วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

'ไทยพาณิชย์'เตรียมปันผล3กองทุน26ธ.ค.

“บลจ.ไทยพาณิชย์” โชว์ผลงานบริหารกองหุ้น“ยูเอส-บิลเลี่ยนแนร์-หุ้นตลาดเกิดใหม่” เตรียมปันผล 26 ธ.ค.นี้

นายสมิทธ์ พนมยงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทฯ เตรียมจ่ายเงินปันผลสำหรับกองทุนหุ้นที่ลงทุนในต่างประเทศจำนวน 3 กองทุนพร้อมกันในวันที่ 26 ธ.ค.นี้ ประกอบด้วย ผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 ธ.ค.2558 ถึงวันที่ 30 พ.ย.2559 ได้แก่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส (SCBS&P500) ในอัตรา 0.3173 บาทต่อหน่วย ซึ่งได้จ่ายระหว่างกาลเมื่อวันที่ 22 มิ.ย.2559 ไปแล้ว 0.0973 บาทต่อหน่วย เหลือจ่ายงวดนี้ 0.2200 บาทต่อหน่วย (ครั้งที่ 7) 

กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นตลาดเกิดใหม่ (SCBEMEQ) อัตรา 0.0930 บาทต่อหน่วย (ครั้งที่ 2) และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์ (SCBBLN) สำหรับผลการดำเนินงานระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน 2559 ถึงวันที่ 30 พฤศจิกายน 2559 ในอัตรา 0.0510 บาทต่อหน่วย (ครั้งแรก)

สำหรับกองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นยูเอส ถือเป็นกองทุนที่มีผลการดำเนินงานที่โดดเด่นมาอย่างต่อเนื่องโดยตั้งแต่จัดตั้งกองทุนเมื่อเดือนธันวาคม 2555 ได้จ่ายเงินปันผลไปแล้วถึง 1.047 บาทต่อหน่วย โดยมีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 11.36% และตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 10.34% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธ.ค.2559) 

ทั้งนี้กองทุนดังกล่าวมีลงทุนในหน่วยลงทุน SPDR S&P 500 ETF Trust ที่บริหารจัดการโดย State Street Global Advisors ซึ่งเป็นกองทุนที่มีการบริหารจัดการแบบ passive โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี S&P 500 และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90%

ขณะที่กองทุนเปิดไทยพาณิชย์หุ้นตลาดเกิดใหม่ (SCBEMEQ) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 12.44% และตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 9.49% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธ.ค.2559) ซึ่งลงทุนในหน่วยลงทุน Schroder ISF QEP Global Emerging Markets เป็นกองทุนที่บริหารจัดการโดย Schroder Investment Management (Luxembourg) S.A. ที่ลงทุนในตราสารทุนและหลักทรัพย์ที่จ่ายผลตอบแทนอ้างอิงกับดัชนี MSCI Emerging Markets Net TR และมีการป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90% และกองทุนเปิดไทยพาณิชย์ บิลเลียนแนร์ (SCBBLN) มีผลการดำเนินงานย้อนหลัง 1 ปี อยู่ที่ 5.77 % และตั้งแต่ต้นปีอยู่ที่ 3.89% (ข้อมูล ณ วันที่ 16 ธ.ค.2559) ลงทุนในหุ้นในสหรัฐเป็นหลัก โดยมีเป้าหมายสร้างผลตอบแทนใกล้เคียงกับดัชนี iBillionaire Index และป้องกันความเสี่ยงจากอัตราแลกเปลี่ยนไม่น้อยกว่า 90%

นายสมิทธ์ กล่าวว่า ตลาดหุ้นสหรัฐช่วงที่ผ่านมาเผชิญกับความผันผวนจากความไม่แน่นอนในมุมมองดอกเบี้ยนโยบายธนาคารกลางสหรัฐ และประเด็นความไม่แน่นอนเรื่องการเมือง การที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ เป็นปัจจัยบวกต่อหุ้นสหรัฐฯจากนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจที่ได้มีการประกาศไว้ 

ด้านตลาดหุ้นประเทศเกิดใหม่ได้รับผลกระทบเชิงลบจากการชนะการเลือกตั้งของ นายโดนัลด์ ทรัมป์ และการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในเดือนธ.ค. ขณะที่ตลาดหุ้นทั่วโลกโดยรวมในปี 2560 มีแนวโน้มที่ดีกว่าตราสารหนี้ เนื่องจากดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำมานาน และกำลังปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง