บสย. เผย 3 แบงก์ พร้อมปล่อยสินเชื่อ โดยให้ บสย. ช่วยค้ำประกันผ่านโครงการ “เอสเอ็มอี ทวีทุน” คาดเข้าค้ำประกันผ่านโครงการดังกล่าวได้ 3 พันล้าน
ภายในสิ้นปีนี้เชื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ปลุกบรรยากาศลงทุนเอสเอ็มอีคึกคัก
นายนิธิศ มนุญพร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เปิดเผยว่า บสย. ได้จัดงานเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน และร่วมลงนามบันทึกข้อตกลง (เอ็มโอยู) กับธนาคารพันธมิตร โดยมี 19 ธนาคารเข้าร่วมงานในวานนี้(1ธ.ค.) เพื่อประกาศความพร้อมให้การสนับสนุนผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและย่อม(เอสเอ็มอี) ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน (PGS6) ในวงเงิน 100,000 ล้านบาท เพิ่มโอกาสผู้ประกอบการเอสเอ็มอี สามารถเข้าถึงสินเชื่อมากขึ้น ช่วยเสริมสร้างบรรยากาศการลงทุน และสร้างเม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในประเทศ
“บสย. ได้ร่วมลงนาม เอ็มโอยู กับธนาคารต่างๆ ซึ่งจะทยอยลงนามจนครบ 19 ธนาคารภายในสิ้นปีนี้ โดยขณะนี้มี 3 ธนาคารพร้อมปล่อยสินเชื่อ และใช้ บสย.ค้ำประกันในโครงการนี้ ได้แก่ ธนาคารทหารไทย ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด ไทย โดยคาดว่าจนถึงสิ้นปี 2559 จะสามารถค้ำประกันสินเชื่อให้ผู้ประกอบการผ่านโครงการนี้ได้ 3,000 ล้านบาท”
สำหรับโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ทวีทุน ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติการดำเนินโครงการเมื่อวันที่ 22 พ.ย.2559 เป็นโครงการที่ต่อยอดมาจากโครงการค้ำประกันสินเชื่อ PGS 5 โดยมีระยะเวลารับคำขอค้ำประกันได้จนถึงวันที่ 30 มิ.ย.2561 คาดว่าตลอดโครงการจะสามารถช่วยผู้ประกอบการเอสเอ็มอีได้ 33,000 ราย ก่อให้เกิดสินเชื่อในระบบคิดเป็น 168,000 ล้านบาท ก่อให้เกิดเศรษฐกิจหมุนเวียนในระบบ 458,000 ล้านบาท
ข้อดีของโครงการ SMEs ทวีทุน คือ มีการขยายระยะเวลาการค้ำประกันจาก 7 ปี เป็น 10 ปี เพื่อให้การช่วยเหลือ SMEs เป็นไปอย่างต่อเนื่อง โดยคิดค่าธรรมเนียมค้ำประกันอยู่ที่ 1.75% ต่อปี นอกจากนี้ เพื่อสนับสนุนเอสเอ็มอีที่เข้าระบบฐานภาษีได้รับสิทธิประโยชน์ และความช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐ โครงการดังกล่าวจึงมีคุณสมบัติเพิ่มเติมว่า ต้องเป็นเอสเอ็มอีที่ยื่นแบบแสดงรายการภาษีเงินได้ ทั้งที่เป็นเอสเอ็มอีประเภทบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลโดยมีเอกสารหรือหลักฐานแสดงการยื่นเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา หรือนิติบุคคล ในรอบปีปัจจุบันหรือ 1 ปีก่อนหน้า









