ดาวเด่นโรงไฟฟ้าถึงเวลาเฉิดฉาย
ประเด็นการลงทุน
แม้ว่าไตรมาส 3 ไปจนถึงสิ้นปีจะเป็นช่วงโลว์ซีซั่นสำหรับกลุ่มโรงไฟฟ้า เราคาดการดำเนินงานของ EGCO ในไตรมาส 3/59 ฉายแววการเติบโตที่น่าตื่นเต้นที่สุดในบรรดากลุ่มพลังงานและสาธารณูปโภค นอกจากนี้ เรามองมูลค่าหุ้นในปัจจุบันยังไม่ได้สะท้อนการเติบโตที่แข็งแกร่งเข้าไปในราคาหุ้น โดยบริษัทซื้อขายอยู่ที่ระดับ PBV/ROE ที่เพียง 0.10 เท่า ซึ่งต่ำกว่ากลุ่ม จากความคาดหวังของกำไรที่เติบโตแข็งแกร่งในเร็วๆนี้ ในขณะที่มูลค่าการซื้อขายอยู่ในระดับที่น่าสนใจ เราจึงมองว่าเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าซื้อหุ้นเพิ่ม และ EGCO ยังคงเป็นหุ้นที่เราชื่นชอบในบรรดากลุ่มโรงไฟฟ้า
คาดกำไรเติบโตโดดเด่นในไตรมาส3/59
คาดกำไรไตรมาส 3/59 อยู่ที่ 2,765 พันล้านบาท เพิ่มขึ้น 35% QoQ พลิกกลับจากขาดทุนในไตรมาส 3/58 เราคาดการดำเนินงานของบริษัทในไตรมาส 3/59 จะรายงานผลการเติบโตที่น่าประทับใจที่สุดในกลุ่ม จากอัตราค่าไฟฟ้าเและอัตรากำลังการผลิตจากโรงไฟฟ้าขนอม 4 ที่อยู่ในช่วงขาขึ้น ในขณะที่บริษัทมีการปิดซ่อมบำรุงเพียงบางส่วนเท่านั้น ทั้งนี้กำไรไตรมาส4/59 มีแนวโน้มอ่อนตัวลง จากการผลิตและอุปสงค์ที่อ่อนตัว แต่ตัวเลขกำไรทั้งปียังมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้น 38% YoY ซึ่งถือว่าโดดเด่นในกลุ่มโรงไฟฟ้า
มูลค่าหุ้นต่ำกว่าแนวโน้มการเติบโต
ในปัจจุบัน มูลค่าหุ้น EGCO เป็นหนึ่งในบริษัทที่มีอัพไซด์ต่อราคาเป้าหมายที่สูงที่สุด อยู่ที่ 19% เมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 14% ดังนั้นเราจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะเพิ่มหุ้น EGCO เข้าไปในพอร์ทการลงทุน ซึ่งมูลค่าซื้อขายในปัจจุบันอยู่ในระดับ PBV/ROE ที่เพียง 0.1 เท่า ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่ 0.11 เท่า เพียงเล็กน้อย แต่ในแง่ของการเติบโต กำไรของ EGCO มีแนวโน้มเติบโตสะสมเฉลี่ยต่อปี ที่ 21.2% (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มอยู่ที่ 20%) ในขณะที่ ROE คาดขยายตัวเพิ่มขึ้นจาก 11.1% มาอยู่ที่ 12.8% (ค่าเฉลี่ยของกลุ่มเติบโตจาก 9.0% มาอยู่ที่ 11.7%) ในระหว่างปี 2559 และ 2561 เราเชื่อว่า EGCO น่าจะซื้อขายอย่างน้อยในระดับใกล้เคียงกับกลุ่ม หรือเทียบเท่าราคาที่ 217 บาท/หุ้น จากแนวโน้มการเติบโตที่ยอดเยี่ยม
มีอัพไซต์หนุนการเติบโตที่ดี
ผลประกอบการไตรมาส3/59 ที่น่าพอใจน่าจะสร้างความตื่นเต้นต่อตลาดได้ แต่อัพไซต์ไม่ได้มีเพียงแค่นี้ นโยบายเน้นการเติบโตของ EGCO ทำให้เราเชื่อว่ายังมีปัจจัยอื่นที่ช่วยในการปรับราคาเป้าหมายในปัจจุบันเพิ่มขึ้นได้อีก ทั้งจากการขายโครงการที่มีผลตอบแทนต่ำออกไปหรือไม่ก็ลงทุนในการธุรกิจที่มีโอกาสให้ผลตอบแทนสูงขึ้นกว่าเดิม โดยในปัจจุบันบริษัทมีหลายโครงการที่อยู่ในระหว่างการศึกษา อาทิ เช่นโครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำในประเทศลาว (โครงการปากแบงขนาด 912 เมกะวัตต์ และโครงการน้ำเทิน 1 ขนาด 615 เมกะวัตต์) โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนใต้พิภพในประเทศอินโดนีเซีย (ส่วนต่อขยาย SEG หน่วยที่ 3 และ 4 ขนาดหน่วยละ 60 เมกะวัตต์) และโรงไฟฟ้าถ่านหินในเวียดนาม (1,220 เมกะวัตต์) โดยโครงการดังกล่าวคิดเป็นอัพไซต์ 20% ของกำลังการผลิตในปัจจุบัน เราคาดว่าข่าวดีน่าจะเห็นความชัดเจนได้ตั้งแต่ปีหน้า ซึ่งปัจจัยเหล่านี้จะช่วยหนุนให้มีการปรับประมาณการกำไรของ EGCO เพิ่มขึ้นได้ (ดูรูปภาพที่ 3)









