"โกลเบล็ก" คาดช่วงบ่ายดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นต่อในกรอบแคบ ขณะที่ "เอเชีย เวลท์" มองตลาดหุ้นไทยผันผวนตลอดสัปดาห์นี้ คาดเคลื่อนไหว1,514-1,530จุด
สำหรับการลงทุนหุ้นไทยช่วงครึ่งเช้าวันนี้ (19ธ.ค.) ดัชนีเปิดตลาดเป็นบวกเล็กน้อยจากแรงหนุนหุ้นกลุ่มพลังงานหลังราคาน้ำมันปรับขึ้น เนื่องจากยังมีแรงซื้อจากกองทุนแอลทีเอฟ อาร์เอ็มเอฟ ช่วงปลายปีเป็นแรงหนุนต่อ ขระที่แรงกดดันจากความขัดแย้งจีนและสหรัฐ รวมถึงความกังวลแรงขายต่างชาติ ที่ยังขายสุทธิ ส่งผลให้ตลาดแกว่งตัวเป็นบวกในกรอบแคบก่อนปิดบวกเล็กน้อยช่วงเช้า มาอยู่ที่ 1,523.09 จุด เพิ่มขึ้น 0.58 จุด หรือเพิ่มขึ้น 0.04% โดยมีมูลค่าการซื้อขาย 17,0.35 ล้านบาท
ส่วนแนวโน้มทิศทางตลาดหุ้นภาคบ่าย บล.โกลเบล็ก ระบุว่า ตามค่าสัญญาณทางเทคนิคในกราฟรายวันดัชนีแกว่งตัวออกข้างที่ยังทรงตัวเหนือเส้น 10 วันได้ และกราฟราย 30 นาที พักตัวช่วงแขน BULLISH FLAG ที่มีแนวโน้มสร้างเป็นแนวขึ้นต่อเนื่องในแนวรูปแบบ V-SHAPE แต่ค่าสัญญาณ RSI ยังชะลอตัวสร้างแรงถ่วงการฟื้นตัว ดังนั้นประเมินว่า ดัชนีหุ้นภาคบ่ายแนวโน้มปรับตัวขึ้นกรอบแคบ โดยมีแนวรับ 1,518 จุด และแนวต้าน 1,527 จุด
ขณะที่ นายวรุตม์ ศิวะศริยานนท์ กรรมการผู้จัดการ สายงานวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชีย เวลท์ ระบุว่า ตลาดหุ้นสัปดาห์นี้ มองว่าจะเคลื่อนไหวอย่างผันผวนจากปัจจัยต่างประเทศเป็นหลัก จากการตอบโต้กันไปมาระหว่างจีนและสหรัฐ อันเกิดจากการแสดงท่าทีที่เป็นปฏิปักษ์กับจีนเรื่องการค้าและการทหารของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐ โดยเฉพาะต้นสัปดาห์ที่แล้วที่ออกมากล่าวว่าสหรัฐ ไม่จำเป็นต้องยึดถือนโยบายจีนเดียวที่ไต้หวันเป็นเพียงส่วนหนึ่งของจีน
ทางจีนจึงแสดงท่าทีไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง เพราะจีนถือว่านโยบายดังกล่าวนี้เป็นเรื่องอธิปไตยของจีน จากนั้นพอมาวันพฤหัสเรือรบของจีนได้ยึดยานสำรวจใต้ทะเลไร้คนขับของราชนาวีสหรัฐ ในบริเวณทะเลจีนใต้
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ได้คลี่คลายลงแล้ว จากถ้อยแถลงของทั้งสองฝ่ายในวันเสาร์ที่ตรงกันว่า จีนกำลังจะคืนยานดังกล่าวให้แก่สหรัฐ ทั้งนี้ ประเมินว่า ความขัดแย้งน่าจะดำเนินอยู่ต่อไปตราบเท่าที่ ทรัมป์ยังคงมีมุมมองเกี่ยวกับจีนเช่นที่เป็นมาต่อไป
ด้านตลาดหุ้น Wall street ที่ได้ปรับตัวขึ้นมาต่อเนื่องนับตั้งแต่ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดี แต่ในช่วงปลายสัปดาห์ที่ผ่านมา นักลงทุนเริ่มเทขายทำกำไรหุ้น หลังจากที่เฟดปรับขึ้นดอกเบี้ย พร้อมส่งสัญญาณว่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วขึ้นในปีหน้าด้วย ด้านตลาดเอเชีย นักลงทุนมีความกังวลเรื่องเงินทุนจะไหลออกไปยังสหรัฐฯ ซึ่งส่งผลให้ตลาดในภูมิภาคปรับตัวลดลง และจะยังคงผันผวนต่อไปตลอดสัปดาห์นี้
ทั้งนี้ สำหรับสัปดาห์นี้ คาดกรอบการเคลื่อนไหวดัชนีหุ้นเคลื่อนไหวที่ 1,514-1,530 จุด
ส่วนด้านกลยุทธ์การลงทุน มองว่า ปัจจัยภายในประเทศยังคงหนุนให้ดัชนีหุ้นปรับตัวขึ้นได้ โดยเฉพาะนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล โดยการปรับเพิ่มงบกลางปี 2560 เพิ่มขึ้นอีก 1.9 แสนล้านบาทเพื่อหนุนอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจขึ้นอีก จากเดิมที่กระทรวงการคลังคาดการณ์การเติบโตเศรษฐกิจ 3.3-3.4% สำหรับปี 2560 อาจจะสามารถเติบโตขึ้นได้เป็น 3.6-3.7% โดยหากภาคเอกชนมีการลงทุนเพิ่มเข้ามาด้วยเศรษฐกิจไทยอาจโตได้ถึง 4.0%









