วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

แกว่งตัวเชิงบวก ถ้าถอยก็ยังไม่น่าปรับลงแรง

เลือกเก็งกำไรรายตัวแบบมีจุดตัดขาดทุนในหุ้นที่มีปัจจัยการเติบโตชัดเจน

UOBKH แนวโน้มตลาดวันนี้ : แกว่งตัวเชิงบวก ถ้าถอยก็ยังไม่น่าปรับลงแรง

เราคาดวันนี้ตลาดหุ้นไทยไทยจะเคลื่อนไหวกรอบแคบตามตลาดหุ้นโลก ระหว่างรอผลการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ วันที่ 1-2 พ.ย.นี้ (ทราบผลเช้าวันที่ 3 พ.ย.) และรอติดตามผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในวันที่ 8 พ.ย. อย่างไรก็ตามตลาดอาจเคลื่อนไหวเป็นบวกหากจีนประกาศดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อที่ดีขึ้นต่อเนื่อง

เรายังให้น้ำหนักกับการขึ้นดอกเบี้ยในรอบ ธ.ค.เป็นหลัก อย่างไรก็ตามเรามองเห็นโอกาสราว 10-15% ที่เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยเร็วกว่าคาดจาก 1) คะแนนนิยมของนางฮิลารีที่เริ่มทิ้งห่างนายทรัมป์ อาจทำให้เฟดกล้าตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยตั้งแต่การประชุมวันที่ 1-2 พ.ย.นี้ และ 2) การขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้แสดงเห็นว่าเฟดมีความเป็นอิสระจากการเมือง ซึ่งหากเฟดตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยรอบนี้ เราประเมิน downside ที่ระดับ 3% หรือ 1,450+/- จุด

US Election rally?: เราได้ทำการศึกษาการเคลื่อนไหวของ SET Index และ Dow Jones ในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ 10 ครั้งล่าสุด พบว่าตลาดหุ้นช่วง 7 วันก่อนเลือกตั้งมักเคลื่อนไหวเป็นบวก ขณะที่หลังการเลือกตั้งตลาดจะทรงตัวในช่วง 3 วันแรกก่อนปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญในสัปดาห์ต่อมา ทำให้เราประเมินตลาดระยะสั้นแกว่งตัวเป็นบวกหรือยังไม่ลงแรง แนะนำ TU, ROBINS, BDMS, BH, BCH (รายละเอียดในบทวิเคราะห์)

สำหรับปัจจัยในประเทศที่สำคัญ การประชุมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ที่มี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เป็นประธาน มีมติเห็นชอบเงินช่วยเหลือค่าเก็บเกี่ยวและปรับปรุงคุณภาพไร่ละ 500 บาท ไม่เกิน 10 ไร่ หรือ 1,295 บาท/ตัน วงเงิน 8,600 ล้านบาท ซึ่งหากรวมกับโครงการสินเชื่อชะลอขายข้าว และเงินสนับสนุนต้นทุนการผลิต จะทำให้เกษตรกรได้รับเงินรวม 13,586 บาท/ตัน และจะมีการเสนอเพื่อให้ครม.อนุมัติวันนี้ (1 พ.ย.) ซึ่งเราคาดว่าจะส่งผลดีต่อหุ้นที่ได้ประโยชน์จากการใช้จ่ายหลังการเก็บเกี่ยว อาทิ DCC, ROBINS, TK*, S11*, GL*

แนวรับ/แนวต้าน : 1485-1492 /1500 สัดส่วนการลงทุน : เงินสด 70% : พอร์ตหุ้น 30%

คำแนะนำทางกลยุทธ์ : เลือกเก็งกำไรรายตัวแบบมีจุดตัดขาดทุนในหุ้นที่มีปัจจัยการเติบโตชัดเจน และมีผลการดำเนินงานในช่วงปลายปีที่ดี ทยอยสะสมหุ้นที่ได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น หลีกเลี่ยงการลงทุนหุ้นกลุ่มบันเทิงเนื่องจากมีความเสี่ยงที่จะถูกปรับลดประมาณการและอาจรวมถึงคำแนะนำหลังรายงานผลประกอบการไตรมาสนี้ // หุ้น top pick เชิงกลยุทธ์ BCH, TU, ROBINS

