สำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯยังสูงในครึ่งแรก 2560
ประเด็นการลงทุน
จากที่เราได้เข้าร่วมประชุมนักวิเคราะห์เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ผู้บริหารกล่าวว่าสินเชื่อปี 2559 น่าจะลดลง 3-5% โดยมีเปอร์เซ็นต์การเติบโตเพียงเล็กน้อยในปี 2560 และหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ยังเป็นปัจจัยที่ธนาคารยังระมัดระวัง ไตรมาส4/59จนถึงช่วงครึ่งแรกของปี 2560 จากนโยบายที่อนุรักษ์มากขึ้น ในช่วงครึ่งหลังปี 2559 จนถึงปี 2560 เรายังประมาณการการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2559สูงที่ 3.15 หมื่นล้านบาท แต่ปรับการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2560 มาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาทจาก 2.4 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนเป้าหมายของ KTB ในการเพิ่มอัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้มาที่ 130% ในปี 2560 จาก 105% ในไตรมาส3/59 อย่างไรก็ตามการบริหารจัดการต้นทุนเงินทุนที่ดีช่วยหนุนประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2560 ให้เพิ่ม 10bps มาอยู่ที่ 3.10% เรามองว่าการปรับขึ้นของส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยน่าจะกลบผลกระทบจากการปรับเพิ่มการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2560 ได้ ทั้งนี้เรายังประมาณการกำไรปี 2559 ที่ 2.85 หมื่นล้านบาท ทรงตัว และ 3.15 หมื่นล้านบาทในปี 2560 เพิ่มขึ้น 10% จากมูลค่าหุ้นที่ยังคงถูกมากด้วย PBV ปี 2560 ที่ 0.9 เท่า เรายังคงคำแนะนำ “ถือ”
กำไรไตรมาส4/59 และ 2560 ยังมีความเสี่ยง จากนโยบายการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่สูง
แม้ว่า KTB จะไม่ได้กล่าวถึงเป้าหมายการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯสำหรับไตรมาส4/59 และปี 2560 ผู้บริหารคาดสัดส่วนหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้จะยังคงสูงจนกระทั่งกลางปี 2560 ทั้งนี้ธนาคารจะยังตั้งค่าสำรองฯสูงเนื่องจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่สูงใน ไตรมาส4/59และปี 2560 น่าช่วยหนุนให้อัตราส่วนค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญต่อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 130% ซึ่งเท่ากับปีที่ผ่านมา ดังนั้นเราคาดกำไรไตรมาส4/59จะปรับตัวลดลงมากกว่าไตรมาสที่ผ่านมา ซึ่งมีสาเหตุมาจากการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่สูงและการบันทึกค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานจำนวนมาก เรายังคงประมาณการการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2559 ที่ 3.15 หมื่นล้านบาท แต่ปรับตัวเลขการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯปี 2560ขึ้น 14% มาอยู่ที่ 2.8 หมื่นล้านบาท เพื่อสะท้อนนโยบายการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่เข้มงวด
สินเชื่อเติบโตในครึ่งหลัง 2560 หลังจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ไปสูงสุดไตรมาส2/60
ผู้บริหารคาดว่าสินเชื่อปี 2560 มีการเติบโตเพียงเล็กน้อยตามการเติบโตของ GDP ที่ 3% เราประมาณการสินเชื่อปรับตัวลดลง 3% ในปี 2559 ก่อนจะปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% ในปี 2560 สินเชื่อรวม 9 เดือนของปี 2559 ปรับตัวลดลง 6.3% ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันจากการชำระคืนหนี้สินเชื่อของภาครัฐและนโยบายสินเชื่อที่เข้มงวด อย่างไรก็ตาม ผู้บริหารระบุว่ากิจกรรมสินเชื่อจะมีความระมัดระวังมากขึ้นก่อนจะเห็นการฟื้นตัวของเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง (ผู้บริหารคาดว่าหลังจากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ปรับตัวขึ้นไปสูงสุดในช่วงกลางปีของปีหน้า) ผู้บริหาร KTB มองว่าอัตราส่วนต้นทุนต่อรายได้ปี 2560 อาจไม่ดีเหมือนในปีนี้ส่วนใหญ่เนื่องมาจากการลงทุนที่เพิ่มมากขึ้นในกลุ่มไอทีและระบบ IT ธนาคารหลักปี 2560
สินเชื่อมีความเสี่ยงมากขึ้นหากเศรษฐกิจฟื้นตัวช้า...
เรามองว่าความล่าช้าของโครงการภาครัฐและรัฐวิสาหกิจจะกดดันอุปสงค์ของสินเชื่อในปลายไตรมาส4/59และปี 2560 และนำไปสู่นโยบายการสำรองค่าเผื่อหนี้สูญฯที่มากขึ้น นอกจากนี้เรายังคงมองว่าสินเชื่อของธนาคารปี 2559 หดตัวที่ 3% สอดคล้องกับที่เราประมาณการและจะโตขึ้น 4% ในปี 2560 ซึ่งได้แรงหนุนจากโครงการจากภาครัฐ, สินเชื่อบริษัทและสินเชื่อรายย่อย ในขณะที่เราปรับเพิ่มประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2560 ที่ 10bps มาอยู่ที่ 3.1% จากเดิม 3.0% เนื่องจากธนาคารสามารถปรับลดต้นทุนเงินทุนลงมากว่าที่เราคาดการณ์ ทั้งนี้เรายังคงประมาณการส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยปี 2559 ของ KTB ที่ 3.1% ใกล้เคียงกับส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยรวม 9 เดือนของปี 2559 ที่ 3.1%








