ผู้บริหาร "ซิโน-ไทย" เผยมีความสนใจเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในหุ้น "ไทยโซล่าร์" เพื่อต่อยอดงานด้านก่อสร้างโรงไฟฟ้า
จากกรณีที่ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) STEC ได้เข้าซื้อหุ้นบริษัท ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) TSEจากบริษัท เวฟ เอ็นเอตร์เทนเมนท์ จำกัด (มหาชน) WAVE จำนวน 181.50 ล้านหุ้น คิดเป็น 10%ในราคาหุ้นละ 4.85บาท รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 880.27 บาท โดยการลงทุนครั้งนี้ บริษัทซิโน-ไทยมีเป้าหมายต้องการเพิ่มช่องทางหารายได้ที่มีความแน่นอนมากขึ้น หลังจากธุรกิจหลักรับเหมาก่อสร้างที่พึ่งพางานภาครัฐมีความไม่แน่นอนสูง
ภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่งแอนด์คอนสตรัคชั่น อธิบายให้ฟังว่า การเข้าไปลงทุนใน ไทย โซล่าร์ เอ็นเนอร์ยี่สัดส่วน 10% วัตถุประสงค์หลักคือเงินปันผลที่แน่นอนจากธุรกิจขายไฟฟ้า และโอกาสในการรับงานก่อสร้างโรงไฟฟ้าในอนาคต
“จากการเจรจาก่อนหน้านี้ บริษัทก็อยากจะถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่านี้ แต่ก็ต้องขึ้นอยู่กับทางไทย โซล่าร์ ส่วนในอนาคตคาดหวังว่าจะมีโอกาสพัฒนาโครงการใหม่ๆ ร่วมกัน และหากบริษัทไทย โซล่าร์มีความจำเป็นต้องใช้เงินทุนเพิ่มเติม โดยเฉพาะรูปแบบการเสนอขายหุ้นแบบเฉพาะเจาะจง(พีพี) บริษัทซิโน-ไทยก็มีความพร้อมที่้จะรับซื้อหุ้นในส่วนนี้ โดยล่าสุดมีเงินสดที่พร้อมลงทุนอยู่ราว 1,000 ล้านบาท เพื่อใช้ลงทุนเพิ่ม”
นักวิเคราะห์หลักทรัพย์บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส(ประเทศไทย)มีความเห็นว่าดีลการซื้อหุ้นบริษัทไทยโซล่าร์จาก บริษัทเวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์นั้น จะทำให้บริษัทซิโน-ไทยเข้าสู่ธุรกิจพลังงานทดแทนโดยการเข้าซื้อหุ้น ไทย โซล่า เอเนอร์ยี่ ในสัดส่วน 10% จากบริษัทเวฟ เอ็นเตอร์เทนเมนท์ ได้รับเงินปันผลที่สม่ำเสมอ และในอนาคตมีโอกาสสร้างโรงไฟฟ้าให้ บริษัทไทยโซล่าร์ได้ เพราะไปเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทดังกล่าว
นอกจากนี้การที่บริษัทซิโน-ไทยได้เข้าถือหุ้น 15% ใน BSR Joint Venture (BSR JV) เพื่อมีส่วนร่วมในการประมูลรถไฟฟ้าสายสีเหลืองและสีชมพูนั้นฝ่ายวิจัยยังมีมุมมองที่เป็นบวกกับการเปิดประมูลงานขนาดใหญ่ตั้งแต่ช่วงปลายปีนี้จนถึงปีหน้า จะเป็นแรงกระตุ้นต่อราคาหุ้นในกลุ่มรับเหมาก่อสร้างได้เป็นอย่างดี และบริษัทซิโน-ไทยจะได้รับประโยชน์เต็มที่ จากการเป็นผู้รับเหมารายใหญ่ติด 1 ใน 3 ที่ใหญ่สุดของไทย จึงมีโอกาสได้งานอีกมากในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การลงทุนของซิโน-ไทยครั้งนี้ ดูเหมือนจะเริ่มคุ้มค่าตั้งแต่เข้ามาถือครองหุ้นไทยโซล่าร์ เพราะหากพิจารณาจากราคาหุ้นซิโน-ไทย ภายหลังจากเกิดรายการซื้อหุ้นปรับตัวเพิ่มขึ้น 4.90% จากราคา 25.75 บาท เป็น 27.50 บาท ขณะที่มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้นถึง 1.1 พันล้านบาท แต่ราคาหุ้นไทยโซล่าร์ปรับตัวขึ้นแรงกว่า จากราคา4.84 บาทเป็น 5.75 บาทเพิ่มขึ้น 15.29% มาร์เก็ตแคปเพิ่มขึ้น 1.27 พันล้านบาท สรุปแล้วการต่อยอดธุรกิจในครั้งนี้สเต็ปแรกก็ถือว่าคุ้มค่าแล้วใช่หรือไม่









