วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

‘คาราบาวแดง’ลุยส่งออกยุโรป

คาราบาวแดง ทุ่มงบ 900 ล้านบาท หนุนฟุตบอลลีก อังกฤษ “อีเอฟแอล” 3 ฤดูกาล หวังสร้างการรับรู้แบรนด์ ดันตลาดส่งออกอังกฤษ-ยุโรป

นายเสถียร เศรษฐสิทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท คาราบาวกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CBG ผู้ผลิตและจำหน่ายเครื่องดื่มชูกำลัง “คาราบาวแดง” เปิดเผยว่านโยบายบริษัทให้ความสำคัญกับการขยายตลาดต่างประเทศมากขึ้น โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศยุโรป ผ่านการสนับสนุนหรือเป็นสปอนเซอร์ให้กับทีมฟุตบอลในลีกต่างๆ ซึ่งที่ผ่านมาได้สนับสนุนชุดแข่งสโมสรฟุตบอลเรดดิ้ง ประเทศอังกฤษ และสนับสนุนชุดซ้อมสโมสรฟุตบอลเชลซี ทีมในพรีเมียร์ลีก ประเทศอังกฤษ เช่นกัน ซึ่งพบว่ามีผลทำให้ผลิตภัณฑ์คาราบาวแดงเริ่มเป็นที่รู้จักและเป็นยอมรับในกลุ่มผู้บริโภคชาวลอนดอนมากขึ้น

ทุ่ม900หนุน“อีเอฟแอลคัพ”

อย่างไรก็ตามมองว่าการเป็นผู้ร่วมสนับสนุนทั้ง 2 ทีมดังกล่าว ยังไม่เพียงพอที่จะรองรับเป้าหมายการขยายตลาดไปทั่วเกาะอังกฤษ เนื่องจากเป็นที่รู้จักเฉพาะในกรุงลอนดอนเท่านั้น ดังนั้นบริษัทจึงตัดสินใจเข้าเป็นผู้สนับสนุนรายการแข่งขันฟุตบอลลีกคัพของอังกฤษ หรือ “อีเอฟแอล คัพ” ในฤดูกาล 2017-2020 รวม 3 ปี โดยจะเปลี่ยนชื่อรายการแข่งขัน เป็น “คาราบาว คัพ” ด้วยงบประมาณกว่า 900 ล้านบาท หรือ 18 ล้านปอนด์ โดยแบ่งจ่ายเป็นงวดๆ ในช่วง 3 ปีจากนี้ ซึ่งปีที่ 1 จะต้องจ่าย 5 ล้านปอนด์ ขณะที่ปีที่ 2 จ่าย 6 ล้านปอนด์ และในปีที่ 3 จ่าย 7 ล้านปอนด์ ซึ่งหากมองเป็นการลงทุนต่อปี ถือว่าเป็นมูลค่าที่ไม่สูงเกินไป นอกจากนี้ หากหมดสัญญาในช่วง 3 ปีแรก สามารถต่อสัญญาได้อีก 4 ปี

ขณะที่สิทธิประโยชน์ที่จะได้รับจากการสนับสนุนในครั้งนี้ มีหลายด้านไม่ว่าจะเป็นประโยชน์ด้านการตลาดและการค้า ยังสามารถนำโลโก้คาราบาว ติดบนเสื้อการแข่งขันของทุกทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 82 เกม จาก 92 ทีม เป็นทีมจากพรีเมียลีก 10 ทีม และอีก 72 ทีมจากฟุตบอลลีกอื่นๆ นอกจากนี้โลโก้ยังปรากฏบนตั๋วการแข่งขัน ป้ายโฆษณาในสนามที่มีการถ่ายทอดสด การประดับประดาสนามเวมบลีย์ ซึ่งจะใช้เป็นสนามสำหรับรอบชิงชนะเลิศ และติดตั้งตามบอร์ดประกาศต่างๆ และแบ็คดร็อปที่ใช้ในการสัมภาษณ์ทั้งก่อนและหลังการแข่งขันอีกด้วย             

 “คาราบาวแดงร่วมมือกับอีเอฟแอลในครั้งนี้ ไม่เพียงแต่จะช่วยให้ภาพลักษณ์ของคาราบาวมีความเป็นสากลมากขึ้นเท่านั้น แต่ว่ายังเอื้อประโยชน์ต่อการรับรู้ถึงอีเอฟแอลในตลาดอื่นๆ โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชีย ที่นับว่าเป็นตลาดที่สำคัญ โดยเฉพาะในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (กัมพูชา ลาว เมียนมา เวียดนาม) รวมทั้งประเทศจีนอีกด้วยเช่นกัน” 

