โบรกเกอร์คาดดัชนีบวกเล็กน้อย เนื่องจากนโยบายของสหรัฐยังไม่ชัดเจนทั้งหมด แนะเก็งกำไรหุ้นกลุ่มเด่น
นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ปัจจัยภายในประเทศ ยังดีอยู่จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรายสัปดาห์ยังออกมาไม่หยุด ซึ่งจะเพิ่มความมั่นใจให้นักลงทุนว่าเศรษฐกิจไตรมาส 4 หรือต่อจากนี้ไปจะไม่ชะลอตัวลง ดังนั้นทิศทางตลาดหุ้นไทยคาดจะเหมือนกับวันก่อน คือเป็นบวก แต่การปรับตัวขึ้นไม่น่ารุนแรงนัก เนื่องจากนโยบายของสหรัฐยังไม่ชัดเจนทั้งหมด
“กลยุทธ์การลงทุนแม้ตลาดยังมีแนวโน้มเดินหน้าต่อแต่ยังแนะนำเพียงเก็งกำไรช่วงสั้นๆ หุ้นกลุ่มเด่นๆ จะเป็นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจภาครัฐ หุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ กลุ่มส่งออกบางตัว มองกรอบดัชนีวันนี้ที่ 1,480 – 1,492 จุด”
ส่วนปัจจัยต่างประเทศนั้น การที่ดัชนีดาวน์โจนส์ขึ้นมายืนเหนือ 19,000 จุด ทำ new high อย่างต่อเนื่อง เชื่อว่านักลงทุนส่วนใหญ่จะมองเป็นเป็นบวก เป็นผลจากนโยบายด้านเศรษฐกิจของประธานาธิบดีคนใหม่ ที่จะกระตุ้นให้เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว และการปรับขึ้นดอกเบี้ยน่าจะเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่า โดยเฉพาะภาคการเงินที่จะเป็นบวกจากส่วนต่างของดอกเบี้ยที่สูงขึ้น
ฉะนั้นเศรษฐกิจสหรัฐที่ดีขึ้นจึงน่าจะดีต่อประเทศอื่นๆ ด้วย ซึ่งโอกาสในการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐในเดือน ธ.ค. นี้ ยังคงเป็น 100% และตลาดน่าจะรับรู้กันไประดับหนึ่งแล้ว อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐ 30 ปี ยังทรงตัวระหว่าง 2.9-3.0% เป็นสัญญาณว่านักลงทุนเริ่มลดความกังวลลง แต่ถึงกระนั้นนักลงทุนในตลาดพันธบัตรน่าจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการเปลี่ยนแปลงดอกเบี้ย แต่นักลงทุนในตลาดหุ้น อาจมีบางส่วนที่พอร์ตลงทุนหรือการจัดพอร์ตนั้น ไปอิงกับดอกเบี้ย ซึ่งผลกระทบจะไม่แรงเหมือนตลาดพันธบัตร และแรงขายหุ้นในตลาดหุ้นเอเซียเริ่มลดระดับลงแล้ว
ขณะที่ทิศทางราคาน้ำมัน การประชุมคณะทำงานของโอเปกมีการประชุมเมื่อคืนที่ผ่านมา แต่ไม่เปิดผลการประชุม โดยชี้แจงเพียงผลการประชุมออกมาในทางบวก เชื่อว่าตลาดยังมีความกังขาต่อท่าทีของอิหร่านและอิรัก ราคาน้ำมันจึงปรับตัวขึ้นได้ไม่มากนัก ด้านราคาสินค้าโภคภัณฑ์ในกลุ่มโลหะยังเดินหน้าต่อ จากคาดการณ์ความต้องการใช้ที่จะสูงขึ้นในอนาคต ตามภาวะเศรษฐกิจสหรัฐ








