ALLA ผู้ให้บริการเครนและรอกไฟฟ้าอุตสาหกรรม
กลุ่มบริษัท ออลล่า จำกัด (มหาชน) (ALLA)เป็นผู้ผลิต จำหน่าย และให้บริการติดตั้งเครนและรอกไฟฟ้ายี่ห้อ STAHL และ ABUSแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยเป็นผู้นำเข้าและจำหน่ายพร้อมติดตั้งสะพานปรับระดับ ประตูอุตสาหกรรม ม่านริ้วพีวีซี และม่านตัดอากาศ รวมถึงการให้บริการต่างๆ อาทิ บริการหลังการขาย และบริการศูนย์ฝึกอบรมผู้ใช้เครนการเข้าระดมทุนเพื่อนำไปใช้ในโครงการก่อสร้างคลังสินค้าของบริษัทย่อย ชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน จัดตั้งบริษัทร่วมในประเทศอินโดนีเซีย ใช้ในโครงการก่อสร้างโรงงานของบริษัท และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจฝ่ายวิจัยประเมินราคาเหมาะสมราว 4.41 บาทสำหรับปี 60
ประเด็นสำคัญในการลงทุน
- อุตสาหกรรมหนักมีศักยภาพในการเติบโต” : กลุ่มบริษัทออลล่าประกอบธุรกิจผลิต จำหน่าย และติดตั้งเครนและรอกไฟฟ้าที่ใช้ในโรงงานอุตสาหกรรม สะพานปรับระดับที่เชื่อมรถกับคลังสินค้าเวลาขนถ่ายสินค้า ประตูอุตสาหกรรม ม่านริ้วพีวีซีและม่านตัดอากาศสำหรับใช้ในคลังสินค้าหรือห้องเย็น รวมทั้งการให้บริการหลังการขายและบริการศูนย์ฝึกอบรมผู้ใช้ โครงสร้างรายได้ในช่วงครึ่งแรกปี 59 ประกอบด้วยรายได้จากการขายเครนและรอกไฟฟ้า 61.70% รายได้จากการขายประตูอุตสาหกรรมและสะพานปรับระดับ 17% รายได้จากการขายม่านริ้วพีวีซีและม่านตัดอากาศ 1.5% และรายได้การให้บริการและรายได้อื่น 19.8% ทั้งนี้ความต้องการใช้เครนและรอกไฟฟ้ามีศักยภาพในการเติบโตตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในธุรกิจผลิตและจำหน่ายรถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์ ธุรกิจผลิตไฟฟ้า และธุรกิจค้าเหล็ก ขณะที่ในช่วงครึ่งแรกของปี 59 โครงการที่ได้รับการส่งเสริมการลงทุน (BOI) มีจำนวนเพิ่มขึ้นถึง 102%YoYขณะที่มูลค่าโครงการเพิ่มขึ้นถึง 348%YoY
- คาดปี 59-61กำไรสุทธิมี CAGR ราว 8% : รายได้มีศักยภาพในการเติบโตตามการเพิ่มขึ้นของการลงทุนในอุตสาหกรรมหนักประกอบกับหลังการระดมเพื่อใช้ขยายธุรกิจในการก่อสร้างคลังสินค้าทำให้สามารถเพิ่มปริมาณงานที่ให้บริการลูกค้าได้มากขึ้น รวมทั้งมีกลยุทธ์ในการสร้างรายได้ค่าบริการช่วยหนุนผลประกอบการโดยรวมให้เติบโตตามไปด้วย ผลการดำเนินงานในช่วงครึ่งแรกของปี 59 มีรายได้ 425 ล้านบาทลดลง 33% และมีกำไร 46 ล้านบาท ลดลง 44%YoYฝ่ายวิจัยประมาณการรายได้ปี 59 ราว 801 ล้านบาทหดตัว 8% ประมาณการกำไรอยู่ที่ราว 90 ล้านบาทลดลง 11% ซึ่งน่าจะเป็นจุดต่ำสุดของผลประกอบการของบริษัท ฝ่ายวิจัยคาดว่ารายได้และกำไรในปี 60 จะพลิกฟื้นเติบโต 37% และ 63% เป็น 1,097 ล้านบาทและ 147 ล้านบาท ตามลำดับ สำหรับปี 61 คาดการณ์รายได้จะอยู่ที่ราว 1,234 ล้านบาท เติบโต 13% และคาดกำไรเติบโตต่อเนื่องราว 14% เป็น 168 ล้านบาท ตามลำดับ แสดงถึง CAGR ของกำไรระหว่างปี 59 – 61 อยู่ที่ราว 8%
- การประเมินมูลค่าหุ้น : ในการประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PER โดยใช้ Prospect PER ที่ระดับ 18 เท่าซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมเดียวกันที่อยู่ที่ระดับ 20 เท่า โดยคำนวณกำไรต่อหุ้นสำหรับปี 60 ได้เท่ากับ 0.245 บาทต่อหุ้น ซึ่งได้ราคาเหมาะสมเท่ากับ 4.41 บาทสำหรับปี 60









