เมื่อไทยประกาศกลยุทธ์การมุ่งสู่ “ตลาดคุณภาพ” หรือ การกระตุ้นการใช้จ่ายของนักท่องเที่ยวต่อหัวให้สูงขึ้นเพื่อให้ผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์สูงขึ้น
ดังนั้นตัวชี้วัดที่จะพิสูจน์ความสำเร็จ ต้องดู “ยอดใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว” ว่าที่ผ่านมาและต่อไปนี้จะเป็นอย่างไร
รายงานภาวะเศรษฐกิจท่องเที่ยว ไตรมาส 3 ปี 2559 พบแนวโน้มที่เป็นไปตามเป้าหมาย คือ นักท่องเที่ยวต่างชาติมีค่าใช้จ่ายเฉลี่ย 5,324.64 บาท/วัน เติบโต 2.93% เมื่อเทียบกับไตรมาส 3 ปีที่ผ่านมา โดยภูมิภาคเอเชียตะวันออกที่มี จีน เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น เป็นต้น นักท่องเที่ยวใช้จ่ายเฉลี่ยคนละ 5,755.25 บาท/วัน เพิ่มขึ้น 2.57% ตามด้วยยุโรป 4,229.66 บาท/วัน เพิ่มขึ้น 2.77% ส่วนภูมิภาคอื่นๆ 5,500.56 บาท/วัน เพิ่มขึ้น 2.23% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ที่ดีในช่วงโลว์ซีซันที่ไร้ปัจจัยบวกมากระตุ้น
กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวว่าการกระตุ้นคุณภาพ มีบางกลุ่มเข้าใจผิด ซึ่งยืนยันว่าไม่ได้หมายความว่าไทยจะให้ความสำคัญต่อกลุ่มไฮเอนด์เท่านั้น แต่หมายถึงการที่ต้องแสวงหาแนวการเสนอขายสินค้าเพื่อจูงใจให้ “ทุกกลุ่ม” เข้ามาใช้จ่ายมากขึ้น และยังคงให้ความสำคัญกับการเดินทางแบบ “กรุ๊ปทัวร์” แต่ขณะเดียวกันก็ต้องมุ่งกระตุ้นตลาดเดินทางด้วยตัวเอง (FIT) มากขึ้น โดยเฉพาะตลาดจีน รับกับกระแสทั่วโลก
และสำหรับตลาดใหญ่อย่าง “จีน” เฉพาะช่วง ม.ค.-ก.ย. มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยอยู่ที่ 6,103.45 บาท/วัน สูงกว่าช่วงเดียวกันปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 5,784.48 บาท/วัน หรือเพิ่มขึ้น 5.51% ซึ่งเป็นการขยายตัวต่อเนื่อง โดยในปี 2557 การใช้จ่ายต่อทริปของชาวจีนอยู่ที่ 4.33 หมื่นบาท เพิ่มขึ้น 6% ก่อนจะเติบโต 13% เป็น 4.88 หมื่นบาท ในปี 2558
สำหรับภาพรวม ม.ค.-ก.ย. ชาวจีนเข้ามาแล้วกว่า 7.3 ล้านคน เติบโต 19.58% สร้างรายได้รวมกว่า 3.68 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 25.54% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปี 2558
ทั้งนี้ หากพิจารณาโครงสร้างรายได้นักท่องเที่ยวในไตรมาส 3 ปีนี้ ตลาดจีนยังคงครองส่วนแบ่งอันดับหนึ่ง 30.09% สร้างรายได้รวมกว่า 1.23 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.67% ทิ้งห่างอันดับ 2 มาเลเซีย ที่มีสัดส่วน 5.3% รายได้ 2.1 หมื่นล้านบาท เพิ่มขึ้น 8.82% และอันดับ 3 ญี่ปุ่น ส่วนแบ่ง 4.42% รายได้ 1.8 หมื่นล้านบาท ขยายตัว 7.91% และเมื่อรวมตลาดต่างประเทศทุกตลาด มีรายได้แล้ว 2.56 แสนล้านบาท
ส่วนกรณีการปราบปรามทัวร์ต่ำกว่าทุนที่เริ่มต้นไปในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งประเมินว่าเป็นผลกระทบและทำให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องเริ่มแสดงความกังวลว่าตลาดจีนจะเดินทางไปยังประเทศอื่นๆ นั้น จากการที่สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างจากเว็บไซต์ สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน (ซีเอ็นทีเอ) ประกาศเมื่อวันที่ 13 ต.ค.ว่า รัฐบาลจีนกำลังเตรียมจัดระเบียบทัวร์ราคาถูกทั้งหมด และมีการอ้างอิงการให้สัมภาษณ์ของโฆษกของบริษัท “ซีทริป” เอเยนต์ทัวร์รายใหญ่ของประเทศว่า กำลังดำเนินนโยบายควบคุมด้วยเช่นกันนั้น ศรีสุดา วนภิญโญศักดิ์ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) กล่าวว่า เป็นการตอกย้ำความตั้งใจของรัฐบาลจีนตามที่ให้คำมั่นในการประชุมร่วมกันล่าสุดว่าจะใช้บังคับใช้พร้อมกันแบบ “ทั้งกระดาน” ครอบคลุมการทำทัวร์ทุกประเทศในระยะเวลาอันใกล้ เชื่อว่าการที่ไทย“เดินกลยุทธ์ก่อน” เป็นประเทศแรก แม้จะทำให้เกิดผลกระทบในช่วงแรก แต่ระยะยาวจะทำให้สามารถฟื้นตัวได้เร็วที่สุด เพราะมีความแข็งแกร่งในฐานะที่เป็นจุดหมายที่ชาวจีนต้องการเดินทางมาอยู่แล้ว
---------------------------------
เที่ยวไทย“ไตรมาส3”อยู่แดนบวก
สถานการณ์ตลาดในประเทศช่วงเดือน ก.ค.-ก.ย.ที่ผ่านมา พบว่าอัตราเข้าพักเฉลี่ยของที่พักทั่วประเทศ 62.54% เพิ่มขึ้น 4.07% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน โดยคนไทยเดินทางท่องเที่ยว 36.4 ล้านคน-ครั้ง เพิ่มขึ้น 5.55% โดยมีปัจจัยเสริมคือกิจกรรมกระตุ้นการท่องเที่ยว และการมีวันหยุดพิเศษต่อเนื่อง
ธุรกิจที่พักในช่วงไตรมาสที่ 3 ซึ่งมีการเติบโตมากที่สุดได้แก่ กรุงเทพฯ, ภาคตะวันออก และภาคตะวันตก ขณะที่โรงแรมที่พักในกรุงเทพฯ ขยายตัวเพิ่มสูงสุดเช่นกันที่ 5.7% ขณะที่ภูมิภาคที่มีคนไทยไปเยือนมากที่สุด 3 อันดับแรก ได้แก่ กรุงเทพฯ 9.6 ล้านคน-ครั้ง, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 6.2 ล้านคน-ครั้ง และภาคตะวันตก 5 ล้านคน-ครั้ง แต่ภูมิภาคที่มีการเติบโตของนักท่องเที่ยวสูงสุด ได้แก่ ภาคตะวันออก 18.47%, ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 11.36%และภาคตะวันตก 6.87%









