กำไรสุทธิไตรมาส 2/59 สูงกว่าคาดจากกำไรพิเศษ; คาดกำไรหลักอ่อนตัวลงในไตรมาสหน้า
สูงกว่าคาด
BTS รายงานกำไรสุทธิไตรมาส 2/59 (ก.ค.-ก.ย.) ที่ 548 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16% YoY แต่ทรงตัว QoQ หากไม่รวมกำไรพิเศษจากการขายเงินลงทุน 36 ล้านบาท, กำไรพิเศษจากการขายสินทรัพย์ 2 ล้านบาท และกำไรจากแผนฟื้นฟูกิจการ 174 ล้านบาท กำไรหลักไตรมาส 2/59 จะอยู่ที่ 378 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 12% YoY แต่ลดลง 5% QoQ ในขณะที่กำไรสุทธิสูงกว่าที่เราและตลาดคาดจากกำไรพิเศษ กำไรหลักต่ำกว่าที่เราและตลาดคาดเล็กน้อย เนื่องจากผลประกอบการของ VGI ในไตรมาส2/59 ต่ำกว่าคาด
ประเด็นหลักผลประกอบการ
ปัจจัยหลักที่ส่งผลให้กำไรสุทธิเติบโต YoY คือ กำไรพิเศษ ในแง่ของการดำเนินงาน ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจขนส่งมวลชนอ่อนตัวลง YoY และ QoQ รายได้ขนส่งมวลชนรวมปรับตัวลดลง 1% YoY และ 4% QoQ เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรที่ลดลงจาก BTSGIF จากงบลงทุนที่สูงขึ้นจากเงินลงทุนค่าขบวนรถไฟฟ้า รวมทั้งส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจสื่อปรับตัวลดลง YoY และ QoQ โดยกำไรสุทธิของ VGI ลดลง 24% YoY และ 37% QoQ มาอยู่ที่ 198 ล้านบาท จากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับสื่อกลางแจ้งที่สูงขึ้นและค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น นอกจากนี้ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อ่อนตัวลง YoY และ QoQ เนื่องจากรายได้ที่ลดลง YoY (ไม่มียูนิตคอนโดเหลือโอนแล้วเพราะขายหมดแล้ว) และค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่สูงขึ้น QoQ ส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจบริการปรับตัวลดลง YoY เนื่องจากค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับบริษัท แรบบิท อินเทอร์เน็ต จำกัด และ BSSH ที่สูงขึ้น
อย่างไรก็ตาม ปัจจัยที่ส่งผลให้กำไรหลักเติบโต YoY ได้แก่ 1) รายได้ดอกเบี้ยที่สูงขึ้น, 2) ส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทย่อยที่เพิ่มมากขึ้น, และ 3) ส่วนแบ่งขาดทุนจากการร่วมทุนที่ลดน้อยลง (จากการโอนคอนโดร่วมทุนของ BTS-Siri ในโครงการ The Line สุขุมวิท 71 บางส่วน) ในขณะที่กำไรหลักปรับตัวลดลง QoQ มีสาเหตุหลักมาจากอัตราภาษีที่สูงขึ้น (อยู่ที่ 30.6% จาก 26% ในไตรมาส 1/59)
แนวโน้ม
คาดกำไรหลักไตรมาส 3/59 (ต.ค.-ธ.ค.) อ่อนตัวลงทั้ง YoY และ QoQ เนื่องจากส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจสื่อ (VGI) ที่อ่อนตัวลงจากเม็ดเงินโฆษณาที่ชะลอตัว โดยเฉพาะสื่อดิจิตอล อย่างไรก็ตามคาดว่าส่วนแบ่งกำไรจากธุรกิจขนส่งมวลชนที่เพิ่มขึ้นทั้ง YoY และ QoQ น่าจะช่วยบรรเทาผลกระทบเชิงลบต่อกำไรในไตรมาส 3/59 ได้บางส่วน โดยปกติแล้วช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. จะเป็นช่วงไฮซีซั่นในการใช้ระบบขนส่งมวลชน จากข้อมูลในอดีตชี้ให้เห็นว่ามีผู้โดยสารเพิ่มมากขึ้น 3% QoQ ในช่วงไตรมาสนี้
สิ่งที่เปลี่ยนแปลง
เราปรับลดประมาณการกำไรหลักปี 2559 ลง 19% มาอยู่ที่ 1,678 ล้านบาท เพื่อสะท้อน 1) เราปรับลดประมาณการกำไรของ VGI ปี 2559 ลง 27% และ 2) ปรับเพิ่มประมาณการสัดส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย (จาก 24.5% มาอยู่ที่ 29%) อย่างไรก็ตามเราปรับเพิ่มประมาณการกำไรสุทธิปี 2559 เล็กน้อยมาอยู่ที่ 2,082 ล้านบาท จากการบันทึกกำไรพิเศษในไตรมาส 2/59 ทั้งนี้ราคาเป้าหมาย SOTP ณ ปลายเดือน มี.ค. 2560 อยู่ที่ 10.50 บาท (จาก 11.40 บาท)
คำแนะนำ
ในมุมมองของเรา ราคาหุ้นที่ปรับตัวแย่กว่าตลาดได้สะท้อนความคาดหวังของผลประกอบการปี 2559 ที่ไม่ค่อยดีไปแล้ว อย่างไรก็ตามเราคิดว่าโครงการขนส่งมวลชนโครงการใหม่ซึ่งจะช่วยหนุนการปรับเพิ่มประมาณการกำไรของ BTS จะเป็นปัจจัยที่ส่งผลให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นต่อไปได้ นอกจากนั้นยังมีโอกาสในการปรับเพิ่มประมาณการกำไรในอนาคตของ BTS จากโครงการร่วมทุนอสังหาริมทรัพย์โครงการใหม่ โดยมูลค่าหุ้นในปัจจุบันซื้อขายอยู่ที่ระดับ PBV ณ สิ้นเดือนมี.ค. 2560 ที่ 2 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยระยะยาวที่ 2.2 เท่า









