รายงานกำไรสุทธิ 3Q59 +34%YoY แต่ -68%QoQ พร้อมปรับประมาณการลง
ประเด็นสำคัญในการลงทุน :
- รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 3/59 ที่ 328 ล้านบาท +34%YoY แต่ -68%QoQ : กำไรเติบโตเมื่อเทียบรายปีเนื่องจากเปลี่ยนวิธีรับรู้กำไรในบริษัท BEM จากเงินปันผลเป็นส่วนแบ่งรายได้ซึ่งมีความสม่ำเสมอของรายได้มากกว่าวิธีเดิม แต่กำไรหดตัวลงเมื่อเทียบเป็นรายไตรมาสเนื่องจากในไตรมาส 2 มีการรับรู้รายได้จากงานส่วนเพิ่มของเขื่อนไซยะบุรีมูลค่า 1.1 หมื่นล้านบาท ขณะที่อัตรากำไรขั้นต้น 3Q59 ปรับตัวขึ้น 2% QoQ สู่ระดับ 8% เนื่องจากงานส่วนเพิ่มของไซยะบุรีที่รับรู้ในไตรมาส 2/59 มีอัตรากำไรขั้นต้นเพียง 5-6% ซึ่งต่ำกว่าอัตรากำไรขั้นต้นของงานก่อสร้างปกติที่มีอัตรากำไรขั้นต้น 8-9% ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารปรับตัวขึ้น 286 ล้านบาทเนื่องจากมีการโอนย้ายบุคลากรของโครงการที่แล้วเสร็จเข้าสำนักงานใหญ่ทั้งโครงการก่อสร้างรถไฟฟ้าสายสีม่วงและทางด่วนศรีรัช ในช่วง 9M59 บริษัทรายงานกำไรสุทธิ ที่ 1,847 ล้านบาทเติบโต 15%YoY
- ปรับประมาณการกำไรปี 59 ลง 9% สู่ 2,212 ล้านบาท : ฝ่ายวิจัยปรับประมาณการกำไรปี 59 ลง 9% สู่ระดับ 2,212 ล้านบาทโดยยังเติบโต 1% จากปี 58 เนื่องจากคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นจากงานก่อสร้างทั้งปีต่ำกว่าที่เราประเมินไว้ 1-2% เราจึงปรับสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปี 59 จาก 8.5% เหลือ 7.2% เพื่อให้สอดคล้องกับการรับรู้งานส่วนเพิ่มของเขื่อนไซยะบุรีที่รับรู้ในไตรมาส 2/59 ซึ่งมีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำกว่างานก่อสร้างปกติ ขณะที่เราคงประมาณการกำไรปี 60 ที่ 2,018 ล้านบาทลดลง 9% จากปี 59 เพราะปี 60 การรับรู้รายได้งานส่วนเพิ่มของเขื่อนไซยะบุรีจะไม่สูงเท่าปี 59 จึงทำให้รายได้จากการก่อสร้างปรับตัวลงราว 22% สู่ระดับ 3.6 หมื่นล้านบาทซึ่งถือเป็นภาวะปกติของบริษัทที่มีรายได้จากการก่อสร้างราว 3.4-3.6 หมื่นล้านต่อปี
- งานในมือมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากงานประมูลที่เพิ่มขึ้น : CK ร่วมกับ STEC (เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้งานประมูล อีกทั้งสามารถช่วยลดเงินลงทุนและค่าเครื่องจักร) ในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีส้มส่วนโครงสร้างมูลค่างานประมาณ 7.98 หมื่นล้านบาทซึ่งจะทราบผลการประมูลในเดือน ม.ค. 60 และ CK ได้ร่วมกับ BEM ในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีชมพูและเหลือง (รูปแบบ PPP Net Cost แบบมีเงินอุดหนุนจากภาครัฐ) มูลค่าราว 1.11 แสนล้านบาทซึ่งคาดว่าจะทราบผลภายใน มี.ค. 60 โดยฝ่ายวิจัยคาดว่า CK มีความพร้อมในการรับงานสายสีส้ม สายสีชมพู และสายสีเหลืองเพราะเป็นผู้เชี่ยวชาญในการก่อสร้างรถไฟฟ้าทั้งรูปแบบบนดินและใต้ดิน และเมื่อผนวกความแข็งแกร่งของ BEM ในการเดินรถไฟฟ้าทำให้ไม่มีอุปสรรคในการรับงานรูปแบบ PPP ของสายสีชมพูและสายสีเหลือง
- คงคำแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 38 บาท : ฝ่ายวิจัยประเมินมูลค่าเหมาะสมด้วยวิธี Sum of the part-SOTP (ใช้ราคา BEM 7.5 บาท TTW 10.5 บาท และ CKP 3.4 บาท) เพื่อให้สะท้อนถึงมูลค่าเงินลงทุนของ CK ได้ราคาเหมาะสมที่ 38 บาท ซึ่งสูงกว่าราคาปิดล่าสุดจึงคงแนะนำ “ซื้อ”








