วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพ.ย.59 อยู่ที่ 72.3

ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภค พ.ย. อยู่ที่ 72.3 ลดลงจากเดือนก่อนที่อยู่ 73.1 ส่วนดัชนีเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจรวม พ.ย.อยู่ที่ 61.2 ลดลงจากระดับ 62.0

นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนพฤศจิกายน 2559 อยู่ที่ 72.3 ลดลงจากเดือนตุลาคมที่ผ่านมาอยู่ที่ 73.1 ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 2 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นต่อเศรษฐกิจโดยรวมเดือนพฤศจิกายน 2559 อยู่ที่ 61.2 จากเดือนตุลาคมที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 62.0

สำหรับปัจจัยบวกที่ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา ประกอบด้วย สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. เผยว่า เศรษฐกิจไทยไตรมาส 3/2559 ขยายตัว 3.2% เทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่ขยายตัวได้ 2.9% เนื่องจากการใช้จ่ายภาคครัวเรือนและการลงทุนของภาครัฐขยายตัวดีต่อเนื่อง

ขณะที่มูลค่าการส่งออกกลับมาขยายตัวเป็นครั้งแรกในรอบ 7 ไตรมาส รัฐบาลมีนโยบายในการดูแลราคาข้าวให้ปรับตัวสูงขึ้นและจะดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี นอกจากนี้คณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ยังมีมติเอกฉันท์ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ 1.50% ต่อปี เนื่องจากเห็นว่า การรักษาขีดความสามารถในการดำเนินนโยบายยังมีความสำคัญ

สำหรับปัจจัยลบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภค คือ สศช.คาดอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หรือ จีดีพี ปี 2559 จะขยายตัวได้ 3.2% ลดลง 0.1% จากที่คาดว่าจะขยายตัวได้เฉลี่ย 3.3% โดยปัจจัยที่ทำให้ปรับคาดการณ์ลดลง เนื่องจากมองว่า ไตรมาส 4 การท่องเที่ยวอาจมีผลกระทบ จากความไม่ชัดเจนในแนวทางการปฏิบัติตัวของนักท่องเที่ยวในช่วงการไว้ทุกข์ 1 เดือนแรก นโยบายการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ ผู้บริโภคมีความกังวลกับปัญหาค่าครองชีพและราคาสินค้าที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง สถานการณ์น้ำท่วมในบางพื้นที่อาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต การท่องเที่ยว ผลผลิตทางการเกษตร และโอกาสในการทำธุรกิจ

ทั้งนี้ ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ ยังคาดการณ์ว่าการบริโภคของภาคประชาชนยังฟื้นตัวไม่มากนักในไตรมาสสุดท้ายของปีนี้ เนื่องจากผู้บริโภคยังระมัดระวังในการจับจ่ายใช้สอยเพราะมีความกังวลต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในปัจจุบันและอนาคต อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของการบริโภคน่าจะค่อยๆปรับตัวดีขึ้นในช่วงไตรมาสแรกของปี 2560 หากสถานการณ์ความผันผวนของเศรษฐกิจโลกคลี่คลายลง และประสิทธิภาพของการใช้จ่ายและลงทุนของภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจให้ฟื้นตัวขึ้นเป็นรูปธรรมอย่างต่อเนื่อง