ประเด็นเก็งกำไรเชิงกลยุทธ์

- หุ้น SET100 ที่ laggard (เทียบ 6 ต.ค.): JWD*, KBANK, IFEC*, BCP

- หุ้นได้ประโยชน์จากดอกเบี้ยขาขึ้น (เงินเฟ้อ): BLA*, TIP*, EASTW*

- หุ้นที่ได้รับแรงหนุนจากฤดูกาลปลายปี: TU, ROBINS, BCP, AP, BDMS, BH, BCH

(* หุ้นที่ไม่อยู่ในการวิเคราะห์ของ UOBKH // หุ้นแนะนำเชิงกลยุทธ์ ผู้ลงทุนควรพิจารณากำหนดจุดตัดขาดทุน ราว 3-5%)

หุ้นแนะนำทางพื้นฐาน

BCH (14.00) : คาดรายงานกำไรไตรมาส 3/59 เติบโตโดดเด่น ทั้งปัจจัยฤดูกาล (หน้าฝน) และจากการปรับปรุงประสิทธิภาพการดำเนินงานของ ร.พ.เก่า ขณะที่ WMC มีผลขาดทุนทีดีขึ้นจากรายได้ผู้ป่วยต่างชาติที่ปรับดีขึ้น และน่าจะกลับมามีกำไรในปี 2560 คาดการณ์กำไรโต 42.5% และ 24.0% YoY
TU (24.50) : กำไรปี 2560 เติบโต 16.6% สูงสุดในกลุ่มอาหาร ได้ปรับประโยชน์จากค่าเงินบาทอ่อน และการเติบโตมีโอกาสดีกว่าคาดจากการเข้าซื้อกิจการเพิ่มเติมในอนาคต สำหรับดีลล่าสุด Red Lobster ซึ่งเป็นเครือข่ายร้านอาหารทะเลที่ใหญ่ที่สุดในโลก คาดบริษัทสามารถพลิกให้ธุรกิจกลับมากำไรได้ในปี 2560

ROBINS (80) : ผลประกอบการเข้าสู่ช่วง high season ปลายปี และมีโอกาสเติบโตดีกว่าคาดหลังกำลังซื้อต่างจังหวัดมีแนวโน้มดีขึ้นตามรายได้ภาคการเกษตรก.ย.ที่เพิ่มขึ้น 12.4% นอกจากนี้ยังได้ผลดีจาดเม็ดเงินอัดฉีดภาครัฐผ่านโครงการต่างๆ ราคาหุ้นซื้อขายที่ PEG เท่า CPALL แต่ถูกกว่าในเชิง PER และ EV/EBITDA

ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

ปัจจัยภายในประเทศ 

+ "แบงก์ชาติ" เผยเศรษฐกิจไตรมาส 3 โตเกินคาด ผลจากการส่งออกที่ฟื้นตัว ขณะการใช้จ่ายภาครัฐ ดีต่อเนื่อง ด้านบริโภคเอกชนขยายตัวกว่าคาด มองแนวโน้มส่งออกมีสัญญาณบวกต่อเนื่อง ถึงไตรมาสสุดท้ายของปี ส่วนท่องเที่ยวกระทบ เล็กน้อยจากการปราบปรามทัวร์ศูนย์เหรียญ (กรุงเทพธุรกิจ)

- นบข. ชง ครม.วันนี้ ของบ 8.6 พันล้าน ช่วยค่าเก็บเกี่ยวไร่ละ 500 บาท ขณะตัวแทนเกษตรกรชี้ไม่เพียงพอ เตรียมยื่นหนังสือนายกฯ โอดรัฐบาลช่วยเหลือน้อย ด้านโรงสี เชื่อไม่ช่วยพยุงราคา เหตุตามกลไกตลาดและ ไม่จูงใจชาวนาเข้าร่วมโครงการ (กรุงเทพธุรกิจ)

