วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

บจ.วืดไฟฟ้าขยะอ่วม ‘ชัยวัฒนา’ แชมป์หุ้นดิ่ง

หุ้นพลังงานทดแทนประเภท"โรงไฟฟ้าขยะ" เคลื่อนไหวผันผวน หลังจากกกพ.ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือก "รับซื้อไฟ"

สำนกงานคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.) ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกในการรับซื้อไฟฟ้าพิเศษจากขยะอุตสาหกรรมในรูปแบบFeed-in Tariff (FIT)สำหรับการประกาศรับซื้อไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนปี2558 - 2562โดยที่ประชุม กกพ. เมื่อวันที่ 28 ต.ค. 2559 ได้ประกาศรายชื่อผู้ที่ได้รับคัดเลือกอย่างเป็นทางการ จำนวน 7 ราย โดยมี 5 ราย เป็นบริษัทย่อยของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ ได้แก่ ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) กำลังการผลิต 7 เมกะวัตต์ ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น (WHA) ร่วมกับ โกลว์ พลังงาน (GLOW) กำลังการผลิต 6.9 เมกะวัตต์ เบอเตอร์ เวิลด์ กรีน (BWG) กำลังการผลิต 3 เมกะวัตต์ และเพาเวอร์ โซลูชั่น เทคโนโลยี (PSTC) กำลังการผลิต 2.5 เมกะวัตต์

ในมุมกลับกัน พบว่ามีบริษัทจดทะเบียนอีก 3 ราย ที่ก่อนหน้านี้คาดว่าจะได้รับคัดเลือก แต่กลับพลาดไปจากที่คาดไว้ ได้แก่ บริษัทบริหารและพัฒนาเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม (GENCO) ชัยวัฒนา แทนเนอรี่ กรุ๊ป (CWT) และซุปเปอร์บล๊อก (SUPER)

จากผลที่เกิดขึ้น พบว่าราคาหุ้นของชัยวัฒนา และเจนโก้ ปรับตัวลดลงมากกว่า 10%ในวันเดียว ขณะที่หุ้นซุปเปอร์ ราคาลดลงเล็กน้อยราว 1.2% โดยหุ้นชัยวัฒนาลดลงไปหนักสุดถึง 13.3% ทำจุดต่ำที่ 4.04 บาท ส่วนหุ้นเจนโก้ ลงไปทำจุดต่ำที่ 1.39 บาท ลดลง 10.3%

ก่อนหน้านี้ วีระพล ไชยธีรัตน์ กรรมการผู้จัดการ ชัยวัฒนา กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า ได้ให้บริษัทย่อย คือ ชัยวัฒนา กรีน เพาเวอร์ (CWTG) ยื่นขอพีพีเอในโครงการที่นิคมฯ บ้านหว้า จ.อยุธยา กำลังการผลิต 9.5 เมกะวัตต์ และสัญญาซื้อขายไฟ 8 เมกะวัตต์ มูลค่าการลงทุน 2,000 ล้านบาท โดยบริษัทมั่นใจว่าจะได้รับคัดเลือก เนื่องจากมีความพร้อมด้านที่ดิน และเงินทุน โดยเงินลงทุนจะมาจากเงินของบริษัท 700 ล้านบาท และวงเงินกู้ 1,260 ล้านบาท

ขณะที่ จอมทรัพย์ โลจายะ ประธานคณะกรรมการ ซุปเปอร์บล๊อก เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า บริษัทวางงบลงทุนในโครงการโรงไฟฟาขยะอยู่ที่ประมาณ 120 -130 ล้านบาทต่อเมกะวัตต์ ขึ้นอยู่กับเทคโนโลยีที่จะนำมาใช้โดยที่ผ่านมาบริษัทมีโรงไฟฟ้าขยะอุตสาหกรรมอยู่แล้ว บนพื้นที่ จ.สระแก้ว - ปราจีนบุรี กำลังการผลิต 10 เมกะวัตต์ ซึ่งจะสนับสนุนเป้าหมายที่จะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานขยะประมาณ 200 เมกะวัตต์ ภายใน 2-3 ปีข้างหน้า

ทั้งนี้ ราคาหุ้นชัยวัฒนาวิ่งขึ้นมาต่อเนื่องจากราว 2 บาท เมื่อปลายเดือน มิ.ย. ขึ้นไปแตะ 4.9 บาท เมื่อ 25 ต.ค. ที่ผ่านมา ส่วนหนึ่งอาจเป็นผลจากการที่บริษัทออกมาให้ข่าวว่าจะนำ ชัยวัฒนา กรีน เพาเวอร์ เข้าจดทะเบียนช่วงปี 2561 โดยมีโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 6 โครงการ กำลังการผลิตรวม 56 เมกะวัตต์ แต่ล่าสุดก็ต้องผิดหวังไปแล้ว 1 โครงการ

เช่นเดียวกับบริษัทอื่นๆ ที่หวังจะเข้ามาลงทุนในธุรกิจพลังงานทดแทน ที่ต้องแบกรับความเสี่ยงในเรื่องของความไม่แน่นอนว่าจะได้รับใบอนุญาตหรือไม่ อย่างผลที่ออกมาในครั้งนี้พิสูจน์แล้วว่าความพร้อมด้านเงินลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่สามารถการันตีความสำเร็จในธุรกิจนี้ได้ ขณะเดียวกันนักลงทุนที่หวังจะเข้ามาลงทุนกับธุรกิจนี้ ก็ต้องแบกรับความเสี่ยงแบบเดียวกัน และคงต้องพิจารณาให้รอบคอบถึงความเป็นไปได้ของแผนธุรกิจที่บริษัทวาดเอาไว้