เหล็กดึงดูดลูกค้ามาเยี่ยมเยียนพื้นที่Unseenในอดีต โดยจะเริ่มก่อสร้างในปี 2560ใช้เวลา2-3ปีจึงจะแล้วเสร็จ ส่วนเฟสที่สาม กำลังพิจารณาจะพัฒนาเป็นโรงพยาบาลหรือโรงแรม

ทั้งนี้ ความน่าสนใจเบื้องต้น เป็นเฟสสอง เนื่องจากจะมีร้านค้าของทุนไทยเป็นแองเคอร์หลักเพิ่มเติม นั่นคือ ห้างค้าปลีกใต้อาณาจักรของเสี่ยเจริญ สิริวัฒนภักดี อย่างบิ๊กซี โมเดลขนาดเล็ก อาจจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ต หรือร้านสะดวกซื้อเอ็ม พอยท์ มาร์ท ที่มีสาขาในลาวอยู่แล้ว50สาขา

“เรากำลังคุยกับตัวแทนห้างค้าปลีกของคุณเจริญในลาวว่าจะเอาบิ๊กซีมาเปิด หรือเอ็ม พอยท์ มาร์ท กำลังดูว่าจะเอาสเกลไหนเข้ามา เบื้องต้นคงเป็นแค่ไซส์เอ็กซ์เพรส หรือซูเปอร์มาร์เก็ต” ซึ่งนอกจากทุนไทยแล้ว ยังคุยกับค้าปลีกจากจีนรายอื่นด้วย

เวียงจันทน์เซ็นเตอร์ เปิดให้บริการได้ 2 ปี ก่อนหน้านี้ยอมรับว่าบรรยากาศภายในค่อนข้างเงียบเหงา แต่ทางบริษัทได้เปลี่ยนผู้บริหาร โดยดึงตนเข้ามาร่วมทำงาน เนื่องจากต้องการผู้มีประสบการณ์บริหารห้างค้าปลีกในไทยเข้าไปช่วยตอบโจทย์ลูกค้า ซึ่งชาวลาวต้องการประสบการณ์ชอปปิงแบบในไทย เห็นได้จากที่ผ่านมา การเก็บตัวเลขประชาชนลาวที่เข้าออกด่านไปชอปปิงในไทยทั้งหนองคาย อุดรธานี ขอนแก่น เรียกว่าตัวเลขสูงถึงหลักหลายล้านคนต่อปี

เมื่อห้างพยายามปรับกลยุทธ์ การนำสินค้าไทยเข้าไปทำตลาดเพิ่มเติม ช่วยดึงคนให้กลับเข้ามาชอปปิงในศูนย์เพิ่มเป็น 2-3 หมื่นคนต่อวัน หลักแสนคนต่อเดือนเลยทีเดียว

สำหรับกิจกรรมภายในศูนย์ฯได้ทยอยจัดอีเวนท์ทุกสัปดาห์ 3-4 รายการ ปลุกสีสันสร้างบรรยากาศการชอปปิง สินค้าไทยจากเดิมมีเพียงไม่กี่แบรนด์ปัจจุบันยักษ์ใหญ่ทั้งไอ.ซี.ซี.ในเครือสหพัฒน์ ซีเอ็มจี เครือเซ็นทรัล ตบเท้านำสินค้าเข้าไปเปิดช็อปเต็มมากมาย ร้านอาหารจากไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล เปิดร้านอาหารเดอะ พิซซ่า คัมปะนี ร้านไอศกรีมแดรี่ ควีน เป็นต้น

“พื้นที่เช่าเกือบเต็มแล้ว 97% และมีการปรับโซนนิ่งใหม่ ย้ายร้านให้ลงตัว และภายในห้างยังมีแบรนด์สินค้าจากไทยเข้ามาทำตลาดจำนวนมาก จากเดิมผู้ประกอบการหิ้วมาขายไม่ถึงสิบแบรนด์ แต่ตอนนี้มากถึง40แบรนด์ ทั้งเสื้อผ้า เครื่องสำอาง ของเด็กเล่นมีหมด ทุกเซ็กมนท์ ห้างไทยมีแผนกสินค้าอะไร เรายกมาไว้ที่นี่โดยเฉพาะแบรนด์ระดับท็อปดึงมาอยู่ในทุกแผนก”

สำหรับประเทศลาว แม้ตลาดจะมีขนาดเล็ก แต่ประชากรมีกำลังซื้อสูงมาก การตัดสินใจซื้อเกิดจากความพึงพอใจ มากกว่าให้ความสำคัญด้านราคา หรือโปรโมชั่นลดราคาสินค้าด้วย

นอกจากนี้ บริษัทมีแผนจะขยายห้างเวียงจันทน์เซ็นเตอร์ให้ครอบคลุมลาว เนื่องจากมองว่าเป็นประตูสู่ประเทศเวียดนาม ยูนนาน และจีนได้ด้วย

“8-9ปีที่ค้าขายในตลาดอาเซียน นักลงทุนไทยมักมองว่าอาเซียนคือของตาย เน้นส่งขายสินค้าตามตะเข็บชายแดน ค้าขายแบบไม่มีภาพลักษณ์ จึงต้องการให้ปรับวิธีคิดว่าไปทั้งทีควรเข้าไปทำตลาดด้วย อย่าคิดแค่ลาวเป็นประเทศที่ใช้ระบายสต๊อก เพราะขณะนี้ต่างชาติอื่นๆที่เข้าไปลงทุนขยายธุรกิจที่ลาวกันจำนวนมาก และไปกันฟอร์มใหญ่”

ปัจจุบันทุนยักษ์ใหญ่ไทยที่เข้ามาลงทุนและการค้าและยึดหัวหาดในลาวเกือบทั่วประเทศ ได้แก่ ปตท. ทีซีซี กรุ๊ป, ซีพี, ยูนิลีเวอร์ สหพัฒน์ โดยกลุ่มคอนซูเมอร์เข้ามาเกือบหมด ส่วนกลุ่มสิงห์ เข้ามาแต่ยังเติบโตไม่มาก เพราะตลาดเบียร์ต้องยอมรับว่า“เบียร์ลาว”แข็งแกร่งมาก

“การริเริ่มทำตลาดรายแรก จะได้รับการรับรู้จากผู้บริโภคดีมาก เพราะต้องการตลาดมีสูง และคู่แข่งน้อย พอมาคนแรกผู้บริโภคก็รักแบรนด์ฝังใจ เหนียวแน่น”

ทั้งนี้ จากการสำรวจตลาดเวียงจันทน์ พบว่า ธุรกิจของไทยที่ไปจะเกาะกลุ่มกันไป โดยร้านสะดวกซื้อเอ็ม พอยท์ มาร์ท มีสินค้าเกือบทั้งร้านเป็นสินค้าอุปโภคบริโภคไทย, ปั๊มปตท.มีร้านสะดวกซื้อจิฟฟี่ ร้านตำมั่ว ร้านฮอตพอท, ไมเนอร์ มีการเปิดร้านไอศกรีมสเวนเซ่นส์ และเดอะ พิซซ่า ควบคู่กัน, กลุ่มธนาคาร มีการเปิดสำนักงานใกล้กันทั้งธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทยเป็นต้น