วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ตลาดหุ้นไทยยืนแดนลบ

โบรกฯ คาดตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัว ‘ลดลง’ จากผลกระทบเฟดขึ้นดอกเบี้ยปีหน้า แนะชะลอการลงทุนรอดูสถานการณ์ หรือเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว

บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินตลาดหุ้นไทยในวันนี้ (16 ธ.ค.) แนวโน้มดอกเบี้ยของ Fed ที่คาดว่าจะปรับขึ้นในปีหน้า ทำให้มีการปรับพอร์ตเพื่อรับแนวโน้มดอกเบี้ยขึ้น แต่ตัวแปรที่สำคัญที่สุดของช่วงนี้ เป็นค่าเงินดอลล่าร์ ที่ได้ทั้งเรื่องดอกเบี้ยขึ้น และตัวเลขเศรษฐกิจ ที่ออกมาดี คือ เงินเฟ้อ เพิ่ม 0.2% MoM และตัวเลขเคลมว่างงานที่ลดลง 4,000 ตำแหน่ง เพิ่มความน่าสนใจให้กับค่าเงินดอลล่าร์ เมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ เราคิดว่าดอลล่าร์ กำลังจะกลับมาทวงความเป็น Safe Haven Currency หลังสูญเสียให้กับเงินเยน มาในปีที่แล้ว และดอลล่าร์เองได้อานิสงส์จากนโยบายของว่าที่ประธานนาธิบดีสหรัฐฯ ที่เอื้อต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ การเข้าคุยกับผู้นำธุรกิจ Technology ของนายทรัมป์ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา น่าจะถูกมองในเชิงบวกต่อภาคธุรกิจมากกว่า

ทั้งนี้การแข็งค่าของเงินดอลล่าร์ จะทำให้นักลงทุนต่างประเทศที่ลงทุนในตลาดหุ้น หรือสินทรัพย์เสี่ยงลดพอร์ตลงทุนเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้น ซึ่งจะทำให้เราอาจเห็นแรงขายหุ้นในบางประเทศ ทั้งนี้เรามองว่าการขายของนักลงทุนต่างประเทศ จะไม่ขายแบบรุนแรงในทุกประเทศ เนื่องจากบางประเทศ มีความแข็งแรงด้านเศรษฐกิจ และตัวเลขเกินดุลบัญชีเดินสะพัดที่สูง อย่างเช่นของไทย ที่ดุลบัญชีเดินสะพัด เป็นบวก 3 ปีติดต่อกันแล้ว (งวด 10 เดือนแรก +3.8 หมื่นล้านเหรียญ หรือ +52% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน)

โดยราคาสินค้าโภคภัณฑ์ เริ่มแยกทางเดินกับค่าเงินดอลล่าร์หลังจากที่ปรับตัวสูงขึ้นพร้อมๆกันมาตั้งแต่เดือน พ.ย. (หลังทราบผลเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ) ทำให้ช่วงสั้นๆ เรามองว่า ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ อาจถูกขายทำกำไรออกมา ขณะที่ราคาน้ำมัน แม้จะได้ผลบวกจากการปรับลดกำลังการผลิตน้ำมันของกลุ่มผู้ผลิต แต่ด้วยความที่นักลงทุนยังไม่แน่ใจว่าจะลดได้จริง และผลของดอลล่าร์ที่แข็งค่า ทำให้ราคาน้ำมันทำได้ก็เพียงทรงๆตัวใกล้ $50 ไปก่อน (เราประเมิน 3 เดือน ข้างหน้า ราคาน้ำมันดิบ WTI ไม่น่าจะขึ้นได้เกิน $55 เหรียญ)

ปัจจัยในประเทศ วันนี้ ปัจจัยบวกในประเทศไม่มีอะไรใหม่ แต่จะมีความกังวลในเรื่องนักลงทุนต่างประเทศ จะขายหุ้นหรือไม่ ซึ่งจะทำให้นักลงทุนทั่วๆไปชะลอการลงทุน หรือลดการถือหุ้นที่นักลงทุนกลุ่มนี้ถืออยู่ลง

สำหรับหุ้นที่บวกหุ้นบวกจากดอลล่าร์แข็ง ได้แก่ กลุ่มส่งออก (อีเล็คทรอนิกส์ , อาหารแช่แข็ง) ส่วนหุ้นลบจากดอลล่าร์แข็งได้แก่ ผู้นำเข้าสินค้า (ICT) ผู้ส่งออกไปญี่ปุ่น โรงกลั่นน้ำมัน ผู้ที่มีหนี้เป็นเงินดอลล่าร์ ทิศทางตลาดหุ้นในวันนี้ คาดจะยังปรับตัวลดลง อันเป็นผลพวงจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยของ Fed และอาจมีแรงขายหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศเข้ามา

"กลยุทธ์การลงทุนในวันนี้จากทิศทางตลาดหุ้นยังมีความไม่แน่นอน เราแนะนำให้ชะลอการลงทุน เพื่อรอดูท่าทีของนักลงทุนรายใหญ่ๆ ว่าจะถือต่อหรือขายหุ้นออก หุ้นที่จะเข้าลงทุนควรเลือกหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัวไว้ก่อน สำหรับการเข้าเก็งกำไรช่วงสั้น หุ้นที่เราคาดว่าอาจได้รับความสนใจจากนักลงทุน อาทิ CPALL , BH , SVI , KBS , LOXLEY , S11 มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,515-1,523  จุด