Valuation catching up
ประเด็นการลงทุน
ราคาหุ้น ITEL ที่ปรับตัวขึ้นมารอบนี้คาดหนุน valuation ILINK เพิ่มขึ้นราว 5.00 บาท/หุ้น ซึ่งที่ผ่านมาราคาหุ้น ILINK ปรับตัวขึ้นมาเพียง 2.00-2.50 บาท เท่านั้น นอกจากนี้ปีหน้ากำไรของ ILINK คาดจะทำจุดสูงเป็นประวัติการณ์ที่ 400 ล้านบาท เติบโต 55% จากการรับรู้รายได้โครงการวิศวกรรม ที่มี backlog รองรับเอาไว้แล้ว เกือบ 1,700 ล้านบาท และจากการรวมกำไรของ ITEL ที่คาดเติบโตสูงเข้ามา
สรุปผลประกอบการ 3Q16
บริษัทรายงานกำไร 3Q16 ที่ 61 ล้านบาท เป็นไปตามคาด เพิ่มขึ้น 2%YoY และ 16%QoQ 1) ธุรกิจจัดจำหน่ายสายสัญญาณ รายได้ 521 ล้านบาท (-16%YoY, +15%QoQ) ลดลง YoY เพราะปีที่แล้วมีการขายงานโครงการให้กับ TOT จำนวน 133 ล้านบาท หากไม่รวมรายการดังกล่าวรายได้ยังคงเติบโตได้ดี ในขณะที่อัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 23.6% เป็นระดับที่มีกำไรเหมาะสม 2) ธุรกิจวิศวกรรม รายได้ 14 ล้านบาท และมาร์จิ้นราว 15% บริษัทเริ่มรับรู้รายได้โครงการ AOT C3 เล็กน้อย จากมูลค่าโครงการราว 800 ล้านบาท ซึ่งโครงการนี้จะรับรู้รายได้เป็นจำนวนมากในไตรมาสถัดๆไป 3) ITEL รายได้ recurring จากโครงข่าย Fiber Optic และ Data Center อยู่ที่ 115 ล้านบาท เติบโต 44%YoY และ 5%QoQ จากลูกค้าที่เข้ามาเช่าโครงข่ายเพิ่มเป็นจำนวนมาก
Backlog รองรับการเติบโตปี 2017 เอาไว้หมดแล้ว
คาดกำไรโตแรงเป็น 400 ล้านบาท หรือเติบโต 55% ในปี 2017 จากการรับรู้รายได้งานในมือ (backlog) ที่มีอยู่แล้ว ราว 1,700 ล้านบาท ประกอบไปด้วยงาน 1) AOT C3 ราว 800 ล้านบาท 2) งาน ก่อสร้างสายส่งระบบ 115 เควี มูลค่าราว 310 ล้านบาท 3) สร้างสถานีไฟฟ้าระบบ 115-22 เควี มูลค่าราว 563 ล้านบาท และงานอื่นๆ
สำหรับ Upside risk ต่อประมาณการกำไรจะมาจาก งานระบบขนส่งผู้โดยสารอัตโนมัติ (APM) มูลค่าเกือบ 3 พันล้านบาท ซึ่งบริษัทร่วมกับซีเมนส์ ของสนามบินสุวรรณภูมิ คาดรู้ผลภายในปีนี้
ธุรกิจจัดจำหน่ายยังคงหนุนการเติบโตที่มั่นคง
ธุรกิจจำหน่ายสายสัญญาณซึ่งมีสัดส่วนเป็นรายได้หลัก (ราว 50-60%) มีแนวโน้มที่การเติบโตที่สดใสยิ่งขึ้น เพราะได้ปัจจัยหนุนจากการลงทุนของ Mobile Operator และโครงการต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ Digital Economy คาดหนุนให้ตลาดสายสัญญาณมีการเติบโตสูงกว่าในอดีต อย่างเช่น การลงทุนในโครงการ National broadband คาดมีความต้องการสาย fiber optic มูลค่าราว 2-4 พันล้านบาท ซึ่งเรามองว่าบริษัทเป็นหนึ่งในผู้ที่มีศักยภาพที่จะเข้ารับงานนี้เช่นกัน
ตลาดจะมีความมั่นใจเมื่อเห็นอัตรากำไรงาน AOT ในงบฯ
แม้ปัจจุบันตลาดยังมีความกังวลด้านการรักษาอัตรากำไรในแต่ละโครงการวิศวกรรม เพราะเป็นการรับงานเข้ามาในช่วงที่มีการแข่งขันสูง แต่เรายังเชื่อมั่นว่าด้วยประวัติความได้เปรียบด้านต้นทุนของบริษัท ที่ได้เห็นในงาน สายไฟฟ้าใต้น้ำที่ผ่านๆมา บริษัทจะสามารถรักษาอัตรากำไรให้อยู่ในระดับที่น่าพอใจได้ และคาดตลาดจะกลับมามั่นใจเมื่อเห็นอัตรากำไรของโครงการในงบฯ ซึ่งเราได้เห็นบ้างแล้วในงบ 3Q16 นี้ว่ามีมาร์จิ้นราว 15% คาดมาร์จิ้นจะดีขึ้นเมื่อรายได้เพิ่มมากขึ้นในไตรมาสถัดๆไป