ทั้งนี้ การทำตลาดในประเทศอังกฤษ บริษัทได้จัดตั้งบริษัท อินเตอร์ คาราบาว ยูเค จำกัด เพื่อทำหน้าที่กำกับดูแลในเรื่องของกลยุทธ์การทำตลาดในรูปแบบต่างๆ ส่วนเรื่องสินค้านั้น ได้ว่าจ้างโรงงานผู้ผลิตเครื่องดื่มขนาดใหญ่ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ ที่มีทั้งประสิทธิภาพและคุณภาพในการผลิตให้กับเครื่องดื่มแบรนด์ชั้นนำระดับโลก ซึ่งสามารถรองรับกับความต้องการของตลาดหากแม้ว่าจะมีความต้องการที่เพิ่มขึ้นก็ตาม

นอกจากนั้นยังเห็นว่าการสนับสนุนในครั้งนี้จะเป็นตัวเชื่อมโยงการเข้าไปทำตลาดของคาราบาวแดงในกลุ่มประเทศยุโรป ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับ 5-8 ประเทศ ซึ่งคาดว่าจะมีความชัดเจนและได้ข้อสรุปในช่วงหลังจากปีใหม่ อาทิ โปแลนด์ อาเซอร์ไบจาน ฝรั่งเศส เยอรมนี รวมถึงประเทศที่แยกตัวจากสหภาพโซเวียต เป็นต้น นอกจากนี้ บริษัทยังมีแผนที่จะเข้าไปทำตลาดในประเทศสหรัฐ รวมถึงประเทศจีนที่เข้าไปทำตลาดมาก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร 

ปัจจุบันบริษัททำตลาดต่างประเทศมากกว่า 30 ประเทศทั่วโลก โดยตลาดหลักยังคงมาจากกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี ที่มีสัดส่วนการส่งออกกว่า 60% ของการส่งออกทั้งหมด

ขยายกำลังผลิตรับตลาดขยายตัว

นายเสถียร กล่าวว่าที่ผ่านมาบริษัทเพิ่มการลงทุนอย่างต่อเนื่อง เพื่อขยายธุรกิจ ทั้งการลงทุนการขยายกำลังการผลิตเครื่องดื่มชูกำลัง เพื่อรองรับกับตลาดทั้งในและต่างประเทศ จากปัจจุบันที่มีกำลังผลิตในรูปแบบขวดจำนวน 1,000 ล้านขวดต่อปี และรูปแบบกระป๋อง 300 ล้านกระป๋องต่อปี แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาดที่มียอดขายปีละกว่า 500-600 ล้านกระป๋อง

อย่างไรก็ตาม คาดว่าเมื่อการขยายกำลังการผลิตแล้วเสร็จและเดินสายการผลิตได้ในช่วงช่วงไตรมาสแรกปี 2560 จะทำให้มีกำลังการผลิตเพิ่มเป็น 1,500 ล้านขวดต่อปี และ 1,000 ล้านกระป๋องต่อปี ซึ่งจะสามารถรองรับกับความต้องการของตลาดได้ภายใน 3 ปีข้างหน้า               

ส่วนเป้าหมายยอดขายปีนี้ คาดว่าจะสามารถทำได้ 9,000 ล้านบาท เติบโต 15% โดยยอดจำหน่ายทั้งหมด แบ่งเป็นตลาดส่งออก 30% และ 70% เป็นภายในประเทศ ซึ่งในช่วง 9 เดือนแรกของปีนี้สามารถทำไปได้แล้ว 7,000 ล้านบาท เติบโต 12% 

“ปีนี้ยอดขายจากการส่งออกอยู่ที่ 2,400 ล้านบาท แต่เมื่อมีการดำเนินแผนธุรกิจต่างประเทศมากขึ้น ทำให้เราปรับเป้าหมายสัดส่วนยอดขายตลาดต่างประเทศในช่วง 2-3 ปีจากนี้ จะเพิ่มเป็น 40-50%”

สำหรับความเคลื่อนไหวของบริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มต่างๆ ในช่วงที่ผ่านมา ให้ความสำคัญกับการเป็นผู้สนับสนุนทั้งในรูปแบบอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการกับประเภทกีฬา โดยเฉพาะในสโมสรฟุตบอลชื่อดังต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเบียร์สิงห์ที่ให้การสนับสนุนสโมสรฟุตบอลแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และสโมสรเชลซี รวมถึงเบียร์ช้างที่สนับสนุนสโมสรฟุตบอลเอฟเวอร์ตัน รวมถึงเอส โคลา ที่สนับสนุนทีมสโมสรแมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งการสนับสนุนทีมฟุตบอลต่างๆ เพื่อต้องการสร้างแบรนด์สินค้าให้เป็นที่รู้จักในตลาดโลก