เอเซีย พลัสระบุไข้หวัดนกระบาดในญี่ปุ่น-เกาหลีใต้ เอื้อกลุ่มไก่แช่แข็งของไทยให้มีสัดส่วนส่งออกเพิ่ม
บล.เอเซีย พลัส ระบุว่า ผู้ประกอบการไก่ไทยทั้งบริษัท จีเอฟพีที จำกัด (มหาชน) GFPT, บริษัท ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) TFG และ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) CPF ได้ประโยชน์จากช่องทางระบายไก่สู่ต่างประเทศมากขึ้น หลังจากสถานการณ์ไข้หวัดนกระบาดทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ยังรุนแรง โดยสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา ญี่ปุ่นตรวจพบไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ที่ ฮอกไกโด และได้สั่งทำลายไก่ไปกว่า 2.1 แสนตัว
รวมทั้งยังได้ออกมาตรการกักกันเพื่อป้องกันการแพร่กระจายกับฟาร์มอีกกว่า 7 แห่ง รวมกว่า 1.92 แสนตัว ซึ่งการแพร่ระบาดครั้งนี้ถือว่ารุนแรง และปัญหายังบานปลาย นับจากตรวจพบตลอดทั้งเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา และทำให้รัฐบาลญี่ปุ่นสั่งทำลายไก่และเป็ดไปแล้วกว่า 8 แสนตัว หรือ 1.9 พันตัน
ขณะที่เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา รัฐบาลเกาหลีใต้ตรวจพบโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5N6 ระบาดหนักและได้สั่งทำลายไก่ไปแล้วกว่า 16 ล้านตัว หรือ 3.8 หมื่นตัน นับว่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์เช่นกัน
ทั้งนี้ เหตุไข้หวัดนกที่ระบาดทั้งในญี่ปุ่นและเกาหลีใต้ ส่งผลให้ผู้ประกอบการไก่ไทยทั้ง GFPT, TFG และ CPF ได้ประโยชน์จากช่องทางระบายไก่สู่ต่างประเทศมากขึ้น เนื่องจากมีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจไก่ราว 70% 64% และ 10% ตามลำดับ
โดยประเทศญี่ปุ่น ถือว่าเป็นตลาดส่งออกไก่เป็นหลักไทย คือราว 50% ของปริมาณไก่ส่งออกทั้งประเทศ ทำให้คาดว่าจะนำเข้าเนื้อไก่จากประเทศไทยมากขึ้นจากคาดการณ์ปัจจุบันที่ 3.8 แสนตันในปี 2560 เพิ่มขึ้น 6% โดยปัจจุบันส่วนแบ่งตลาดของปริมาณการส่งออกไก่ไทยสู่ญี่ปุ่นของ CPF GFPT และ TFG เท่ากับ 20% 13% และ 3% ของปริมาณส่งออกไก่ไทยทั้งหมด
ส่วนทางรัฐบาลเกาหลีใต้ เพิ่งอนุมัติให้นำเข้าไก่สดแช่แข็งไปเกาหลีใต้ ได้ เมื่อ 9 พ.ย. 59 นับเป็นครั้งแรกในรอบ 12 ปี หลังจากไทยปลอดจากไข้หวัดนกมานาน โดยในอดีตไทยเคยส่งออกไก่สดแช่แข็งสู่เกาหลีใต้มากสุดราว 4 หมื่นตัน/ปี แต่ในปีหน้าประเมินไว้ 1-2 หมื่นตัน หรือคิดเป็น 2-3% ของปริมาณการส่งออกไก่ของไทย และจะทยอยส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 4 หมื่นตันได้ในช่วง 2 ปีข้างหน้า
นอกจากนี้ ในสถานการณ์ค่าเงินบาทอ่อนค่าต่อเนื่องมาที่ 35.83 บาทต่อดอลลาร์ สูงกว่าสมมติฐานค่าเงินบาทเฉลี่ยปี 2560 ที่ฝ่ายวิจัยกำหนดไว้ที่ 35 บาทต่อดอลลาร์ ยิ่งบวกต่อผู้ประกอบการส่งออก









