นักค้าเงินคาดแนวโน้มค่าบาทสัปดาห์หน้า เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.00-35.50 บาทต่อดอลลาร์ รับแรงกดดันเฟดขึ้นดอกเบี้ย
ภาวะตลาดการเงิน ตลอดทั้งสัปดาห์นี้ (7-11 พ.ย.) ภาพรวมค่าเงินดอลลาร์ ยังมีแนวโน้มแข็งค่า เมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ส่วนใหญ่จากการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ หรือเฟด ในการประชุมเดือนธ.ค.ปีนี้ เนื่องจากที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาดีอย่างต่อเนื่อง และเจ้าหน้าที่เฟด ส่วนใหญ่มองว่าการคงดอกเบี้ยที่ต่ำเกินไปเป็นเวลานาน จะเป็นอันตรายต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ในสัปดาห์ที่ผ่านมา ค่าเงินดอลลาร์ได้อ่อนค่าอย่างรวดเร็วเป็นระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงการนับคะแนนการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรฐั อย่างไรก็ดี หลังจากนั้นนักลงทุน ได้กลับมามองที่ปัจจับเศรษฐกจิมากขึ้น
สำหรับระหว่างสัปดาห์เงินบาทปรับตัวแข็งค่าสุดที่ระดับ 34.87 บาทต่อดอลลาร์ และอ่อนค่าสุดที่ระดับ 35.42 บาทต่อดอลลาร์ในช่วงวานนี้ก่อนจะมาปิดตลาดที่ระดับ 35.30 บาทต่อดอลลาร์
ด้าน นักค้าเงินธนาคารกรุงเทพ ระบุว่า ค่าเงินบาทปิดตลาดที่ 35.30-35.32 บาทต่อดอลลาร์ ทรงตัวจากเปิดตลาดที่ 35.30-35.31 บาทต่อดอลลาร์ โดยยังไร้ปัจจัยใหม่มาหนุนนำตลาด ซึ่งระหว่างวันค่าเงินบาทแข็งค่าสุดที่ระดับ 35.25 บาทต่อดอลลาร์ และอ่อนค่าสุดที่ระดับ 35.40 บาทต่อดอลลาร์ ซึ่งค่าเงินบาทอ่อนค่าตามภูมิภาคเอเชีย หลังยังมีแรงเก็งกำไรดอลลาร์อย่างต่อเนื่อง
"สัปดาห์หน้าคาดค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 35.20-35.40 บาทต่อดอลลาร์"
ขณะที่ ธนาคารซีไอเอ็มบีไทย คาดสัปดาห์หน้าว่า เงินบาทจะเคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 35.00-35.50 บาทต่อดอลลาร์ โดยคาดค่าเงินดอลลาร์ยังอยู่ในทิศทางแข็งค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินอื่นๆ ส่วนใหญ่จากปัจจัยเรื่องการคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐในเดือนธ.ค.ปีนี้เป็นหลัก









