“ทีทีดับบลิว”ชี้ปีหน้าใช้งบ 1 พันล้านยายท่อประปา ศึกษาธุรกิจน้ำประปาในเมียนมาเพิ่ม ชี้นโยบายพัฒนา3เขตศก.พิเศษเปิดโอกาสขยายธุรกิจน้ำครบวงจร
นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทีทีดับบลิว จำกัด (มหาชน) (TTW) เปิดเผยว่า ปีหน้าจะเป็นปีที่บริษัทมองหาโอกาสในการขยายการลงทุนในธุรกิจน้ำประปา และสาธารณูปโภคด้านน้ำแบบครบวงจรเพิ่มเติมทั้งในประเทศและต่างประเทศ
ในส่วนของต่างประเทศ จะโฟกัสที่ประเทศเมียนมาเป็นหลัก เพราะมีแหล่งน้ำดิบที่อุดมสมบูรณ์แต่ยังขาดน้ำประปาอยู่ ปัจจุบันบริษัทได้เข้าไปลงทุนในรัฐเมาะลำไยแล้ว ร่วมกับบริษัทเอกชนของเมียนมา เงินลงทุน 12 ล้านดอลลาร์ โดยบริษัทลงทุนในสัดส่วน 70% ส่วนอีก 30% เป็นเอกชนเมียนมา
“เราดำเนินการมา 2 ปีแล้ว เงินลงทุนเฟสแรก 12 ล้านดอลลาร์ แต่ยังไม่รู้ว่ามีกี่เฟส เพราะเมืองเขาโตเร็วจนตกใจ ซึ่งเฟสแรกมีกำลังการผลิต 4 หมื่นคิวต่อวัน เริ่มผลิตปี2561 ทำให้เป็นปีแรกที่บริษัทจะมีรายได้จากธุรกิจในต่างประเทศ ทั้งนี้นอกจากรัฐเมาะลำไยแล้ว ยังมีรัฐอื่นๆ ที่ต้องการให้เราไปทำ“
ทั้งนี้การบริหารสาธารณูปโภคยังเป็นเรื่องที่สำคัญมากทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งในต่างประเทศจะโฟกัสที่เมียนมา แต่ในประเทศเองก็มีโอกาสลงทุนเช่นเดียวกัน เพราะรัฐบาลมีนโยบายตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ 3 แห่ง เช่น สระแก้ว และแม่สอด เขตเศรษฐกิจเหล่านี้ ต้องมีโครงสร้างพื้นฐาน ไฟฟ้า น้ำประปา บำบัดน้ำเสีย ขยะ ซึ่งเป็นโอกาสในการทำธุรกิจอีกเยอะ การเติบโตของเมือง ภาคอุตสาหกรรมมีความจำเป็นต้องใช้น้ำในอุตสาหกรรม จำนวนมาก เมืองใหญ่ เช่น ภูเก็ต และเชียงใหม่ น้ำไม่พอ
“โครงการเหล่านี้ ต้องรอดูนโยบายรัฐ เวลาพูดถึงโครงการรัฐ กว่าได้ข้อสรุป และจะเริ่มใช้เงิน 18-24 เดือน เรามีความพร้อมทั้งในด้านความรู้ เทคโนโลยี และความสามารถในการระดมทุน ทั้งหุ้นกู้ และเงินกู้ระยาวยาว ด้วยโครงสร้างทางการเงินที่แข็งแกร่ง ทำให้ต้นทุนทางการเงินของบริษัทอยู่ที่ 2% กว่า”
ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานปีหน้า จะทรงตัวเมื่อเทียบกับปีนี้ ขณะที่บริษัทไม่ได้ตั้งเป้าการเติบโตด้านรายได้ แต่มองมองเรื่องการขยายธุรกิจมากกว่า โดยปีหน้ามีแผนจะใช้เงินลงทุนประมาณ 1 พันล้านบาทในการ ปรับท่อให้บริการ ในพื้นที่บริเวณตะเข็บพระราม 2 สมุทรสาคร พันท้ายนรสิงห์ และแถวท่าฉลอม เป็นต้น
ขณะที่ปีนี้บริษัทได้ใช้เงินลงทุน 3.2 พันล้านบาท ทำโรงผลิตน้ำประปาแห่งที่ 2 กลางปีหน้าคาดจะแล้วเสร็จ กำลังการผลิตปีแรก 1 แสนคิวต่อวัน แต่ขยายไปได้ถึง 4 แสน คิวต่อวัน โดยกำลังการผลิตน้ำโดยรวมของบริษัทในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 1 ล้านคิวต่อวัน รายได้ประมาณ 6 พันล้านบาท ซึ่งค่อนข้างจะทรงตัวในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ผลจากปัญหาภาวะเศรษฐกิจ และปัญหากุ้งตายด่วน ทำให้ความต้องการใช้น้ำในอุตสาหกรรมกุ้งแช่แข็งลดลง
ส่วนการเคลื่อนไหวราคาหุ้นวานนี้ (22พ.ย.) ปิดตลาดที่ 10.50 บาท ไม่เปลี่ยนแปลงจากราคาปิดครั้งก่อน มูลค่าการซื้อขาย 30.21 ล้านบาท