- 'อาคม' รับไฮสปีดเทรน 4 เส้น รวมรถไฟไทย-จีน รถไฟไทย-ญี่ปุ่น ไม่ทันตามแผน ชง ครม.ขอเลื่อนทำปีหน้า ย้ำไม่ล่าช้า ยังอยู่ในกรอบโรดแมป พร้อมชง ครม.อนุมัติทางคู่อีก 3 สาย ทางด้านนายออมสิน ชีวะพฤกษ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม เผยความคืบหน้าการย้ายสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (หมอชิตใหม่) ของบริษัท ขนส่ง จำกัด (บขส.) เพื่อคืนพื้นที่ให้เจ้าของคือการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) ก่อสร้างสถานีกลางบางซื่อว่า บขส.ได้รายงานผลการศึกษาของบริษัทที่ปรึกษาให้ทราบแล้ว เบื้องต้นสรุปว่าจะไม่ย้ายสถานีขนส่งออกจากพื้นที่เดิมเพราะต้องใช้เงินลงทุนสูงมาก ประมาณ 2 พันล้านบาท สำหรับการจัดหาที่ใหม่ ที่สำคัญไม่ต้องการให้ประชาชนผู้ใช้บริการเดือดร้อนเรื่องการเชื่อมต่อการเดินทาง จึงให้ บขส. เจรจากับ ร.ฟ.ท.เพื่อหาข้อยุติ (มติชน)

ปัจจัยต่างประเทศ

- ตลาดหุ้นสหรัฐปิดแทบไม่เปลี่ยนแปลงในวันจันทร์ ขณะที่นักลงทุนปรับตัวรับข่าวการควบรวมกิจการของบริษัทต่างๆ และความไม่แน่นอนเกี่ยวกับผลการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในวันที่ 8 พ.ย. หลังสำนักงานสอบสวนกลาง (FBI) ของสหรัฐทำการตรวจสอบอีเมลจำนวนมากขึ้นที่เกี่ยวข้องกับการใช้ระบบอีเมลส่วนตัวของนางฮิลลารี คลินตัน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐจากพรรคเดโมแครต ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดลบ 18.77 จุดหรือ 0.1% สู่ 18,142.42, ดัชนี S&P 500 ปิดลดลง 0.26 จุดหรือ 0.01% สู่ 2,126.15 และดัชนี Nasdaq ปิดปรับตัวลง 0.97 จุดหรือ 0.02% สู่ 5,189.13 (รอยเตอร์)

+ ราคาน้ำมันดิบในตลาดล่วงหน้า NYMEX ดิ่งลง 3.8 % มาปิดตลาดที่ระดับปิดต่ำสุดในรอบ 1 เดือน ในขณะที่นักลงทุนตั้งข้อสงสัยต่อความสามารถของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ในการดำเนินมาตรการปรับลดปริมาณการผลิตน้ำมัน และมีการคาดการณ์กันว่า กลุ่มโอเปกผลิตน้ำมันสูงเป็นประวัติการณ์ในเดือน ต.ค. ทั้งนี้ ราคาน้ำมันดิบส่งมอบเดือนธ.ค.ดิ่งลง 1.84 ดอลลาร์ หรือ 3.8 % มาปิดตลาดที่ 46.86 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล โดยระดับปิดวันจันทร์ถือเป็นระดับปิดต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 29 ก.ย. (รอยเตอร์)

- ดัชนี FTSE 100 ที่ตลาดหุ้นอังกฤษปิดร่วงลงในวันจันทร์ แต่ปิดตลาดเดือนต.ค.ในแดนบวกเป็นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน ในขณะที่หุ้น WPP ซึ่งเป็นบริษัทโฆษณาที่ใหญ่ที่สุดในโลกพุ่งขึ้น หลังจาก WPP เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 3 ทั้งนี้ ดัชนี FTSE 100 ปิดร่วงลง 42.04 จุด หรือ 0.6 % สู่ 6,954.22 โดยดัชนีปิดตลาดเดือน ต.ค.ด้วยการบวกขึ้น 0.8 % จากเดือน ก.ย.% (รอยเตอร์)

- ดัชนีนิกเกอิที่ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลดลงในวันจันทร์ ขณะที่ความไม่แน่ใจมากขึ้นเกี่ยวกับการเลือกตั้งประธานาธิบดีของสหรัฐทำให้นักลงทุนกังวล แต่หุ้นกลุ่มขนส่งทางเรือชั้นนำ 3 แห่งของญี่ปุ่นพุ่งขึ้น หลังจากมีข่าวว่า บริษัทจะรวมธุรกิจการขนส่งตู้คอนเทนเนอร์เข้าด้วยกัน ทั้งนี้ ดัชนีนิกเกอิปิดตลาดลดลง 21.39 จุดหรือ 0.12% มาที่ 17,425.02 ในเดือนนี้ โดยดัชนีพุ่งขึ้นรวม 5.9% (รอยเตอร์)