วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘ประกันสังคม’หวังพอร์ตปีนี้โต23%

กองทุนประกันสังคม หวังสิ้นปีพอร์ตลงทุนแตะ 1.6 ล้านล้าน เติบโต 23%ขณะ กลยุทธ์ลงทุน ยังเน้นตราสารหนี้ในประเทศเป็นหลัก

พร้อมประเมินการลงทุนต่างประเทศยังผันผวนสูง สั่งเฝ้าระวังใกล้ชิด เผยสัดส่วนลงทุนนอกปัจจุบันแค่ 3%

แหล่งข่าวจากสำนักงานประกันสังคม (SSO) กล่าวว่า พอร์ตการลงทุนของกองทุนประกันสังคมในปีนี้ มีโอกาสเพิ่มขึ้นแตะระดับ 1.6 ล้านล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 23% จากปีก่อน ซึ่งอยู่ที่ 1.3 ล้านล้านบาท โดนเป็นไปตามที่ทางกองทุนฯ ได้คาดการณ์เอาไว้ ซึ่งการเติบโตดังกล่าวเป็นผลจากผลตอบแทนการลงทุนที่เพิ่มขึ้น และเม็ดเงินใหม่ที่เข้าสู่ระบบประกันสังคม

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขพอร์ตการลงทุนที่ 1.6 ล้านล้านบาท ยังต้องขึ้นกับสถานการณ์การลงทุนในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้ด้วย เนื่องจาก ตลาดทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศยังมีความผันผวนต่อเนื่อง จึงคาดว่าพอร์ตการลงทุนโดยรวมจะอยู่ที่ประมาณกลางๆ 1.5 ล้านบาทบาท ไปจนถึง 1.6 ล้านล้านบาท

ส่วนแนวโน้มการเพิ่มขึ้นของเม็ดเงินลงทุน ขึ้นอยู่กับสภาพตลาดเป็นสำคัญ เนื่องจากการลงทุนช่วงที่ผ่านมา ยังคงเป็นไปตามแผนงานที่วางไว้ ขณะที่แผนการลงทุนในปีหน้า ตอนนี้ทางกองทุนอยู่ระหว่างจัดทำแผนงาน

สำหรับสัดส่วนการลงทุนของกองทุนฯ ยังคงแผนการลงทุนเดิมที่วางเป้าหมายไว้ โดยเน้นลงทุนในตราสารหนี้เป็นหลัก จะเลือกตราสารหนี้ที่มีคุณภาพ ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนดี ทั้งตราสารหนี้ของภาครัฐและเอกชน ส่วนสัดส่วนที่เหลือจะลงทุนในตราสารทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศที่พื้นฐานดีเช่นกัน

ขณะที่กลยุทธ์ลงทุนดังกล่าวส่งผลให้ผลตอบแทนจากการลงทุนทั้งจากการลงทุนในตลาดต่างประเทศและตลาดในประเทศ เติบโตเพิ่มขึ้นจากช่วงปีที่ผ่านมา เฉลี่ยเติบโตประมาณ 5%

แหล่งข่าวจากสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า กลยุทธ์การลงทุนในตลาดต่างประเทศ มองว่า ตลาดหุ้นดังกล่าวยังคงมีความผันผวนอยู่ ทั้งนี้ ส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา รวมไปถึงปัจจัยลบอื่นๆที่มีเข้ามากระทบต่อตลาดทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น แนวทางการลงทุนในตลาดต่างประเทศของกองทุนฯจำเป็นต้องระมัดระวังการลงทุนอย่างใกล้ชิด

สำหรับพอร์ตการลงทุนในต่างประเทศนั้น ปัจจุบันมีเม็ดเงินลงทุนทั้งสิ้น 40,000 ล้านบาท หรือ คิดเป็น 3% ของพอร์ตการลงทุนทั้งหมด สัดส่วนการลงทุนดังกล่าวยังอยู่ในระดับที่ต่ำ ซึ่งยังมีโอกาสขยายเพดานการลงทุนได้ในอนาคต หากแผนการขยายเพดานการลงทุนดังกล่าวสามารถผ่านขบวนการต่างๆรวมถึงมุมมองการลงทุนในต่างประเทศที่มีแนวโน้มที่ดีแล้ว โอกาสเห็นเพดานการลงทุนในต่างประเทศขยายตัวเพิ่มขึ้นย่อมมีความเป็นไปได้

ส่วนเม็ดเงินลงทุนในตลาดต่างประเทศยังคงให้น้ำหนักในตราสารหนี้มากถึง 80% ทั้งตราสารหนี้ของภาครัฐเอกชนที่มีเรตติ้งที่ดีผลตอบแทนสูง ส่วน 20% ที่เหลือกระจายลงทุนไปยังตลาดตราสารทุน

“เม็ดเงินลงทุนในต่างประเทศมีไม่มาก ยังคงสัดส่วนเท่าเดิมประมาณ2-3% เพราะผลกระทบจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีไม่ใช่แค่ส่งผลในต่างประทศอย่างเดียว แต่การลงทุนในประเทศสหรัฐฯเช่นกัน ดังนั้น ฝ่ายลงทุนจึงต้องระมัดระวัง เพราะมีผลต่อตลาดโลก มูลค่าลงทุนตอนนี้ในส่วนของต่างประเทศมีเพียง 40,000 ล้านบาท ส่วนใหญ่ยังคงเป็นตราสารหนี้เป็นหลัก นอกนั้นก็กระจายไปในหุ้นต่างประเทศ ซึ่งแบ่งเป็นส่วนที่เราลงทุนกับส่วนที่เราร่วมกับรายอื่นในการลงทุน ในส่วนที่เราถือหน่วยเพียงรายเดียวนั้นจะเป็นกองทุนผสมระหว่างหุ้นกับตราสารหนี้ ส่วนที่เป็นหุ้นเพียวๆก็ให้กองทุนหลักบริหารและค่อยอัพเดรทให้ อีกส่วนเป็น FIF ซึ่งส่วนนี้เราจะเลือกเองว่าจะลงภูมิภาคไหน”