วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

TICON - ซื้อ

พลิกโฉมใหม่ให้แข็งแกร่งขึ้น

ประเด็นการลงทุน

บริษัทมีมติเสนอต่อการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณาอนุมัติการเข้าซื้อกิจการของบริษัทเฟรเซอร์ส พร็อพเพอร์ตี้ โฮลดิ้งส์ เราเชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการดังกล่าวจะเป็นผลดีต่อทั้ง 2 ฝ่าย เนื่องจากเรามองธุรกิจของ TICON เองได้ผ่านจุดต่ำสุดในปี 2559 ไปแล้วและกำลังเข้าสู่ช่วงขาขึ้นต่อจากนี้ ซึ่งการเพิ่มทุนจะช่วยหนุนแนวโน้มการเติบโตของบริษัทในอนาคต ดังนั้น เราคิดว่าถึงเวลาเหมาะสมที่จะเข้าลงทุนสะสมหุ้น TICON แล้ว เรากลับมาวิเคราะห์ TICON พร้อมให้คำแนะนำ ซื้อ ด้วยราคาเป้าหมาย ณ สิ้นปี 2560 ที่ 23 บาท อ้างอิงจากค่า P/BV ระยะยาว ที่ 1.3 เท่า

กำไรผ่านช่วงต่ำสุดไปแล้ว...และกำลังก้าวเข้าสู่ช่วงขาขึ้น

ด้วยแผนธุรกิจที่จะยุติการขายสินทรัพย์เข้า REIT ในอีก 2-3ปีข้างหน้า พอร์ตสินทรัพย์ของ TICON มีแนวโน้มขยายตัวขึ้น แม้ว่าบริษัทจะไม่มีกำไรขนาดใหญ่เพียงครั้งเดียวจากการขายสินทรัพย์เข้ากอง แต่รายได้ที่มาจากสินทรัพย์ที่มีอยู่น่าจะให้ผลตอบแทนใกล้เคียงกับการขายสินทรัพย์ในอีก 2-3 ปีข้างหน้าได้ แต่ในเกณฑ์ที่ยั่งยืนมากขึ้น ส่วนอัตรากำไรขั้นต้นมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นจาก 38% ในปี 2558 มาอยู่ที่ 70% ในปี 2559 ซึ่งก่อนหน้านี้ได้รับแรงกดดันจากอัตรากำไรขั้นต้นของการขายสินทรัพย์เข้ากองที่ต่ำกว่า นอกจากนี้เรามองว่าอัตราเช่าคลังสินค้าจะทยอยปรับตัวสูงขึ้นกลับมาอยู่ในระดับปกติได้จากอุปสงค์ที่ปรับเพิ่มขึ้น

อัตรากำไรสุทธิมีแนวโน้มขยายตัวจากภาระหนี้ที่ลดลง

จากข้อมูลในอดีต ต้นทุนทางการเงินของ TICON คิดเป็นสัดส่วนของกำไรสุทธิได้ถึง 55 % ทั้งนี้จากแนวโน้มหนี้ที่ลดลงในอนาคต เรามองบริษัทจะสามารถเผยศักยภาพการทำกำไรที่แท้จริงได้มากขึ้น เราคาดปัจจัยดังกล่าวจะหนุนอัตรากำไรสุทธิให้เพิ่มขึ้นจาก 28% ในปี 2560 มาอยู่ที่ 46% ในปี 2562 ทั้งนี้บริษัทวางแผนจัดสรรเงินเพิ่มทุน จำนวน 8.8 พันล้านบาทในการจ่ายคืนหนี้ ซึ่งจะหนุนให้กระแสเงินสดของการดำเนินงานมีสภาพคล่องมากขึ้นและเปิดโอกาสให้บริษัทขยายธุรกิจได้คล่องตัวมากขึ้นอีกด้วย

ตลาดเกื้อหนุนการขยายธุรกิจ

ตั้งแต่เปิดตลาด AEC การเคลื่อนย้ายของสินค้าในภูมิภาคปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยนะสำคัญซึ่งหมายถึงอุปสงค์ด้านโลจิสติกส์ที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้แบบโรงงานและคลังสินค้าของ TICON ที่มีลักษณะสัญญาเช่าระยะสั้น อาคารขนาดกระทัดรัด และทำเลที่ดีเยี่ยมซึ่งตั้งอยู่บนเส้นทางการขนส่งหลัก ทำให้สินค้าบริษัทเป็นที่น่าดึงดูดใจสำหรับกลุ่มธุรกิจ SME ที่กำลังเติบโตอย่างมาก ทั้งนี้ด้วยคลังสินค้ากว่า 386 แห่งซึ่งมีกระจายอยู่ทั่วภูมิภาคในประเทศไทยคลังสินค้าของ TICON จะช่วยตอบโจทย์การเชือมต่อระหว่างบริษัทในแถบ AEC และธุรกิจ SME ได้ดีทีเดียว


ผลประโยชน์จากการควบกิจการของ FPHT : ไม่เพียงแค่เงินลงทุน หากแต่รวมถึงแพลตฟอร์มธุรกิจที่ยั่งยืน

การเข้าซื้อกิจการจะทำให้ FPHT เป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ (ถือหุ้น 40%) อย่างไรก็ตามแนวโน้มธุกิจได้ถูกวางไว้ตั้งแต่เริ่มทำสัญญาการซื้อขายหุ้นแล้ว โดย FPHT มุ่งเน้นการเติบโตระยะยาวมากกว่ากำไรในระยะสั้น เราเชื่อว่าการเข้าซื้อกิจการจะไม่เพียงแต่ปลดภาระหนี้ของ TICON แต่ยังเป็นการขยายฐานลูกค้าและอาจเกื้อหนุนการขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศสำหรับ TICON อีกด้วย หากมองในทางบวกกว่านั้น ในฐานะที่เป็นบริษัทลูกของ TCC Group FPHT อาจให้ผลประโยชน์ทางธุกิจที่แอบซ่อนอยู่อีกมาก ไม่ว่าจะเป็นการเช่าพื้นที่ใหม่ในพื้นที่ที่ TICON มีธุรกิจอยู่แล้วและมองขยายธุรกิจเพิ่มเติม หรือการย้ายพื้นที่เช่าจากผู้ปล่อยเช่าคลังสินค้ารายอื่นในตลาด